
ตีกรอบบริการสาธารณะ
แนวทางแก้ปัญหาผู้โดยสารรถไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นเกินคาดหมายหลังเชื่อมรถไฟฟ้าสายสีม่วงกับสายสีน้ำเงิน โดยถอดเบาะที่นั่งตู้กลางออก เพื่อให้ผู้โดยสารในชั่วโมงเร่งด่วนขึ้นรถได้เร็วขึ้น ไม่ต้องรอนาน 3-5 ขบวน เหลือแค่รอ 1-3 ขบวนก็ได้ขึ้นรถ ถือเป็นหนึ่งในการแก้ปัญหาที่ค่อนข้างคาใจผู้โดยสารว่ามีการปรึกษากับหน่วยงานที่ร่วมลงทุนว่าเป็นหนทางที่เหมาะสมขนาดไหน และการแก้ปัญหาเพิ่มพื้นที่ยืนได้วันละ 2 หมื่นคนดังกล่าว น่าจะมีการคืนกลับให้ผู้โดยสารในรูปแบบต่างๆ บ้างหรือไม่
แนวทางแก้ปัญหาผู้โดยสารรถไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นเกินคาดหมายหลังเชื่อมรถไฟฟ้าสายสีม่วงกับสายสีน้ำเงิน โดยถอดเบาะที่นั่งตู้กลางออก เพื่อให้ผู้โดยสารในชั่วโมงเร่งด่วนขึ้นรถได้เร็วขึ้น ไม่ต้องรอนาน 3-5 ขบวน เหลือแค่รอ 1-3 ขบวนก็ได้ขึ้นรถ ถือเป็นหนึ่งในการแก้ปัญหาที่ค่อนข้างคาใจผู้โดยสารว่ามีการปรึกษากับหน่วยงานที่ร่วมลงทุนว่าเป็นหนทางที่เหมาะสมขนาดไหน และการแก้ปัญหาเพิ่มพื้นที่ยืนได้วันละ 2 หมื่นคนดังกล่าว น่าจะมีการคืนกลับให้ผู้โดยสารในรูปแบบต่างๆ บ้างหรือไม่
หลังการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ รฟม. ลงตรวจสอบการบริหารจัดการเดินรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินของบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ หรือ บีอีเอ็ม ซึ่งเป็นผู้ได้รับสัมปทานให้เอกชนเข้าร่วมลงทุนกิจการของรัฐ โดย รฟม.บอกว่าการทดลองถอดที่นั่งผู้โดยสารแถวกลางออกจะเริ่มเพียงขบวนเดียวก่อน จากรถไฟฟ้า 1 ขบวน ที่มี 3 ตู้ มีที่นั่งตู้ละ 42 ที่ รวม 126 ที่นั่ง จะถอดเบาะออกในตู้กลาง คิดเป็นตู้ละ 14 ที่นั่ง ทำให้ที่นั่งเหลือ 84 ที่นั่ง
ผลดังกล่าวทำให้สามารถเพิ่มปริมาณผู้โดยสารได้ 90 คน คิดเป็นจำนวน 10% ของปริมาณความจุผู้โดยสาร 900 คนต่อขบวน หรือสามารถเพิ่มปริมาณผู้โดยสารได้ราววันละ 2 หมื่นคน เมื่อดูจากช่วงชั่วโมงเร่งด่วนเช้าและเย็นที่มีผู้โดยสารราววันละ 2.2 แสนคน รวมทั้งยังสามารถลดระยะเวลาการรอของผู้โดยสารช่วงชั่วโมงเร่งด่วนได้ราว 40-50% จากเดิมที่ต้องรอ 3-5 ขบวน อาจเหลือเวลารอรถเพียง 1-3 ขบวนต่อเที่ยว ตามนโยบายของ รฟม.ที่ต้องการลดความยาวของแถวบนชานชาลาเพื่อแก้ปัญหาความแออัดบนชานชาลา
สำหรับการแก้ปัญหาด้วยการถอดที่นั่งแถวกลางออกดังกล่าว จะมีการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไปว่าจะดำเนินการถอดเบาะให้ครบทั้ง 19 ขบวนเลยหรือไม่ โดยจะสรุปเดือน ธ.ค.นี้ ระหว่างรอที่บริษัท บีอีเอ็ม จะนำเข้ารถไฟฟ้าเข้ามาให้บริการ ซึ่งตามแผนบีอีเอ็มบอกว่าได้ลงทุนจัดซื้อรถไฟฟ้าเพิ่มแล้ว 35 ขบวน จะทยอยส่งมอบในปี 2562 แต่จากปัญหาดังกล่าวจึงเร่งส่งมอบให้เร็วขึ้นเบื้องต้นคาดปลายปี 2561 จะรับมอบรถไฟฟ้า 1 ขบวน และจะทยอยส่งมอบเข้ามาอีก 3 ขบวนในเดือน มี.ค. 2562 ก่อนนำมาวิ่งในระบบภายในเดือน เม.ย. 2562 ปัจจุบันรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินมีผู้โดยสารวันละ 3.5 แสนคน คาดปีนี้จะมีผู้โดยสารเพิ่มอีกกว่า 10%
ภาพรวมทั้งหมดเบื้องต้นเท่ากับจะมีการแก้ปัญหาด้วยการถอดเบาะที่นั่งกลางออกอย่างน้อยอีกกว่า 1 ปี เพื่อรอรถขบวนแรกจะนำเข้ามาปลายปี 2561 และทดลองวิ่งก่อนจะมาให้บริการจริง หรือทำให้ขนส่งคนได้เร็วขึ้นปีละกว่า 7 ล้านคน รวมทั้งหากในเดือน ธ.ค.นี้ ทาง รฟม.กับ บีอีเอ็มและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสรุปว่าจะถอดเบาะที่นั่งกลางออกทั้งหมด 19 ขบวน ก็จะทำให้ขนส่งคนได้เร็วขึ้นปีละกว่า 138.7 ล้านคน
บนการขนส่งที่เร็วขึ้นปีละกว่า 138.7 ล้านคนดังกล่าว สิ่งนี้น่าจะมีการประเมินกลับมาชดเชยให้ผู้โดยสารในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งบ้าง เช่น ยืดเวลาขึ้นค่าโดยสารออกไป รวมทั้งต่อไปรถไฟฟ้าจะมีการเชื่อมต่อกับสายสีต่างๆ ที่มีการประมูลไปแล้ว เช่น สายสีเหลือง สายสีส้ม สายสีชมพู เมื่อเป็นเช่นนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรจะเตรียมแผนรองรับเพื่อไม่ให้เกิดปัญหากับผู้โดยสารอีก นอกจากนี้ น่าจะวางกรอบในการแก้ปัญหาที่มีมาตรฐานกว่าการที่ประกาศว่าจะแก้ด้วยการถอดเบาะที่นั่งกลางแล้วทำทันทีโดยไม่แจ้งล่วงหน้า ก็หวังว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะนำบทเรียนครั้งนี้ไปตีกรอบให้บริการสาธารณะได้มาตรฐานขึ้น n







