
รถยนต์อัจฉริยะอัตโนมัติ IDS
เรื่อง | นภัสปัจจุบันมีเทคโนโลยีสุดไฮเทคมากมาย ที่ทางผู้ผลิตได้คิดค้นนวัตกรรมที่ทำให้ผู้บริโภคมีความสะดวกสบายในชีวิตประจำวัน
เรื่อง | นภัส
ปัจจุบันมีเทคโนโลยีสุดไฮเทคมากมาย ที่ทางผู้ผลิตได้คิดค้นนวัตกรรมที่ทำให้ผู้บริโภคมีความสะดวกสบายในชีวิตประจำวัน
ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์กับเทคโนโลยี ที่นับวันนั้นจะดูล้ำหน้ามากขึ้นทุกๆ วัน ซึ่งในตอนนี้การพัฒนาก็ล้ำเกินไป มากจริงๆ
ไม่ว่าจะเป็นทั้งในเรื่องของรถที่สามารถขับเคลื่อนได้เอง หรืออาจจะเป็นรถที่มีพลังงานทางเลือกต่างๆ ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือนวัตกรรมการบอกเส้นทางผ่านกระจกรถ การขับขี่แบบอัตโนมัติ เป็นต้น
จนบางทีก็อาจจะคิดว่านี่มันมีจริง เหรอ แต่ด้วยวิวัฒนาการที่เปลี่ยนไปด้วยความคิดที่แปลกใหม่ อีกทั้งยังประดิษฐ์ออกมาแล้วสามารถใช้งานได้จริง
มาพูดถึงรถยนต์ยี่ห้อดังที่ให้กำเนิดนวัตกรรมใหม่แก่วงการรถยนต์นั่นคือ การพัฒนาพวงมาลัยให้กลายเป็น "แท็บเล็ต" ซึ่งเรื่องของพวงมาลัยอัจฉริยะที่ว่านี้ เป็นแผนพัฒนาที่กำลังจะได้เห็นกันในเร็วๆ นี้
รถยนต์ต้นแบบขับอัจฉริยะ อัตโนมัติ IDS สามารถขับเคลื่อนได้ ด้วยตนเอง ใช้พลังงานจากไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ขนาด 60 กิโลวัตต์/ชั่วโมง ภายใต้ระบบขับอัตโนมัติ (Autonomous Driving System)
เทคโนโลยีนี้เริ่มต้นในปี 2558 เป็นรถต้นแบบของนิสสัน ซึ่งเป็น การปฏิวัติความสัมพันธ์ระหว่างรถ และคนขับ หรือผู้ใช้สำหรับการ เดินทางในอนาคต ด้วยการบูรณาการการควบคุมรถที่ทันสมัยและเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยผ่านปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence-AI) เพื่อสร้างสรรค์พาหนะที่สามารถขับขี่ได้ ด้วยตนเอง หรือที่เรียกว่าออโตโนมัส ไดรฟ์วิ่ง (Autonomous Driving)
เบื้องหลังระบบขับขี่อัจฉริยะอัตโนมัติของนิสสัน IDS คือ การสื่อสารร่วมกัน สำหรับระบบขับขี่ด้วยตนเองสามารถเป็นความจริงได้ ต้องไม่เพียงแค่สื่อสารระหว่างรถยนต์และคนขับรถ แต่ยังต้องสื่อสารระหว่างรถยนต์แต่ละคันรวมถึงผู้คนรอบๆ ด้วย
อีกทั้งยังมีคอนโซลหรือแผงควบคุมด้านหน้าของรถ จะเปลี่ยนรูปแบบจากการขับขี่ด้วยพวงมาลัยปกติ จะกลายเป็นแผงควบคุมรูปแบบสัมผัสที่ล้ำยุค ส่วนพวงมาลัยสามารถเปลี่ยนเป็น หุ่นยนต์ที่ช่วยควบคุมการขับเคลื่อน แบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบคล้ายกับ ระบบปัญญาประดิษฐ์ เหมือนกับกำลังขับยานอวกาศ คล้ายกับในหนังเกี่ยวกับอนาคต
อีกทั้งการออกแบบภายในยังสามารถให้ผู้ขับเลือกใช้โหมดไหนในการขับขี่ได้ไม่ว่าจะเป็นการขับอัตโนมัติ หรือจะขับด้วยตนเอง
ส่วนห้องโดยสารนั้นก็จะสะดวกสบาย สำหรับผู้โดยสารถึง 4 คน และจะสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นเมื่อเลือกใช้ระบบขับขี่อัจฉริยะอัตโนมัติ เพราะในโหมดนี้พวงมาลัยลดระดับลงเปลี่ยนเป็นแผงหน้าปัดและจอแสดงผลขนาดใหญ่แทน
การขับขี่ต่างๆ จะควบคุมผ่านระบบปัญญาประดิษฐ์ด้วย การตกแต่งภายในจากวัสดุธรรมชาติ ที่นั่งทั้งสี่ที่นั่งหมุนเข้าด้านในเล็กน้อยให้ความสะดวกในการสนทนาได้ง่ายขึ้น ดังเช่นการผ่อนคลายในห้องนั่งเล่น
เมื่อผู้ขับเลือกการขับขี่ด้วยตนเอง ห้องโดยสารที่กว้างขวางจะปรับเปลี่ยนการควบคุมโดยพวงมาลัยจะปรากฏขึ้นพร้อมกับมาตรวัดพร้อมจอแสดงผลต่างๆ ที่แสดงให้เห็นเส้นทางและข้อมูลอื่นๆ ที่ต้องใช้ในระหว่างขับรถ
แสงสว่างภายในสวิตช์สีฟ้ากระตุ้นความสามารถในการที่สร้างสมาธิ ขณะขับขี่อีกด้วย ด้วยการผสานเทคโนโลยีการเชื่อมต่อที่จะทำให้ผู้ขับขี่มีความสุข สนุกและตื่นเต้น
ใช้แบตเตอรี่ความจุสูง 60 กิโลวัตต์/ชั่วโมง และด้วยรูปทรงที่มีค่าอากาศพลศาสตร์และน้ำหนักลดลง เนื่องจากวัสดุตัวถังทำจากคาร์บอนไฟเบอร์น้ำหนักเบาแต่แข็งแกร่ง ทำให้สามารถขับได้ในระยะทางไกลเพิ่มขึ้น
ไฟภายนอกและการแสดงต่างๆ ถ่ายทอดให้กับคนเดินเท้าและคนอื่นๆ รับรู้รถของสภาพแวดล้อมและสัญญาณต่างๆ จากเส้นด้านข้างของรถตัวอย่างเป็นแอลอีดี เมื่อคนเดินเท้าหรือปั่นจักรยานในบริเวณใกล้เคียง รถจะส่งข้อความและส่งสัญญาณว่ารถจะทำอะไร เช่น ข้อความ "เชิญท่านก่อน" เพื่อให้คนเดินเท้าได้ข้ามถนนไปก่อน เป็นต้น
นอกจากนี้ เทคโนโลยีอื่นๆ ในนิสสัน IDS เช่น การจอดเอง (Piloted Park) ดำเนินการโดยใช้สมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต โดยผู้ขับไม่จำเป็นต้องอยู่ในตัวรถและคาดการณ์กันว่าปี 2563 จะได้ใช้กันบนท้องถนน n







