
เล็งปรับผังเมืองใหม่ เพิ่มพื้นที่อุตสาหกรรมพิเศษ
อรวรรณ จารุวัฒนะถาวร กรุงเทพมหานครอยู่ระหว่างดำเนินโครงการวางและจัดทำผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร (ปรับปรุงครั้งที่ 4) ซึ่งขณะนี้ได้มีการจัดการประชุมคณะทำงานร่วมเพื่อระดมความคิดเห็นจากหน่วยงานและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง หลังจากเปิดรับฟังความคิดเห็นจากจังหวัดปริมณฑลไปแล้วก่อนหน้านี้
อรวรรณ จารุวัฒนะถาวร
กรุงเทพมหานครอยู่ระหว่างดำเนินโครงการวางและจัดทำผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร (ปรับปรุงครั้งที่ 4) ซึ่งขณะนี้ได้มีการจัดการประชุมคณะทำงานร่วมเพื่อระดมความคิดเห็นจากหน่วยงานและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง หลังจากเปิดรับฟังความคิดเห็นจากจังหวัดปริมณฑลไปแล้วก่อนหน้านี้
สำหรับผังเมืองรวมฉบับใหม่คาดว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงในหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะการใช้ประโยชน์ที่ดินอันเป็นผลมาจากเมืองมีการพัฒนาและเติบโตไปมาก
เล็งคุมพื้นที่อุตสาหกรรม (สีม่วง)
นพนันท์ ตาปนานนท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการวางผังเมือง เปิดเผยว่า ในส่วนของด้านอุตสาหกรรม ซึ่งกำหนดเป็นพื้นที่สีม่วง คือ อ.1 และ อ.2 ส่วน อ.3 กำหนดไว้เป็นสีเม็ดมะปราง ซึ่งเป็นที่ดินประเภทคลังสินค้าในผังเมืองรวมกรุงเทพฯ ฉบับปัจจุบัน ทางบริษัทที่ปรึกษาเห็นว่าจะไม่มีการเพิ่มสีม่วงในผังเมืองฉบับใหม่ และเห็นควรให้มีการปรับปรุงอุตสาหกรรมที่มีอยู่ลดผลกระทบเมือง โดยเฉพาะด้านสิ่งแวดล้อม เนื่องจากอุตสาหกรรมยังเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ โดยมีผลิตภัณฑ์มวลรวมถึง 31% ขณะที่สัดส่วนแรงงานมีเพียง 24% แม้ที่ผ่านมาจะมีลดและกระจายอุตสาหกรรมไปยังจังหวัดปริมณฑลมากขึ้นก็ตาม
ทั้งนี้ จากการประเมินผลการใช้ผังเมืองฉบับปัจจุบันพบว่า การเติบโตของเมืองอีกทั้งเทรนด์ในภาคอุตสาหกรรมมีการเปลี่ยนแปลง การเกิดขึ้นของอุตสาหกรรมที่ให้บริการและตอบสนองมหานคร ไม่ว่าจะเป็น อุตสาหกรรมสะอาด การเกิดขึ้นของโรงงานอัจฉริยะที่ใช้ระบบดิจิทัลในการผลิต
รวมทั้งการผลักดันให้มีการส่งเสริมอุตสาหกรรมที่จำเป็นต่อชุมชนในบางบริเวณ อีกทั้งระบบอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ทั้งการผลิตและขนส่ง เป็นต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ที่มีการเติบโต ต่อเนื่องปีละ 12% โดยกลุ่มออกแบบและแฟชั่น มีมูลค่ารวมสูงถึงเกือบ 1 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่ง มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องอย่างช้าๆ แต่มั่นคง ทั้งนี้รัฐต้องให้ความสำคัญและควรได้รับการส่งเสริม
ขณะเดียวกัน ด้วยเป้าหมายไทยแลนด์ 4.0 รวมทั้งแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 กลายเป็นตัวผลักดัน ให้เกิดพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษในรูปแบบคลัสเตอร์อุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็น กิจการที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูง อุตสาหกรรมในอนาคต ในพื้นที่กลุ่มซูเปอร์คลัสเตอร์ รวมทั้งสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม ในกลุ่มคลัสเตอร์เป้า อื่นๆ เป็นต้น ทั้งนี้ได้มีการนำพื้นที่ศึกษา ของศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (ทีซีดีซี) และสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (เอ็นไอเอ) มาเป็นแนวทางร่วมกำหนดโซนพื้นที่และการใช้ประโยชน์ที่ดินให้ชัดเจนในอุตสาหกรรมใหม่
เปิดโซนพื้นที่อุตสาหกรรมใหม่
อย่างไรก็ดี กลุ่มอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ วัฒนธรรมและบริการที่มีมูลค่าสูงเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักในอนาคต โดยมีเป้าหมายที่ขยายผลการพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของประเทศไทยไปสู่ระดับโลก ทั้งนี้ได้มีการนำพื้นที่ศึกษาของศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบใน 6 พื้นที่ ซึ่งได้มีการกำหนดแนวทางเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ ได้แก่ ทองหล่อ ให้เป็นธุรกิจการออกแบบ สุขุมวิท สำหรับธุรกิจรองรับการท่องเที่ยว ทาวน์อินทาวน์ เป็นนิวมีเดียและโปรดักชั่น จตุจักร เป็นห่วงโซ่ธุรกิจสร้างสรรค์ สยามสแควร์ เป็นย่านแฟชั่น และเจริญกรุง เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมสร้างสรรค์
ขณะที่สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติกำหนดนโยบายการพัฒนาย่านนวัตกรรมใน 8 พื้นที่ เช่น บางซื่อ เป็นย่านศูนย์การคมนาคมขนส่ง บริเวณโยธี เป็นเมืองแห่งเทคโนโลยี บริเวณรัตนโกสินทร์ เป็นย่านศิลปะและดีไซน์ บริเวณคลองสาน เป็นย่านเทคโนโลยีชีวภาพและเทคโนโลยีอาหาร ขณะที่ปุณณวิถี เป็นย่านดิจิทัล การวิจัยและพัฒนา (อาร์แอนด์ดี) บริเวณกล้วยน้ำไท เป็นย่านเทคโนโลยีอุตสาหกรรม เทคโนโลยีโลจิสติกส์และนิวมีเดียอาทิ อินเทอร์เน็ต ทีวี คอมพิวเตอร์กราฟฟิก การพัฒนา เกม แอนิเมชั่น ส่วนลาดกระบัง กำหนด เป็นย่านเทคโนโลยีชีวภาพและเทคโนโลยีโลจิสติกส์
ทั้งนี้ นโยบายส่งเสริมการพัฒนาย่านนวัตกรรมเป็นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เครื่องมือและกลไกที่เอื้อต่อการประกอบธุรกิจและส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้พักอาศัยและดำเนินกิจกรรมในย่านเพื่อให้เกิดการเชื่อมต่อของผู้คนภายในย่าน รวมถึงกลไกที่ส่งเสริมการสร้างสรรค์นวัตกรรมและการแบ่งปันความรู้ระหว่างกัน
ชงรัฐสนับสนุนเพิ่มศักยภาพ
ที่ผ่านมาแม้รัฐบายจะมีนโยบายสนับสนุนเศรษฐกิจสร้างสรรค์และการพัฒนานวัตกรรม แต่ทว่าการช่วยเหลือของภาครัฐยังมีน้อยโดยเป็นการดำเนินการของภาคเอกชนเป็นส่วนใหญ่กับอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ 12 กลุ่มหลัก เช่น อุตสาหกรรมภาพยนตร์์ไทย โฆษณา ธุรกิจการให้บริการด้านสถาปัตยกรรมไทย อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ อุตสาหกรรมการพิมพ์ เป็นต้น ทั้งนี้หากจะให้ตอบโจทย์และสามารถแข่งขันในเวทีโลกได้รัฐต้องให้การสนับสนุน
รวมทั้งความร่วมมือของผู้ประกอบการ สถาบันการศึกษา แหล่งทุนและภาคธุรกิจ เพื่อให้เกิดความหลากหลายทั้งด้านกิจกรรมและกายภาพขณะเดียวกันย่านดังกล่าวต้องสะดวกในการเข้าถึงทั้งระบบขนส่งมวลชนและการเชื่อมโยงกับย่านธุรกิจเพื่อต่อยอดอุตสาหกรรมที่เริ่มจากการคิด การผลิต และการขาย
สำหรับแนวทางการพัฒนานั่นก็คือ การส่งเสริมย่านที่มีการรวมกลุ่มของธุรกิจสร้างสรรค์และนวัตกรรมที่มีอยู่ ทำการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานให้มีประสิทธิภาพ การสร้างพื้นที่ส่วนกลางและพื้นที่ทำงานร่วมกัน ทั้งนี้อาจมีการปรับปรุงพื้นที่เสื่อมโทรมให้เป็นย่านสร้างสรรค์และนวัตกรรมโดยให้เช่าที่ไม่แพง เอื้อให้เกิดการรวมกลุ่มสร้างสรรค์และสตาร์ทอัพ ที่สำคัญต้องมีพื้นที่ทดลองความคิดและเทคโนโลยีใหม่ หรือ Sandbox Policy เพื่อป้องกันธุรกิจเสี่ยงกระทำผิดกฎหมาย
ขณะเดียวกัน จำเป็นต้องทบทวนข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทอุตสาหกรรมในผังมืองรวมสำหรับกิจการที่ต้องการสนับสนุน ปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งมาตรการจูงใจ ไม่ว่าจะเป็น สิทธิประโยชน์ทางภาษี การสนับสนุนจากบีโอไอ ระบบเอฟเออาร์โบนัส เป็นต้น เพื่อดึงการลงทุนในพื้นที่
นอกจากนี้ ต้องมีการกำหนดเขตพื้นที่และขอบเขตย่านส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์และนวัตกรรมอย่างชัดเจน เพื่อให้สามารถเชื่อมโยงกับมาตรการของหน่วยงานอื่นๆ ที่จะมีเรื่องของสิทธิประโยชน์ต่างๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง
อย่างไรก็ดี แนวโน้มผังเมืองรวมกรุงเทพฯ ฉบับใหม่จะไม่มีการเพิ่มพื้นที่อุตสาหกรรม (สีม่วง) แต่ทว่าจะเพิ่มพื้นที่ส่งเสริมอุตสาหกรรมสร้างสรรค์และนวัตกรรมแทน เบื้องต้นอาจกำหนดเป็นสีม่วงลาย การกำหนดนิยามในกฎกระทรวงผังเมืองรวม เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาพื้นที่ให้สอดคล้องกับบริบทของเมืองในอนาคต 10 ปีข้างหน้า ที่สำคัญคือเพื่อให้บรรลุเป้าหมายให้กรุงเทพมหานคร เป็นมหานครแห่งเอเชียตามแผนพัฒนากรุงเทพมหานครระยะ 20 ปี (ปี 2575)







