
สามอย่างที่กรุงฮานอยเหนือกว่ากรุงเทพฯ
ดิลก ถือกล้าการมีโอกาสไปแลกเปลี่ยนขอเรียนรู้จากผู้ใหญ่ท่านหนึ่งที่กรุงฮานอย เมืองหลวงของเวียดนาม มีเรื่องหนึ่งที่ฟังแล้วให้ความรู้สึกขำแกมขมขื่นเกี่ยวกับการเปรียบเทียบระหว่างกรุงฮานอยกับกรุงเทพฯ ผู้ใหญ่ท่านนี้บอกว่า มีสามอย่างที่กรุงฮานอยเหนือกว่ากรุงเทพฯ อย่างชัดเจน คือ หนึ่ง มีการดูแลต้นไม้ดีมาก สอง รถเมล์จะใหม่และติดแอร์หมด สาม สายไฟจะลงดินทั้งหมด ผมได้สังเกตสิ่งที่ผู้ใหญ่ท่านนั้นได้กล่าวไว้ ประกอบกับการรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมจากการได้แลกเปลี่ยนทั้งคนไทยและคนท้องถิ่น มีเรื่องที่น่าสนใจหลายประเด็น คือ
ดิลก ถือกล้า
การมีโอกาสไปแลกเปลี่ยนขอเรียนรู้จากผู้ใหญ่ท่านหนึ่งที่กรุงฮานอย เมืองหลวงของเวียดนาม มีเรื่องหนึ่งที่ฟังแล้วให้ความรู้สึกขำแกมขมขื่นเกี่ยวกับการเปรียบเทียบระหว่างกรุงฮานอยกับกรุงเทพฯ ผู้ใหญ่ท่านนี้บอกว่า มีสามอย่างที่กรุงฮานอยเหนือกว่ากรุงเทพฯ อย่างชัดเจน คือ หนึ่ง มีการดูแลต้นไม้ดีมาก สอง รถเมล์จะใหม่และติดแอร์หมด สาม สายไฟจะลงดินทั้งหมด ผมได้สังเกตสิ่งที่ผู้ใหญ่ท่านนั้นได้กล่าวไว้ ประกอบกับการรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมจากการได้แลกเปลี่ยนทั้งคนไทยและคนท้องถิ่น มีเรื่องที่น่าสนใจหลายประเด็น คือ
เรื่องการดูแลต้นไม้ในกรุงฮานอย ผมต้องขอเน้นว่า "ดูแลดีมาก" เพราะต้นไม้ตามถนนหนทางในกรุงฮานอยจะเป็นต้นไม้ใหญ่ ร่มครึ้ม และยืนต้นสูง การก่อสร้างที่กระทบต้นไม้ เช่น การสร้างรั้ว ก็สร้างรั้วเปิดช่องว่างให้ต้นไม้ได้เติบโต ไม่ตัดทิ้ง แต่ที่ต่างจากกรุงโฮจิมินห์ คือ ที่ฮานอยจะไม่มีการตีตราเบอร์ต้นไม้ที่อยู่บนถนนของกรุงฮานอย ในขณะที่ต้นไม้ตามถนนของกรุงโฮจิมินห์จะมีเลขประจำต้น ซึ่งการดูแลต้นไม้ที่ดีมากในระดับนี้ สะท้อนถึงความจริงจังในการรักษาสิ่งแวดล้อมของเวียดนาม ทั้งระดับนโยบายและปฏิบัติในภาพรวมทั้งหมดอีกด้วย
เรื่องรถเมล์ที่ติดแอร์และใหม่ทุกคัน ผมเห็นรถเมล์ที่วิ่งในกรุงฮานอยแล้วเห็นความแตกต่างอย่างมากจากรถเมล์ขนส่งมวลชนบ้านเรา เรื่องความใหม่ สะอาด และการติดแอร์ ยังมีข้อสังเกตอีกอย่างคือรถเมล์เกือบทุกคันจะเป็นรถแบรนด์เกาหลี สะท้อนถึงความสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับธุรกิจเกาหลี ที่มีการลงทุนในเวียดนามสูงเป็นอันดับหนึ่ง ผู้ใหญ่ท่านนั้นให้ข้อมูลว่าการที่เกาหลีเป็นที่ไว้วางใจจากเวียดนามนั้น เป็นเพราะมีการเกื้อกูลกันมาตั้งแต่ช่วงประมาณปี 2529 ที่เกาหลีเริ่มขยายตัวไปต่างประเทศ แต่เวลานั้นประเทศส่วนใหญ่ในอาเซียนเลือกญี่ปุ่นเป็นคู่ค้าสำคัญ เหลือเพียงเวียดนามที่ยังบอบช้ำกับภัยสงครามที่เปิดโอกาสให้เกาหลีเข้ามาลงทุน การได้เข้ามาช่วยกันในยามที่ทั้งสองฝ่ายกำลังลำบากทำให้เกาหลีกลายเป็นเพื่อนที่เวียดนามไว้วางใจ จนกลายเป็นประเทศ ผู้ลงทุนรายใหญ่เป็นอันดับหนึ่งในเวียดนามจนถึงปัจจุบัน
เรื่องสายไฟลงดินทั้งหมด ผมสังเกตเห็นตั้งแต่นั่งรถจากสนามบินนอยไบ ซึ่งเป็นสนามบินแห่งใหม่ของกรุงฮานอยเข้าตัวเมืองว่า ผมมองไม่เห็นว่ามีสายไฟพาดตามเสาไฟให้รกรุงรัง และในตัวเมืองใหญ่ๆ ก็จะไม่เห็นแล้วเช่นกัน จากข้อมูลที่ทราบจากเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นทราบว่า บริษัทที่ได้สัมปทานในการนำสายไฟลงดินที่ฮานอยก็คือ บริษัทจากเกาหลีเป็นส่วนใหญ่ ในขณะที่กรุงเทพฯ เราเพิ่งมีการสื่อสารจากการไฟฟ้านครหลวงเมื่อไม่นานมานี้ว่า เรา "กำลังจะ" เอาสายไฟลงดิน
และนี่คือสามสิ่งที่เห็นชัดว่า กรุงเทพฯ ของเรายังมีความห่างจากกรุงฮานอยเมืองหลวงของเวียดนาม







