posttoday
บิ๊กดาต้า

บิ๊กดาต้า

22 พฤศจิกายน 2560

[email protected]ศูนย์อีไอซี ธนาคารไทยพาณิชย์ ได้ทำการสัมภาษณ์บริษัทชั้นนำของไทยในหลากหลายอุตสาหกรรมทั้งหมด 62 บริษัท ในเดือน ก.ย. 2560 ที่ผ่านมา พบว่าบริษัทไทยส่วนใหญ่กว่า 56% เริ่มใช้บิ๊กดาต้าแล้ว โดยมุ่งเน้นการใช้เพื่อพัฒนาการขายและการตลาดเป็นหลัก เช่น การตั้งราคาและจัดโปรโมชั่นให้เหมาะกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย รองลงมาจะใช้ประโยชน์เพื่อการปรับปรุงสินค้าและบริการให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

[email protected]

ศูนย์อีไอซี ธนาคารไทยพาณิชย์ ได้ทำการสัมภาษณ์บริษัทชั้นนำของไทยในหลากหลายอุตสาหกรรมทั้งหมด 62 บริษัท ในเดือน ก.ย. 2560 ที่ผ่านมา พบว่าบริษัทไทยส่วนใหญ่กว่า 56% เริ่มใช้บิ๊กดาต้าแล้ว โดยมุ่งเน้นการใช้เพื่อพัฒนาการขายและการตลาดเป็นหลัก เช่น การตั้งราคาและจัดโปรโมชั่นให้เหมาะกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย รองลงมาจะใช้ประโยชน์เพื่อการปรับปรุงสินค้าและบริการให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

สำหรับธุรกิจในภาคการผลิตสนใจนำบิ๊กดาต้ามาวิเคราะห์เพื่อใช้เพิ่มผลิตภาพในกระบวนการผลิตและการดำเนินงาน เช่น คาดการณ์จำนวนผลผลิตที่เหมาะสม ลดข้อผิดพลาดในสายพานการผลิต เป็นต้น

แนวโน้มการใช้งานบิ๊กดาต้าที่เพิ่มขึ้น สะท้อนจากรายได้การให้บริการ การขายซอฟต์แวร์ และฮาร์ดแวร์ ที่ขยายตัวราว 20% ต่อปี ปัจจัยผลักดันมาจากการเติบโตของ IoT และโซเชียลมีเดีย รวมถึงความต้องการใช้ข้อมูลเพื่อการวิเคราะห์ของธุรกิจ โดยคาดว่ามูลค่าตลาดของบิ๊กดาต้าจะเพิ่มสูงขึ้นจาก 6,500 ล้านบาท ในปี 2560 เป็น 1.32 หมื่นล้านบาท ในปี 2565 หรือมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 20% ต่อปี

ทั้งนี้ บิ๊กดาต้าช่วยให้ธุรกิจสามารถเข้าใจรูปแบบพฤติกรรมผู้บริโภคใหม่ๆ ที่มีความซับซ้อนมากขึ้น จากการสำรวจของอีไอซี จากกลุ่มตัวอย่าง 5,701 คน ในเดือน ก.พ. 2560 พบว่าผู้บริโภคไทยกว่า 80% คาดหวังให้สินค้าและบริการมีลักษณะตามที่ตนเองต้องการมากที่สุด โดยยกให้คุณภาพมีความสำคัญเป็นอันดับหนึ่ง และยังมีแนวโน้มที่จะมีความภักดีต่อแบรนด์น้อยลง ซึ่งการนำบิ๊กดาต้ามาใช้นั้นจะช่วยให้ธุรกิจสามารถเข้าใจผู้บริโภคในเชิงลึกจากพฤติกรรมที่เกิดขึ้นจริงจากข้อมูลในหลากหลายรูปแบบ และสามารถวางกลยุทธ์ได้ตรงใจผู้บริโภคแต่ละรายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการทำการตลาดส่วนบุคคล (Personalized Marketing) การตั้งราคาให้เหมาะสม (Price Optimization) รวมถึงการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง (Cross-Selling) เป็นต้น ซึ่งต่างจากแนวทางการศึกษาผู้บริโภคในรูปแบบเดิมที่เลือกใช้แบบสอบถาม หรือการทำ Focus Group ที่อาจจะไม่สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคได้แท้จริง

นอกจากนี้ บิ๊กดาต้ายังช่วยให้ธุรกิจสามารถบริหารจัดการองค์กร รวมถึงบริหารจัดการทรัพยากรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น จากการศึกษาเชิงลึกของอีไอซี พบว่าบริษัทไทยกำลังเผชิญความท้าทายหลักๆ ใน 3 ด้าน คือ ต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น ผลิตภาพการผลิตมีอัตราการเติบโตถดถอยลง และการเปลี่ยนงานบ่อยของคนรุ่นใหม่ ซึ่งสามารถใช้การวิเคราะห์ บิ๊กดาต้ามาช่วยได้เช่นกัน ยกตัวอย่าง การวิเคราะห์ข้อมูลที่รวบรวมได้จากการติดตั้งเซ็นเซอร์ในสายการผลิตช่วยให้สามารถคาดการณ์และลดข้อผิดพลาดในสายการผลิตได้ จึงช่วยลดการสูญเสียและต้นทุน

นอกจากนี้ การวิเคราะห์ข้อมูลอื่นๆ นอกเหนือจากผลตอบแทนการทำงาน เช่น อายุ ระยะเวลาการเดินทางมาทำงาน การโพสต์บนโซเชียล มีเดีย ลักษณะการพักผ่อน ช่วยส่งสัญญาณเกี่ยวกับพนักงานที่มีโอกาสเสี่ยงต่อการลาออก อีกทั้งยังพบด้วยว่าการย้ายแผนกงานมีความสำคัญไม่แพ้การเลื่อนขั้น โดยสามารถช่วยเพิ่มโอกาสรักษาพนักงานให้อยู่กับองค์กรได้ 48% ทั้งนี้ทั้งนั้นสะท้อนให้เห็นว่าการใช้บิ๊กดาต้าช่วยให้ธุรกิจเข้าใจถึงความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรใหม่ๆ ได้มากขึ้น

ทั้งนี้ ธุรกิจที่มีโอกาสใช้บิ๊กดาต้าได้ก่อน ได้แก่ ธุรกิจค้าส่งค้าปลีก ขนส่งและโลจิสติกส์ โทรคมนาคมและสื่อ เนื่องจากข้อมูลมีความพร้อม และได้รับผลประโยชน์สูง ธุรกิจดังกล่าวอยู่ในภาคบริการที่ใกล้ชิดกับลูกค้า และมีการใช้รูปแบบดิจิทัลมานาน ส่งผลให้มีข้อมูลอยู่จำนวนมาก เช่น ข้อมูลจากการเลือกดูและซื้อสินค้าจากแพลตฟอร์มออนไลน์ ข้อมูลจาก GPS ที่ติดตั้งอยู่ในพาหนะขนส่ง ข้อมูลพฤติกรรมการใช้บริการโทรศัพท์แบบ Voice และ Data เป็นต้น ซึ่งข้อมูลเหล่านี้เองสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลายด้านเพื่อสร้างแต้มต่อเหนือคู่แข่ง เช่น การนำเสนอโปรโมชั่นให้เหมาะกับลูกค้าแต่ละราย เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม อีไอซีแนะบริษัทควรปรับตัวให้เป็นดิจิทัลที่จะทำ ให้สามารถรวบรวมและสร้างข้อมูลขนาดใหญ่และนำมาใช้ได้แบบ Real Time มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการสร้างแพลตฟอร์มซื้อขายและติดต่อลูกค้า ทางออนไลน์ สร้างเพจโซเชียลมีเดีย ติดตั้งเซ็นเซอร์ในสายพานการผลิต และนำข้อมูลภายนอกมาประกอบการวิเคราะห์กับข้อมูลภายในบริษัท เพื่อตามให้ทันเทรนด์ของผู้บริโภคที่เป็น Smart Consumer และธุรกิจที่เป็น Smart Company

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน