posttoday
เศรษฐศาสตร์สิ่งแวดล้อม

เศรษฐศาสตร์สิ่งแวดล้อม

22 พฤศจิกายน 2560

วิฑูรย์ สิมะโชคดีแม้ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา พัฒนาการทางเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมของไทยจะดีขึ้นตามลำดับ แต่เราก็ต้องยอมรับว่า การพัฒนาในช่วง 20 กว่าปีที่ผ่านมาได้ก่อให้เกิดปัญหามลพิษสิ่งแวดล้อมและความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติเป็นอย่างมากในบ้านเรา

วิฑูรย์ สิมะโชคดี

แม้ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา พัฒนาการทางเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมของไทยจะดีขึ้นตามลำดับ แต่เราก็ต้องยอมรับว่า การพัฒนาในช่วง 20 กว่าปีที่ผ่านมาได้ก่อให้เกิดปัญหามลพิษสิ่งแวดล้อมและความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติเป็นอย่างมากในบ้านเรา

ทุกวันนี้ปัญหามลพิษสิ่งแวดล้อมซึ่งเคยถูกมองว่ามีความสำคัญน้อยกว่าปัญหาทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง ได้กลายเป็นปัญหาที่ทวีความ รุนแรงมากขึ้นตามลำดับ จนบ่อยครั้งที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งระหว่างประชาชน (ผู้ได้รับผลกระทบหรือความเสียหายจากโครงการต่างๆ ของภาค อุตสาหกรรมและภาครัฐ) กับโรงงานและภาครัฐที่เกี่ยวข้อง

ตลอดเวลาที่ผ่านมา แม้จะมีมาตรการและวิธีแก้ปัญหามลพิษสิ่งแวดล้อม หลายประการ แต่กฎหมายสิ่งแวดล้อมของไทยที่เน้นมาตรการกำกับและควบคุมเป็นหลักยังมีข้อจำกัดในการแก้ไขปัญหา เนื่องจากความไม่เข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมาย บทลงโทษและค่าปรับตามกฎหมายที่ต่ำ และหน่วยงาน รัฐยังขาดการติดตามตรวจสอบแหล่งกำเนิดมลพิษอย่างทันการณ์ด้วยเหตุผลด้านบุคลากรงบประมาณและอื่นๆ

จึงปรากฏว่าผู้ที่ต้องได้รับผลกระทบจากความไม่เป็นธรรมและการขาดประสิทธิภาพในการบริหารจัดการมลพิษสิ่งแวดล้อม จึงมักตกไปอยู่ที่กลุ่มคนที่ยากจนและด้อยโอกาสในสังคม

ปัจจุบันประเทศต่างๆ ได้นำ "เครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์" (Economic Instruments) มาเสริมมาตรการกำกับและควบคุมดูแลในการบริหารจัดการปัญหามลพิษสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เพราะเครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์ถือเป็นกลไกสำคัญประการหนึ่งในการสะท้อนต้นทุนทางด้านสิ่งแวดล้อมตาม "หลักการ ผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย" (Polluter Pays Principle : PPP) และเป็นมาตรการที่สร้างแรงจูงใจให้ผู้ก่อมลพิษและผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและดำเนินกิจกรรมที่ลดการสร้างมลพิษสิ่งแวดล้อมด้วย

กฎหมายที่ว่าด้วยเครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์เพื่อการบริหารจัดการมลพิษสิ่งแวดล้อมจึงเป็นนวัตกรรมใหม่ที่จะมาช่วยเสริมความเข้มแข็งให้แก่กฎหมายสิ่งแวดล้อมที่มีอยู่ โดยการเปิดให้หน่วยงานต่างๆ สามารถนำเครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์มาใช้ในการบริหารจัดการมลพิษสิ่งแวดล้อมได้อย่างหลากหลายตามความเหมาะสม และตามพันธกิจของแต่ละหน่วยงาน รวมทั้งเป็นการส่งเสริมการกระจายอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการแก้ปัญหาและมีรายได้จากการบริหารจัดการมลพิษสิ่งแวดล้อมด้วย

เครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์ที่ว่านี้ ได้แก่ ค่าปรับ ค่าภาษีการปล่อยมลพิษ การซื้อขายหรือขอใบอนุญาตการปล่อยมลพิษ ค่าธรรมเนียมการอนุญาต การใช้ระบบภาษีที่แตกต่างกัน มาตรการอุดหนุน การวางประกันความเสี่ยงหรือความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม ระบบมัดจำคืนเงิน เป็นต้น

เครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์จะมีวัตถุประสงค์ที่สำคัญ 2 ประการ คือ เพื่อเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้ผลิตและผู้บริโภคในการลดการก่อมลพิษสิ่งแวดล้อม และเพื่อสร้างแรงจูงใจให้ลดการก่อมลพิษ

การเก็บภาษีมลพิษตามปริมาณน้ำเสียหรืออากาศเสียที่ระบายออกสู่สิ่งแวดล้อม จะทำให้ผู้ก่อมลพิษต้องพยายามดำเนินมาตรการหรือปรับปรุงกระบวนการผลิตเพื่อทำให้เกิดน้ำเสียหรืออากาศเสียน้อยลง

การใช้เครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์จึงไม่ใช่การกำกับและควบคุมดูแล แต่เป็นการสร้างแรงจูงใจทางเศรษฐกิจเพื่อให้องค์กรหรือผู้บริหารตระหนักถึงต้นทุนที่แท้จริงของทรัพยากร และคำนึงถึงผลกระทบต่อภายนอกองค์กรของกิจกรรมนั้นๆ จึงเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตหรือผู้บริโภคตัดสินใจเองว่า จะดำเนินมาตรการอย่างไรต่อไปหรือจะเลือกผลิตเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ ก่อให้เกิดมลพิษน้อยลงประการใดหรือไม่ ครับผม!

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท