หุ่นยนต์อุตสาหกรรม (Industry Robot) กลไกยกระดับอุตสาหกรรมไทยเพื่อการแข่งขันบนเวทีโลก
สถาบันไทยเยอรมัน (TGI) ได้เล็งเห็นว่าในอนาคตอุตสาหกรรมการผลิตของไทยจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูง...
สถาบันไทยเยอรมัน (TGI) ได้เล็งเห็นว่าในอนาคตอุตสาหกรรมการผลิตของไทยจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูง โดยเฉพาะการใช้ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์เข้ามาในกระบวนการผลิต จึงได้มีการจัดตั้งศูนย์เทคโนโลยีการผลิตอัตโนมัติและหุ่นยนต์ เพื่อวิจัยและพัฒนาตลอดถึงการถ่ายทอดนวัตกรรมเทคโนโลยีดังกล่าวสู่บุคลากรในอุตสาหกรรมการผลิตของไทย
นายวรินทร์ รอดโพธิ์ทอง ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีการผลิตอัตโนมัติและหุ่นยนต์ สถาบันไทย-เยอรมัน (TGI) กล่าวถึงการใช้หุ่นยนต์อุตสาหกรรมในอุตสาหกรรม 4.0 ของไทย ว่า ในอดีตการใช้หุ่นยนต์ในอุตสาหกรรมการผลิตจะอยู่ในอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ มักเป็นบริษัทข้ามชาติที่มาตั้งฐานการผลิตในประเทศไทย เช่น อุตสาหกรรมผลิตและประกอบยานยนต์ ซึ่งต้องนำเทคโนโลยีจากประเทศของตนเข้ามาใช้ คนไทยที่ต้องเข้าไปทำงานให้กับโรงงานอุตสาหกรรมเหล่านั้น จึงต้องได้รับการฝึกอบรม และเพิ่มทักษะเพื่อการใช้งานระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ดังกล่าว
"TGI มองว่าระบบอัตโนมัติ และหุ่นยนต์ มีความจำเป็นต่ออุตสาหกรรม 4.0 ของไทย แต่หากพิจารณาถึงอัตราส่วนการทดแทนแรงงานของหุ่นยนต์ต่อจำนวนแรงงาน 10,000 คน (robot density) พบว่า ประเทศเกาหลีใต้ มีการใช้หุ่นยนต์อยู่ที่ 400-500 ตัว ต่อจำนวนแรงงาน 10,000 คน ในขณะที่ประเทศไทยมีปริมาณการใช้หุ่นยนต์อยู่ในอันดับที่ 9-10 ของโลก โดยมีอัตราการใช้หุ่นยนต์อยู่ที่ 50-60 ตัว ต่อจำนวนแรงงาน 10,000 คน ซึ่งค่าเฉลี่ยของอัตราการใช้หุ่นยนต์อยู่ที่ 66 ตัว ต่อจำนวนแรงงาน 10,000 คน และพบว่าในปี 2557 ประเทศไทยนำเข้าหุ่นยนต์อุตสาหกรรมเป็นอันดับที่ 8 ของโลก ซึ่งนอกจากจะนำมาทดแทนแรงงานที่ขาดแคลนแล้ว ยังเป็นความต้องการของภาคอุตสาหกรรมการผลิตในการเพิ่มผลิตภาพ และเพื่อพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันบนเวทีโลกอีกด้วย"
นายวรินทร์ กล่าวต่อไปว่า ประเทศไทยมีแนวโน้มความต้องการใช้หุ่นยนต์สูงขึ้น โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมมีตัวเลขการนำเข้าหุ่นยนต์สูงถึง 3-4 แสนล้านบาท อุตสาหกรรมหุ่นยนต์เริ่มมีความชัดเจนมากที่สุดเมื่อรัฐบาลประกาศนโยบาย 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ซึ่งเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพื่ออนาคต จำนวน 10 คลัสเตอร์ โดยมีอุตสาหกรรมหุ่นยนต์เป็น 1 ใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย และเป็นอุตสาหกรรมที่ให้การสนับสนุนอีก 9 อุตสาหกรรม โดยล่าสุดคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2560 เห็นชอบในหลักการมาตรการพัฒนาอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ และมอบหมายให้กระทรวงอุตสาหกรรมเป็นหน่วยงานหลักในการติดตามการดำเนินงานให้เห็นผลเป็นรูปธรรม สาระสำคัญในมาตรการพัฒนาอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ 5 มาตรการ ได้แก่
- มาตรการที่ 1 : มาตรการทางด้านการตลาด (Marketing) เพื่อกระตุ้นอุปสงค์ในภาคอุตสาหกรรมการผลิตธุรกิจบริการให้เกิดการปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตเป็นหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ (Demand Driven) โดยกลุ่มเป้าหมายคือ ผู้ประกอบการที่ต้องการปรับเปลี่ยนมาใช้หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติเนื่องจากการลงทุนซื้อหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ ต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก ซึ่งประมาณการว่าจะต้องใช้เงินลงทุนเพิ่มขึ้นร้อยละ 80-90 ในการทดแทนเครื่องจักรเดิม จึงจำเป็นต้องมีมาตรการในการจูงใจให้เกิดการปรับเปลี่ยนเป็นหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ
- มาตรการที่ 2 : มาตรการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของ System Integrator (SI) ในประเทศไทย เพื่อผลักดัน System Integrator (SI) ให้มีจำนวนเพียงพอในการรองรับการ ขยายตัวของอุตสาหกรรมผลิตหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติในอนาคต (ปัจจุบัน SI ที่มีศักยภาพมีจำนวนเพียง 200 ราย)
- มาตรการที่ 3 : มาตรการสร้างอุปทาน (Supply) เพื่อยกระดับกระบวนการผลิต มาตรฐานและผลิตภัณฑ์หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล
- มาตรการที่ 4 : มาตรการสร้าง Center of Robotics Excellence (CoRE) สำหรับพัฒนาเทคโนโลยีหุ่นยนต์และการส่งเสริมการใช้งานด้านต่างๆ เพื่อเป็นกลไกสนับสนุนและเร่งรัดการพัฒนาอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ โดยบูรณาการความร่วมมือเป็นเครือข่ายระหว่างหน่วยงานชั้นนำของประเทศ 8 หน่วยงาน โดย TGI ทำหน้าที่บริหารจัดการ รวมทั้งสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานเอกชนชั้นนำในต่างประเทศ โดยมีเป้าหมายที่จะพัฒนาหุ่นยนต์ต้นแบบอย่างน้อย 150 ผลิตภัณฑ์ ภายใน 5 ปี
- มาตรการที่ 5 : มาตรการด้านอื่น ๆ
นายวรินทร์ กล่าวในตอนท้ายว่า สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้จัดทำโครงการพัฒนาหุ่นยนต์ต้นแบบ จำนวน 7 Type ทั้งประเภท Stationary Robot และ Mobile Robot ได้แก่ 1.Cartesian Robot 2.SCARA Robot 3.Articulated Robot 4..Delta Robot 5.Mobile Robot 6.Cylindrical Robot 7.Spherical Robot โดย สวทน.ให้งบประมาณ TGI ร่วมกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เพื่อทำแพลทฟอร์ม เมื่อทำแพลทฟอร์มแล้ว (TRL5) ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมก็สามารถนำมาต่อยอด ออกแบบเพิ่มเติมเพื่อขายเชิงพาณิชย์ และให้ System Integrator (SI) นำไปเป็น Product ของตัวเองการออกแบบใช้งานในอุตสาหกรรม 10 อุตสาหกรรม เป้าหมายด้วย


