
ชงแผนเชื่อมไทย-ญี่ปุ่น
บีโอไอจับมือจังหวัดมิเอะ ญี่ปุ่น ทำแผนจัดกิจกรรมเชื่อมโยงเอสเอ็มอีสองประเทศ จับคู่ธุรกิจกลุ่มอุตสาหกรรมเกษตร อาหารและเครื่องมือแพทย์
บีโอไอจับมือจังหวัดมิเอะ ญี่ปุ่น ทำแผนจัดกิจกรรมเชื่อมโยงเอสเอ็มอีสองประเทศ จับคู่ธุรกิจกลุ่มอุตสาหกรรมเกษตร อาหารและเครื่องมือแพทย์
น.ส.ดวงใจ อัศวจินตจิตร์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ได้มีการหารือกับนายเอเค ซึซึกิ ผู้ว่าราชการจังหวัดมิเอะ พร้อมคณะนักธุรกิจญี่ปุ่นรวม 20 ราย โดย ผู้ว่าราชการจังหวัดมิเอะเข้าใจถึงนโยบาย ส่งเสริมการลงทุนของไทยที่ให้ความสำคัญด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมทั้งการส่งเสริมผู้ประกอบการเอสเอ็มอี
ทั้งนี้ เนื่องจากจังหวัดมิเอะมีความสนใจที่จะกระตุ้นให้เกิดความร่วมมือระหว่างเอสเอ็มอีของทั้งสองฝ่าย ซึ่ง บีโอไอเสนอให้มีความร่วมมือทั้งในด้านการพัฒนาบุคลากร โดยการแลกเปลี่ยน ผู้เชี่ยวชาญที่จะมาถ่ายทอดความรู้ให้แก่เอสเอ็มอีไทย และการสร้างโอกาสความร่วมมือทางธุรกิจระหว่างเอสเอ็มอีทั้งสองฝ่าย
อย่างไรก็ตาม บีโอไอจะจัดทำแผนความร่วมมือด้านการลงทุนกับจังหวัด มิเอะ โดยกำหนดอุตสาหกรรมเป้าหมายและกิจกรรมที่จะดำเนินการร่วมกัน เพื่อให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะในเรื่องการจับคู่ธุรกิจและความร่วมมือด้านเทคโนโลยีระหว่างผู้ประกอบการไทยและญี่ปุ่น ซึ่งจะเป็นการยกระดับความร่วมมือระหว่างกัน หลังจากก่อนหน้านี้ได้มีการลงนามความร่วมมือ (เอ็มโอยู) ร่วมกันมาเกือบ 5 ปี
"บีโอไอจึงคาดว่าจะจัดคณะเอสเอ็มอี ไทยในสาขาเป้าหมาย ทั้งจากส่วนกลางและภูมิภาคไปเยือนจังหวัดมิเอะได้ในช่วงกลางปี 2561 โดยในเบื้องต้นจะมุ่งเน้นความร่วมมือในกลุ่มอุตสาหกรรมเกษตร อาหารและเครื่องมือแพทย์ก่อน" น.ส.ดวงใจ กล่าว
สำหรับจังหวัดมิเอะนั้น มีความร่วมมือด้านการลงทุนกับบีโอไอมาตั้งแต่ปี 2554 โดยได้สนับสนุนกิจกรรมเดินสายชักจูงการลงทุนของบีโอไอเป็นประจำทุกปี และได้ลงนามเอ็มโอยูระหว่างกันในปี 2556 เพื่อสนับสนุนกิจกรรมด้านการลงทุนระหว่างกันให้มากยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม จังหวัดมิเอะถือเป็นเมืองที่มีศักยภาพในด้านอุตสาหกรรมอาหาร เครื่องจักรในการผลิตอาหาร และอุตสาหกรรมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีผู้ผลิตชิ้นส่วนของไทยก็มีศักยภาพสูงและสามารถเชื่อมโยงจับคู่ธุรกิจกันได้
นอกจากนี้ ทางจังหวัดยังมีนโยบายส่งเสริมการพัฒนาด้านอุตสาหกรรมการแพทย์ โดยมีการจัดตั้งเมดิคัล วัลเลย์ ซึ่งถือเป็นโอกาสอันดีแก่กลุ่มผู้ผลิตเครื่องมือแพทย์และชิ้นส่วนของไทยด้วย







