
กฟน. วางรากฐานส่งเสริมเยาวชนใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ
"โครงการส่งเสริมการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานในอาคาร" หรือการประกวดอาคารประหยัดพลังงาน MEA Energy Saving Building ที่จัดขึ้นโดย การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.)
"โครงการส่งเสริมการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานในอาคาร" หรือการประกวดอาคารประหยัดพลังงาน MEA Energy Saving Building ที่จัดขึ้นโดย การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และได้ดำเนินโครงการต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 5 แล้ว ซึ่งสิ่งที่ กฟน.ได้ตระหนักเสมอนั้นคือการทำอย่างไรให้ทุกคนตระหนักและเข้าใจถึงความสำคัญของการประหยัดพลังงาน สามารถนำเอาความรู้และแนวทางจากโครงการส่งเสริมการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานในอาคารไปปฏิบัติจริงได้ และร่วมมือกันทำอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เกิดความยั่งยืน
ในการแข่งขันประกวดอาคารปีที่ 4 ประเภทอาคารร้านสะดวกซื้อและโรงเรียน นับเป็นจุดเล็กๆ แต่สำคัญยิ่งที่โครงการได้เผยแพร่ความรู้ด้านการใช้พลังงานให้เข้าถึงเยาวชนผู้ซึ่งเป็นรากฐานและเป็นกำลังสำคัญของประเทศ สำหรับประเภทโรงเรียนที่ได้รับรางวัลทั้ง 4 แห่ง มีโรงเรียนแจงร้อนวิทยาเป็นโรงเรียนที่ได้รับรางวัลอาคารประหยัดพลังงานดีเลิศ ได้วางแนวคิดไว้อย่างน่าสนใจคือ "พลังงาน" ที่อยู่ในใจคุณ โดยการแก้โจทย์สำคัญของการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีอายุมากกว่า 30 ปี ในขณะที่โรงเรียนก็มีกิจกรรมมากมายแจงร้อนวิทยามีกลยุทธ์อย่างไร
เทพพร อาจเวทย์ ผู้อำนวยการโรงเรียนแจงร้อนวิทยา กล่าวว่า "เราให้ความสำคัญเพราะว่าพลังงานมีจำกัด ที่ผ่านมา พยายามคิดว่าสิ่งใดที่จะทำให้มันเกิดความยั่งยืนได้ แล้วก็พบว่าเราต้องปลูกจิตสำนึกให้กับคน และสิ่งสำคัญสุดก็คือ ทุกทุกอย่างเราต้องให้ครูและบุคลากรเขาได้ตระหนักและมีส่วนร่วม ทำคนเดียวไม่สำเร็จ แม้เราจะมีข้อจำกัดเรื่องของตัวทรัพยากร ไม่มีเงิน แต่ทำอย่างไรถึงจะประหยัดตรงนี้ได้ ต้องช่วยกันโดยที่ความสุขต้องไม่ลดลง ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเปลี่ยน เรื่องล้างแอร์ ก็ให้เด็กนักเรียนได้ลงมือทำ เขาจะรู้ เขาจะทำมาต่อเนื่อง มีส่วนร่วม แล้วก็ทำเองโดยอัตโนมัติ และที่สำคัญโรงเรียนมีวิสัยทัศน์เรื่องของพลังงานอยู่ในแผนปฎิบัติการด้วย"
วิศิษฐ์ ใจมั่น ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายอาคารสถานที่ โรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี ซึ่งเป็นโรงเรียนขนาดใหญ่ กล่าวถึงความตั้งใจว่า "แม้จะเปลี่ยนอุปกรณ์เครื่องมือให้ดีเพียงใด ก็คงสำเร็จไม่ได้ถ้าไม่ได้รับความร่วมมือจาก คณะผู้บริหารโรงเรียนอัสสัมชัญ และนักเรียนทุกๆคน ที่ผ่านมาเราจึงช่วยกันคิดว่าทำอย่างไรให้แนวคิดเรื่องการอนุรักษ์พลังงานเข้าไปอยู่ในใจของทุกคน อย่างแรกที่สุด จึงต้องทำให้เห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ จึงได้มีการกำหนดไว้ในวิสัยทัศน์ของโรงเรียน และมีการสร้างศูนย์การเรียนรู้ด้านพลังงาน ตั้งแต่ปี 2554 โดยบูรณาการเข้าไปในหลักสูตรวิชาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี ที่เรียนเกี่ยวกับก๊าซชีวมวล ก๊าซชีวภาพ น้ำมันไบโอดีเซล เมื่อเข้าบทเรียนเหล่านี้ครูผู้สอนก็จะพานักเรียนลงมาเรียนที่ศูนย์ นอกจากภาคทฤษฎีแล้วพวกเขายังได้เห็นของจริง เห็นกระบวนการผลิตและได้ทดลองทำจริง พร้อมอบรมครู นักเรียน บุคลากรทั้งหมดในโรงเรียน ปีละ 2 ครั้ง รวมถึงโรงเรียนในเครือข่ายอีก 6 โรงเรียนด้วย จัดตั้งชมรม THE MEMO FAMILY" เหล่านี้เป็นเพียงบางส่วนของความพยายามผลักดันให้เป็นรูปธรรมที่ตั้งใจจริงและทำอย่างต่อเนื่อง
ดร.จินตนา ศรีสารคาม ผู้อำนวยการโรงเรียนสตรีศรีสุริยโยทัย กล่าวถึงกลยุทธ์ความสำเร็จที่เกิดขึ้นมาจาก คณะครู นักเรียน ได้ร่วมใจกันลงนามในข้อตกลงการประหยัดพลังงาน และประกาศเจตนารมย์ร่วมกัน เมื่อประกาศเจตนารมณย์แล้วส่งสำคัญคือลงมือทำ โดยกำหนดวิสัยทัศน์ กลยุทธ์ และวิธีการที่ชัดเจน พร้อมกำหนดหลักสูตรอนุรักษ์พลังงานในโรงเรียนขึ้นทุกรายวิชาจะมีเรื่องเกี่ยวกับการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะเป็นไปตามบริบทของแต่ละรายวิชา แต่มีเป้าหมายเดียวกัน มีกิจกรรมนโยบายที่ชัดเจน ลงสู่ชุมชน เครือข่ายผู้ปกครองทราบเรื่อง มีการลงนามข้อตกลงความร่วมมือ ระหว่างผู้ปกครอง ศิษย์เก่า คณะกรรมการสถานศึกษา ผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดโดยใช้ชื่อว่า "โครงการอนุรักษ์และประหยัดพลังงานสำหรับเยาวชนอย่างมีส่วนร่วม" เหล่านี้คือสิ่งที่โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัยทำจนบรรลุเป้าหมาย
วัชรพงษ์ อภิญญานุรังสี ผู้จัดการโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย กล่าวว่า "โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัยคาดหวังว่าเมื่อเด็กนักเรียนเติบโตออกไปแล้ว เขาจะต้องเป็นคนที่ช่วยดูแลสังคมชุมชนที่เขาอาศัย ดูแลประเทศที่เขาอยู่ แม้กระทั่งโลกใบนี้ก็เป็นโลกของเขาในอนาคต เราจึงเตรียมตัวเขาให้พร้อมเพื่ออนาคตข้างหน้า ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนที่ได้รางวัล หรือไม่ได้ ขอให้ทำต่อไปเถอะ อย่าไปมองว่ามันต้องได้รางวัล แต่สิ่งสำคัญคือดูบริบทของแต่ละแห่งให้เหมาะสม แล้วปลูกฝังให้เด็กกลับไปทำที่บ้านด้วย จะเป็นสิ่งที่ดีมาก ทำแล้วให้มันยั่งยืนไปต่อยอดในชีวิตประจำวันของเด็ก ถ้าเขาเติบโตขึ้นไปแล้วตระหนักถึงความสำคัญ ไม่เพียงแต่การประหยัดพลังงาน แต่เป็นการดูแลสิ่งแวดล้อมของโลกใบนี้ เขาเดินไปในทางที่ดีที่เราสอน อันนี้เป็นความสุขของคนที่เป็นครู เป็นความภาคภูมิใจของครู ที่จะทำให้ลูกศิษย์เติบโต"
จากความร่วมมือกันปลูกฝังจิตสำนึกเยาวชนที่เป็นรากฐานสำคัญของชาติ ให้ตระหนักถึงความสำคัญของการรู้จักใช้พลังงานอย่างมีคุณค่าและใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ นับเป็นความภาคภูมิใจยิ่งสำหรับ กฟน. ในฐานะผู้ดำเนินโครงการที่ได้จัดการประกวด MEA Energy Saving Building ขึ้นโดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการแข่งขันของปีที่ 5 ในระดับที่ 2 หากท่านที่สนใจสามารถติดตามการประกวดและประกาศผลรางวัล ได้ที่ www.meaenergysavingbuilding.net หรือ www.facebook/meaaward







