
ปตท.สผ.ยกเครื่องแผนลงทุน
ปตท.สผ.ทบทวนแผนลงทุนแหล่งสำรวจปิโตรเลียมใหม่ต่างแดน มุ่งประเทศเพื่อนบ้าน พร้อมขยายผลิตในประเทศ
ปตท.สผ.ทบทวนแผนลงทุนแหล่งสำรวจปิโตรเลียมใหม่ต่างแดน มุ่งประเทศเพื่อนบ้าน พร้อมขยายผลิตในประเทศ
นายพงศธร ทวีสิน กรรมการ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม หรือ ปตท.สผ. เปิดเผยว่า หลังจากเข้ารับตำแหน่งแล้วจะทบทวนแผนดำเนินธุรกิจทันที โดยเริ่มที่แหล่งสำรวจและผลิตปิโตรเลียม ที่มีอยู่เดิมรวม 5 แหล่ง ได้แก่ แหล่ง ออยล์แซนด์ที่ประเทศแคนาดา แหล่งโรวูมา เอ 1 ที่ประเทศโมซัมบิก แหล่งเอ็มโอจี 3 ประเทศเมียนมา แหล่งฮาร์ดซี เบอราเกซ ประเทศแอลจีเรีย และแหล่งแคชเอ็นเมเปิล ในออสเตรเลีย
"ปัจจุบันแต่ละแหล่งมีความเสี่ยง เช่น กฎระเบียบข้อกฎหมาย หลักเกณฑ์การลงทุนของรัฐบาล ทิศทางอัตราแลกเปลี่ยน และภัยธรรมชาติที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้" นายพงศธร กล่าว
สำหรับแผนการดำเนินงานในอนาคตจะเดินหน้าลงทุนในประเทศไทยมากขึ้น เพื่อเพิ่มความสมดุลของการใช้ก๊าซในประเทศ ลดสัดส่วนการนำเข้า เนื่องจากก่อนหน้านี้มีการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) จำนวนมาก โดยได้เข้าไปเจรจากับกระทรวงพลังงานและรัฐบาลแล้วว่าต้องการลดอัตราการนำเข้าให้เกิดความสมดุลมากขึ้น
ขณะเดียวกัน จะเพิ่มกำลังการผลิตในแหล่งต่างๆ ของไทยและศึกษาเพื่อสำรวจแหล่งปิโตรเลียมในพื้นที่รอบ ประเทศไทยโดยเฉพาะแหล่งน้ำมันสิริกิติ์ ในโครงการเอส 1 จะเพิ่มการขุดเจาะจาก 60 เป็น 150-180 หลุม คาดการณ์ว่าในช่วง 3 ปี จะมียอดขายเฉลี่ยปีละ 3 แสนบาร์เรล และศึกษาพื้นที่ประเทศเพื่อนบ้านที่มาเลเซียและเมียนมา
อย่างไรก็ตาม ปตท.สผ.ยืนยันจะเข้าร่วมการประมูลแหล่งเอราวัณและบงกชที่จะหมดอายุในปี 2566 แน่นอน โดยจะเจรจากับพันธมิตรรายเดิมก่อน คาดว่าจะได้ข้อสรุปก่อนจะมีการประกาศร่างกฎเกณฑ์ประมูล (ทีโออาร์)







