
คอนเทนต์ 360 องศา
นิธิพัทธ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์แม้ปัจจุบันเราจะอยู่ในโลกที่คอนเทนต์มีความสำคัญเป็นอย่างมาก แต่ก็ยังหนีไม่พ้นกฎที่ว่าใครที่ปรับตัวได้ก่อน ย่อมได้เปรียบในสนามแข่ง?
นิธิพัทธ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์
แม้ปัจจุบันเราจะอยู่ในโลกที่คอนเทนต์มีความสำคัญเป็นอย่างมาก แต่ก็ยังหนีไม่พ้นกฎที่ว่าใครที่ปรับตัวได้ก่อน ย่อมได้เปรียบในสนามแข่ง?
ดิจิทัลคอนเทนต์ถึงเวลาที่จะต้องก้าวขึ้นไปอีกขั้น จากการเล่าเรื่องผ่านตัวอักษรสู่ภาพวิดีโอเคลื่อนไหว IG Story ตามด้วยภาพนิ่ง 360 องศา ในเฟซบุ๊กไล่มาจนถึงยุคนี้ที่วีอาร์ (VR) เริ่ม เฟื่องฟู ความนิยมในการเสพคอนเทนต์ 360 องศาแบบเคลื่อนไหวได้จึงกลายมาเป็นปรากฏการณ์คอนเทนต์รูปแบบใหม่ที่หลากหลายธุรกิจดึงเอามาใช้
ด้วยเหตุนี้เหล่าคอนเทนต์ ครีเอเตอร์ ก็สามารถผันตัวมาเป็น Influencers แบบง่ายๆ เพียงครีเอทเรื่องเล่าออกมาในรูปแบบ 360 องศา โดยหากใครสามารถสร้างสตอรี่ที่ดึงเอาเสน่ห์ความเป็น 360 องศา ออกมาได้มากที่สุดแล้ว ก็จะสามารถพา ผู้ชมเข้าถึงบรรยากาศเสมือนจริงที่ดึงอารมณ์ ความรู้สึกของผู้ถ่ายทอดประสบการณ์สู่ ผู้อ่านคอนเทนต์โดยตรง และลึกซึ้งยิ่งกว่าตัวอักษรหรือการเสพเรื่องราวครั้งไหนๆ
สร้างแบบ "Immersive Film" : สิ่งแรกที่เหล่าครีเอเตอร์จะต้องทำความเข้าใจก่อนคือ รูปแบบของคอนเทนต์จะต้องเหมาะสมหรืออิมแพ็คกับการรับชมแบบรอบทิศ การรับภาพนิ่งหรือเคลื่อนไหวแบบ 360 องศา ผ่านแว่นวีอาร์จะเสมือนว่าเราได้จับมือพาคนดูไปสู่สถานการณ์จริง แบบเดียวกับที่เราได้ไปสัมผัสมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับช็อตแอดเวนเจอร์พีกๆ ที่ภาพนิ่งธรรมดาเอาไม่อยู่ ไม่ว่าจะเป็นวิว 360 องศา ขณะโดดบันจี้จัมพ์ ทิ้งดิ่งตัวบนรถไฟเหาะ หรือโมเมนต์ชมดาวเหนือ
สร้างให้ "แปลก" : ประสบการณ์ที่ผู้ใช้งานจะได้จากวีอาร์นั้นเรียกว่า ไม่ธรรมดาด้วยตัวมันเองอยู่แล้ว แต่คอนเทนต์จะเกิดความสนใจมากขึ้นไปอีก ถ้าถูกดึงเอามาใช้ในสถานการณ์ที่เหมาะสม ตัวอย่างความสำเร็จหนึ่งจาก VR Vaccine โฆษณาวีอาร์ที่ได้รับการ การันตีจากการประกวดเมืองคานส์ว่านี่เป็นโฆษณาที่ "ความคิดสร้างสรรค์ พาแบรนด์ไปได้ไกลกว่าแค่ขายของ"
สร้างลายเซ็น : คอนเทนต์ต้องมีตัวตนต้องจดจำได้จากผลวิจัยของ YuMe ร่วมกับพาร์ตเนอร์ด้านดิจิทัล เอเยนซี พบว่า การใช้ VR เพื่อการโฆษณาสามารถช่วยในการจดจำแบรนด์สูงมากถึง 70% โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อใช้กับเกมที่รองรับผู้เล่นมากกว่าหนึ่งคนจะยิ่งทำให้ผู้เล่นมีอารมณ์ร่วมกับเกมมากขึ้น และมีผลต่อการจดจำมากกว่าเกมแบบ 2D โดยนักรีวิวหรือนักแคสเกมจะยิ่งช่วยชูให้ตัวเอกในเกมจดจำง่ายขึ้นในฐานะ Personal Branding
การรับชมภาพ 360 องศา กำลังพาผู้คนยุคดิจิทัลเริ่มเสพคอนเทนต์ที่ลึกซึ้งขึ้นอีกขั้น ด้วยการแชร์ "ฟิลลิ่ง" ของคนหนึ่งคนสู่อีกหลายๆ คน พาให้ผู้ชมเข้าถึงอรรถรสไปพร้อมๆ กัน รับรู้อารมณ์เท่าๆ กันกับเราแบบเรียลไทม์ n







