posttoday
กลยุทธ์เชิงรับ…มั่งคั่งอย่างมั่นคง

กลยุทธ์เชิงรับ…มั่งคั่งอย่างมั่นคง

15 พฤศจิกายน 2560

ธนาวัฒน์ สิริวัฒน์ธนกุลถ้าหากคุณอยากมีความมั่งคั่งก็คงต้องยอมรับว่าหลีกเลี่ยงที่จะลงทุนผ่านตลาดทุนไม่ได้แล้วในยุคปัจจุบัน เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยที่คุณได้รับจากเงินฝากธนาคารพาณิชย์คงไม่สามารถต่อยอดความมั่งคั่งให้คุณได้ทันกับอัตราเงินเฟ้อที่พยายามวิ่งแซงหน้า ดีไม่ดียิ่งฝากจะกลายเป็นยิ่งจน เนื่องจากเงินฝากรวมดอกเบี้ยที่คุณได้รับอาจน้อยกว่าราคาสินค้าหรือบริการต่างๆ ที่เพิ่มขึ้นจากอัตราเงินเฟ้อ

ธนาวัฒน์ สิริวัฒน์ธนกุล

ถ้าหากคุณอยากมีความมั่งคั่งก็คงต้องยอมรับว่าหลีกเลี่ยงที่จะลงทุนผ่านตลาดทุนไม่ได้แล้วในยุคปัจจุบัน เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยที่คุณได้รับจากเงินฝากธนาคารพาณิชย์คงไม่สามารถต่อยอดความมั่งคั่งให้คุณได้ทันกับอัตราเงินเฟ้อที่พยายามวิ่งแซงหน้า ดีไม่ดียิ่งฝากจะกลายเป็นยิ่งจน เนื่องจากเงินฝากรวมดอกเบี้ยที่คุณได้รับอาจน้อยกว่าราคาสินค้าหรือบริการต่างๆ ที่เพิ่มขึ้นจากอัตราเงินเฟ้อ

สิ่งที่คน (อยากจะ) รวยต้องทำ จึงหลีกหนีไม่พ้นการจัดสรรเงินไปลงทุนในทางเลือกการลงทุนหรือสินทรัพย์ประเภทต่างๆ นอกเหนือจากการออมเงินด้วยบัญชีเงินฝากธนาคารพาณิชย์ เช่น ตราสารหนี้ ตราสารทุน ตราสารอนุพันธ์ หรือแม้กระทั่งสินทรัพย์ทางเลือกต่างๆ เช่น สินค้าโภคภัณฑ์ อสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น

อย่าเข้าใจผิดนะครับ ผมไม่ได้บอกว่า เราจะต้องถอนเงินทั้งหมดเพื่อนำไปลงทุน แต่เราควรจะแบ่งเงินออมทั้งหมดที่มีบางส่วนไปลงทุนในหลักทรัพย์ประเภทต่างๆ บ้าง ส่วนจะเป็นสัดส่วนเท่าใดก็คงขึ้นอยู่กับว่าเราจะยอมรับความเสี่ยงได้มากหรือน้อย แต่เบื้องต้นสำหรับใครที่ไม่เคยลงทุนอาจนำเงินบางส่วนที่มั่นใจว่าจะไม่มีความจำเป็นต้องใช้จ่ายในอีก 5-7 ปีข้างหน้ามาลองลงทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ทั้งนี้ นักลงทุนมือใหม่อาจลงทุนผ่านกองทุนรวมโดยอาศัยตัวช่วยอย่างบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนที่จะนำเอาเงินของเราไปบริหารจัดการผ่าน มืออาชีพที่มีทั้งความรู้และประสบการณ์ในการลงทุน

ถ้าหากคุณเคยพยายามลงทุนด้วยการค้นหาหลักทรัพย์ที่คิดว่ามีราคาถูก (กว่ามูลค่าที่แท้จริง) โดยคิดว่าจะสามารถทำการซื้อและถือครองหลักทรัพย์ดังกล่าวด้วยความคาดหวังว่าจะสามารถขายต่อได้ในราคาที่แพง (กว่ามูลค่าที่แท้จริง) แต่ปรากฏหลายต่อหลายครั้งผลลัพธ์กลับกลายเป็นตรงกันข้าม ส่งผลทำให้เกิดการขาดทุนจากการซื้อหลักทรัพย์ในราคาที่สูงกว่าและต้องขายเพื่อตัดขาดทุนในราคาที่ต่ำกว่า หรือหลายต่อหลายครั้งที่ซื้อมาในราคาที่ต่ำและขายต่อไปในราคาที่สูง แต่ปรากฏว่าวันถัดมาราคาหลักทรัพย์กลับปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นกว่าราคาที่ขายไป

ถ้าหากคุณคิดว่าไม่อยากจะคุ้นเคยกับการ Cut Loss ไม่อยากซ้ำซากอยู่กับการขายหมู ถ้าหากคุณรู้สึกว่าขอยอมจำนนต่อการพยายามเอาชนะตลาด ที่หลายคนอาจบอกว่ายากเพราะเปรียบเสมือนกับการเอาชนะธรรมชาติที่มนุษย์ไม่สามารถทำได้จริง การลงทุนในกองทุนรวมที่มีนโยบายในการบริหารกลุ่ม หลักทรัพย์เชิงรับ (Passive Portfolio Management) จึงอาจเป็นแนวทางการลงทุนที่เหมาะสมกับนักลงทุนที่ต้องการใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติ สุขและทุกข์เท่าๆ กันกับภาวะตลาด

การบริหารกลุ่มหลักทรัพย์เชิงรับอาจเป็นอีกแนวทางการลงทุนที่เหมาะสมสำหรับนักลงทุนที่ต้องการต่อยอดความมั่งคั่งไปอย่างมั่นคงพร้อมๆ กับผลตอบแทนของดัชนีหลักทรัพย์ที่อ้างอิง โดยส่งผลทำให้ไม่จำเป็นต้องไปกังวลใจเกี่ยวกับการกำหนดจังหวะในการลงทุน (Market Timing) หรือการคัดเลือกหลักทรัพย์รายตัว ซึ่งหากมีการคาดการณ์ผิดอาจส่งผลทำให้เกิดผลขาดทุนมากกว่าตลาดโดยรวม

นอกจากนั้น กองทุนรวมที่มี นโยบายในการบริหารกลุ่มหลักทรัพย์เชิงรับยังมีการกระจายความเสี่ยงอย่างสมบูรณ์โดยอัตโนมัติอีกด้วย นักลงทุนคนไหนที่รู้สึกสนใจการลงทุนในตลาด หลักทรัพย์ แต่ยังไม่มีเงินลงทุนเป็นจำนวนมาก หรือขาดเวลาในการติดตามการลงทุน ก็อาจเลือกลงทุนผ่านกองทุนรวมดัชนีหลักทรัพย์ก็ได้นะครับ กลยุทธ์ดังกล่าวนี้อาจเป็นการเริ่มต้นลงทุนเพื่อสร้างความคุ้นเคยกับผลตอบแทนและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการลงทุนลงทุนอย่างง่ายๆ

อย่ากลัวความเสี่ยงจากการลงทุนจนทำให้เรามองข้ามความสำคัญของการลงทุน เพราะถ้าหากคุณยังไม่เริ่มต้นลงทุนตั้งแต่วันนี้ ก็อาจจะคุยกับคนรวยในวันข้างหน้าไม่รู้เรื่องนะครับ

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ