
เพาเวอร์บายเทงบ ลุยสาขาใหม่เท่าตัว
เพาเวอร์บายมั่นใจเศรษฐกิจปีหน้าฟื้นประกาศเทงบ 650 ล้าน เพิ่มขึ้นเท่าตัวจากปีนี้ลุยเปิดสาขาใหม่รวด 10-15 สาขา
เพาเวอร์บายมั่นใจเศรษฐกิจปีหน้าฟื้นประกาศเทงบ 650 ล้าน เพิ่มขึ้นเท่าตัวจากปีนี้ลุยเปิดสาขาใหม่รวด 10-15 สาขา
นายโลร็องต์ โปซ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เพาเวอร์บาย เปิดเผยว่า จากแนวโน้มเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัวในช่วงปลายปีนี้ และคาดว่าจะดีขึ้นเรื่อยๆ ในปี 2561 เนื่องจากขณะนี้ยังไม่มีปัจจัยลบให้ต้องกังวล บริษัทจึงมีแผนที่จะใช้งบลงทุนประมาณ 650 ล้านบาท ในการขยายธุรกิจในปีหน้า โดย 2 ใน 3 ของงบลงทุนจะใช้เปิดร้านเพาเวอร์บายสาขาใหม่ 10-15 สาขา เพิ่มขึ้นจากปี 2560 ที่เปิดสาขาใหม่ไปประมาณ 6 สาขา
ขณะที่งบประมาณอีก 1 ใน 3 จะใช้ไปกับการลงทุนในด้านไอที เนื่องจากแนวทางการดำเนินธุรกิจนับจากนี้ บริษัทจะให้ความสำคัญกับการทำการตลาดในช่องทางออนไลน์ ด้วยการนำกลยุทธ์ออมนิแชนแนลเข้ามาช่วยในการทำตลาด โดยการเน้นทำการตลาดในช่องทางออฟไลน์และออนไลน์ควบคู่กันไป เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสกับประสบการณ์การซื้อสินค้าแบบตลอด 24 ชั่วโมง
สำหรับบริการช็อปปิ้งออนไลน์ที่บริษัทนำมาให้บริการลูกค้าในครั้งนี้มีด้วยกัน 3 รูปแบบ คือ 1.ออนไลน์ คีออสก์ เครื่องให้บริการอัตโนมัติในรูปแบบมัลติฟังก์ชั่น เซลฟ์เซอร์วิส ให้ลูกค้าสามารถค้นหาข้อมูลด้วยตัวเองใน 10 สาขา 2. เพาเวอร์บาย คลิก แอนด์ คอลเลกต์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ ฟาสต์-ฟรี-อีซี่่ ฟาสต์- ทันใจ ช็อปออนไลน์ รวดเร็วทันใจตลอด 24 ชั่วโมง และ 3.เพาเวอร์บาย ดิจิทัล ไซเนก ด้วยการนำดิจิทัลแพลตฟอร์มเข้ามาให้บริการ เพื่อแจ้งข้อมูลประชาสัมพันธ์ โปรโมชั่น สินค้า และบริการ
"เมื่อเดือน ต.ค.ที่ผ่านมาบริษัทได้เริ่มให้บริการช็อปปิ้งออนไลน์ไปแล้ว พบว่า ลูกค้าให้ผลการตอบรับเป็นอย่างดี เนื่องจากมีความสะดวกในการซื้อ สินค้า นอกจากนี้บริษัทยังได้มีการทำ โปรโมชั่นทั้งออนไลน์และออฟไลน์ควบคู่กันไป ด้วยการเปิดตัวบิ๊กแคมเปญ ช็อปสุดชิล ฟินทุกเวลา ช็อปครบ 1 หมื่นบาทรับคูปองเพาเวอร์บายทันที 1 หมื่นบาท ระหว่างวันที่ 24 พ.ย.-5 ธ.ค.นี้" นายโปซ กล่าว
อย่างไรก็ดี หลังจากจบแคมเปญ ดังกล่าวบริษัทคาดว่าจะมียอดขายใน ช่องทางออนไลน์เติบโตไม่ต่ำกว่า 200% และสร้างสัดส่วนยอดขายในสิ้นปี 2561 ไม่ต่ำกว่า 5% หลังจากนั้นปี 2563 คาดว่าจะมีสัดส่วนรายได้จากช่องทางออนไลน์เพิ่มขึ้นเป็น 10% ส่วนภาพรวมรายได้ของบริษัทในสิ้นปีนี้คาดจะอยู่ที่ 17,081 ล้านบาท เติบโตจากปี 2559 ที่ประมาณ 8% ขณะที่สิ้นปี 2561 คาดว่าจะเติบโตที่ประมาณ 10%







