
ฟื้นฟูร่างกายหลังวิ่ง
นูโน่จบไปด้วยความคึกคักเหมือนทุกครั้ง สำหรับงานวิ่ง "บีดีเอ็มเอส กรุงเทพมาราธอน 2017" ที่ผ่านมา ด้วยจำนวนผู้เข้าร่วมงานกว่า 3 หมื่นคน ซึ่งปีนี้แชมป์มาราธอนเป็นของนักวิ่งปอดเหล็กชาวเคนยา โดยประเภทโอเวอร์ออลชาย สตีเฟ่น มังกาทา มูกัมบี เข้าเส้นชัยด้วยเวลา 2:28:19.8 ชั่วโมง ส่วน จูเลีย เอ็นจารา คว้าแชมป์ฝ่ายหญิง ด้วยเวลา 3:00:00.1 ชั่วโมง
นูโน่
จบไปด้วยความคึกคักเหมือนทุกครั้ง สำหรับงานวิ่ง "บีดีเอ็มเอส กรุงเทพมาราธอน 2017" ที่ผ่านมา ด้วยจำนวนผู้เข้าร่วมงานกว่า 3 หมื่นคน ซึ่งปีนี้แชมป์มาราธอนเป็นของนักวิ่งปอดเหล็กชาวเคนยา โดยประเภทโอเวอร์ออลชาย สตีเฟ่น มังกาทา มูกัมบี เข้าเส้นชัยด้วยเวลา 2:28:19.8 ชั่วโมง ส่วน จูเลีย เอ็นจารา คว้าแชมป์ฝ่ายหญิง ด้วยเวลา 3:00:00.1 ชั่วโมง
สำหรับคนที่ไม่ได้รางวัล อย่างน้อยก็ได้ชนะตัวเอง แต่สิ่งสำคัญที่ทุกคนไม่ควรมองข้ามหลังจากจบการแข่งขันทุกครั้ง นั่นคือ การดูแล ตัวเองหลังการวิ่ง โดยเฉพาะการวิ่งระยะฟูลมาราธอน 42.195 กม. ร่างกายย่อมต้องการพักฟื้น และซ่อมแซมกล้ามเนื้อที่ผ่านการใช้งานอย่างหนัก
ข้อมูลจากโรงพยาบาลกรุงเทพระบุสิ่งที่ควรทำหลังวิ่งเสร็จ คือ หากมีส่วนใดของร่างกายบาดเจ็บหรือปวดช้ำบวม ควรใช้น้ำเย็นหรือน้ำแข็งประคบช่วยลดการอักเสบประมาณ 15 นาที ทำสลับไปทุก 2-3 ชั่วโมงไปจนครบหนึ่งวัน และเมื่อกลับบ้านก็ควรอาบน้ำให้ร่างกายสะอาด หรือแช่ตัวลงในอ่างน้ำอุ่น เพื่อให้กล้ามเนื้อผ่อนคลายหลังจากการวิ่ง
นอกจากนี้ ควรระมัดระวังการออกไปอยู่ในที่ที่มีคนจำนวนมากเพื่อหลีกเลี่ยงการติดเชื้อเพิ่มเติม เพราะหลังการวิ่งมาราธอน ร่างกายจะมีภูมิคุ้มกันลดลง และหากต้องการออกซ้อม หรือไปวิ่งมาราธอนอีกครั้ง ควรเว้นระยะ 1-2 สัปดาห์ เพื่อให้ร่างกายได้มีโอกาสซ่อมแซมส่วนที่ถูกทำลายไปในระหว่างการออกกำลังกายอย่างหนักด้วย
ขณะที่ในสัปดาห์แรกหลังการวิ่ง ควรเน้นโภชนาการที่ดี โดยเฉพาะผลไม้ที่จะช่วยลดอาการอักเสบ และฟื้นฟูร่างกาย และยังไม่ควรวิ่งใน 2 วันแรก อาจจะเดินเบาๆ 15-20 นาทีก่อน หลังจากนั้นค่อยเริ่มวิ่งเบาๆ หรือออกกำลังกายที่ลดการกระแทกอย่างว่ายน้ำ หรือปั่นจักรยานแทน โดยระหว่างสัปดาห์ควรมีวันพักอย่างน้อย 2 วัน
จากนั้นสัปดาห์ถัดไปอาจจะเริ่มวิ่งสบายๆ ได้มากขึ้น แต่ก็ไม่ควรเร่งมากเกินไป ควรจะค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป เพื่อปรับสภาพร่างกาย พร้อมกับสังเกตอาการของร่างกายไปในตัว







