
โรงงานยาสูบชงคลังยกเลิกภาษีบุหรี่ใหม่ หลังเจอผลกระทบหนัก
โรงงานยาสูบเสนอคลัง ขอยกเลิกใช้ภาษีสรรพสามิตบุหรี่ใหม่ จนกว่าจะศึกษาผลกระทบอย่างรอบคอบก่อน
โรงงานยาสูบเสนอคลัง ขอยกเลิกใช้ภาษีสรรพสามิตบุหรี่ใหม่ จนกว่าจะศึกษาผลกระทบอย่างรอบคอบก่อน
น.ส.ดาวน้อย สุทธินิภาพันธ์ผู้อำนวยการยาสูบ เปิดเผยว่า ในวันที่ 22 พ.ย.นี้ โรงงานยาสูบได้ทำหนังสือถึงกระทรวงการคลัง ขอให้ยกเลิกการออกกฎกระทรวงกำหนดอัตราภาษีสรรพสามิต ในพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สรรพสามิต พ.ศ. 2560 ฉบับใหม่ ที่มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 16 ก.ย. 2560 โดยให้กลับไปใช้ภาษีเดิม รอให้ศึกษาผลกระทบให้รอบคอบเสียก่อน
ทั้งนี้ โรงงานยาสูบจำเป็นที่จะต้องทักท้วงนโยบายเพราะเห็นว่ารัฐจะเสียหาย มีรายได้ลดลง จากผลกระทบหลังการปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่ใหม่ ที่เปิดทางให้บุหรี่ต่างชาติดัมพ์ราคาขายปลีกบุหรี่ลงมาสู้กับตลาดระดับล่าง ทำให้ยอดขายบุหรี่ของโรงงานยาสูบในเดือน ต.ค. 2560 ซึ่งเป็นเดือนแรกของปีงบประมาณ 2561 มีส่วนแบ่งการตลาดลดลงจาก 80% เหลือ 55%
“ถ้าให้ใช้อัตราภาษีใหม่ โรงงานยาสูบไม่สามารถปรับตัวได้ สุดท้ายอาจต้องปิดกิจการในอีกไม่ช้า เพราะบุหรี่ราคา 60 บาท เป็นเนื้อภาษีแล้ว 47 บาทค่าการตลาด 8-9 บาท ค่าขนส่งอีกราว 5 บาท เท่ากับจะเหลือกำไรแค่ไม่กี่สตางค์ต่อซองแล้ว ดังนั้นจึงเสนอให้ยกเลิกกฎกระทรวงไปก่อน ซึ่งเป็นอำนาจที่กระทรวงการคลังทำได้เลย แล้วกลับไปใช้ของเก่าจนกว่าจะมีการสำรวจผลกระทบให้ครอบคลุมเสียก่อน”น.ส.ดาวน้อย กล่าว
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า 1 เดือนหลังใช้ภาษีบุหรี่ใหม่ กรมสรรพสามิตมีรายได้ลดลงจากที่เคยเก็บภาษียาสูบได้เดือนละ 4,000 ล้านบาท แต่ในเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา ภาษีลดลงเหลือ 300 ล้านบาทเท่านั้น







