
ล้างบางล้มบอล
สั่นสะเทือนวงการฟุตบอลไทยเมื่อ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย เอาจริงดำเนินการจับขบวนการ "ล้มบอล" ที่สร้างความอัปยศแก่วงการลูกหนัง
สั่นสะเทือนวงการฟุตบอลไทยเมื่อ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย เอาจริงดำเนินการจับขบวนการ "ล้มบอล" ที่สร้างความอัปยศแก่วงการลูกหนัง
พล.ต.อ.สมยศ ร่วมกับ พล.ต.อ. จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ตั้งโต๊ะแถลงข่าวจับกุมขบวนการล้มบอลหรือล็อกผลการแข่งขันในลีกอาชีพของไทย พร้อมประกาศว่าจะดำเนินคดีจนถึงที่สุด และเดินหน้าล่าหัวผู้เกี่ยวข้องให้หมดจากวงการ
"ถือเป็นคดีประวัติศาสตร์ ทางสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ได้ประสานเรื่องนี้มาและเราได้มีการสืบสวนสอบสวนมากว่า 1 ปีแล้ว จนได้พยานหลักฐานที่แน่นหนาชัดเจน ก่อนจะขออนุมัติหมายศาลเพื่อออกหมายจับทั้ง 12 คนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ที่จริงมีมากกว่านี้ แต่ยังรอหลักฐานที่แน่ชัดอีกครั้ง เราจะดำเนินการต่อไป ถ้าสาวไปถึงใครได้ก็จับหมด" พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าว
สำหรับ 12 รายที่ถูกหมายจับแล้ว ประกอบด้วย นักฟุตบอล 5 ราย สุทธิพงษ์ เหลาพร, ณรงค์ วงษ์ทองคำ, สุวิทยา นำสินหลาก, เสกสันต์ ชาวทองหลาง จากสโมสรราชนาวี และ วีระ เกิดพุดซา ผู้รักษาประตูดีกรีทีมชาติไทยจากนครราชสีมา, ผู้ตัดสิน 2 ราย ภูมิรินทร์ คำรื่น และ ธีรจิตร สิทธิสุข, ผู้บริหารสโมสร 1 ราย เชิดศักดิ์ บุญชู (ผู้อำนวยการสโมสรศรีสะเกษ เอฟซี) และกลุ่มนายทุน 4 ราย
"ขบวนการนี้จัดตั้งกันครบวงจร มีกลุ่มทุนทั้งไทยและต่างประเทศจากมาเลเซียและสิงคโปร์ ได้ติดต่อผู้ตัดสินและนักฟุตบอลให้ร่วมกันกำหนดผลการแข่งขันล่วงหน้าให้ได้ตามอัตราต่อรองที่โต๊ะพนันระบุ โดยให้เงินค่าว่าจ้างคนละ 1-3.5 แสนบาท ซึ่งจากการตรวจสอบเราพบว่าตอนนี้มีการแข่งขัน 4 แมตช์ที่เกี่ยวข้องกับการล็อกผล" พล.ต.อ.สมยศ เผย
แม้ทั้ง 12 คนจะได้รับการประกันตัวแล้ว แต่ "บิ๊กอ๊อด" ยืนยันว่าจะไม่ให้เข้ามายุ่งเกี่ยวกับวงการฟุตบอลทันทีถึงคดีจะยังไม่สิ้นสุดก็ตาม โดยหากมีความผิดจริงจะถูกดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ. 2556 คือ ผู้ตัดสินมีโทษจำคุก 1-10 ปี ปรับตั้งแต่ 3-6 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนนักบอลและผู้ว่าจ้างมีโทษจำคุกตั้งแต่ 5 ปี ปรับ 2-5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
นอกจากนี้ นายใหญ่ลูกหนังไทยยังเผยต่อว่า มีผู้บริหารในสมาคมกีฬาฟุตบอลชุดเก่าที่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยเช่นกัน โดยในอดีต ผู้มีอิทธิพลในวงการกีฬาได้มีการขอร้อง บังคับ และเสนอข้อแลกเปลี่ยนในด้านต่างๆ เพื่อที่จะกำหนดผลการแข่งขัน สร้างประโยชน์ให้กับตัวเองและพวกพ้อง หากไม่ทำก็จะถูกลงโทษ หรือถูกแบนอย่างไม่มีเหตุผล
"ตอนนี้มีหลายคนที่เคยหลงผิดได้ให้ความร่วมมือเข้ามาให้ข้อมูลและนำหลักฐานมาแจ้งกับเรา ซึ่งเรามี หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ผู้ถูกกล่าวหาจะไม่สามารถปฏิเสธได้ การล้มบอลเปรียบเสมือนโรคร้าย เรารู้ว่ามันมีก็ต้องรักษา ถ้าเป็นมะเร็งร้ายก็ต้องผ่าตัด การผ่าตัดมันก็ต้องเจ็บ แต่ก็มีโอกาสหาย" บิ๊กอ๊อด ทิ้งท้าย







