posttoday
เร่งหนุนเอสเอ็มอี-ท้องถิ่น

เร่งหนุนเอสเอ็มอี-ท้องถิ่น

20 พฤศจิกายน 2560

สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาส 3 ที่สภาพัฒน์รายงานการเติบโตที่ 4.3% นั้น เป็นอัตราที่ได้คาดการณ์ไว้อยู่แล้ว เนื่องจากเป็นไตรมาสที่มีปัจจัยต่างๆ ที่เป็นบวก ทั้งการส่งออกการบริโภค รวมถึงเป็นช่วงที่งบประมาณกลางปี 2560 เริ่มส่งผลต่อเศรษฐกิจ โดยการเติบโตในระดับนี้ ถือเป็นสิ่งที่ดีและหวังว่าจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับคนไทยตลอดจนนักลงทุนต่างชาติ โดยการเติบโตแต่ละไตรมาสนั้นได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จาก 0.8% เป็น 3.2% 3.3% 3.7% และล่าสุด 4.3%

สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาส 3 ที่สภาพัฒน์รายงานการเติบโตที่ 4.3% นั้น เป็นอัตราที่ได้คาดการณ์ไว้อยู่แล้ว เนื่องจากเป็นไตรมาสที่มีปัจจัยต่างๆ ที่เป็นบวก ทั้งการส่งออกการบริโภค รวมถึงเป็นช่วงที่งบประมาณกลางปี 2560 เริ่มส่งผลต่อเศรษฐกิจ โดยการเติบโตในระดับนี้ ถือเป็นสิ่งที่ดีและหวังว่าจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับคนไทยตลอดจนนักลงทุนต่างชาติ โดยการเติบโตแต่ละไตรมาสนั้นได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จาก 0.8% เป็น 3.2% 3.3% 3.7% และล่าสุด 4.3%

"การเติบโตในไตรมาสล่าสุดนี้ เมื่อเทียบกับบรรยากาศเมื่อ 2-3 ปีที่แล้วถือว่าเศรษฐกิจไทยมาไกลมาก ซึ่งต้องขอบคุณทุกภาคส่วนทั้งรัฐบาล ราชการ รัฐวิสาหกิจ และเอกชนที่สามารถทำงานหนักและส่งผลดีต่อภาพรวม" สมคิด กล่าว

อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจที่เติบโตระดับ 4-5% เป็นระดับที่แน่นหนาเพียงพอที่จะเป็นฐานในการที่จะเริ่มปฏิรูปประเทศในปีหน้าและระยะต่อไป เพราะถ้าเป็นช่วงเศรษฐกิจไม่ดีจะไม่สามารถปฏิรูปได้

สมคิด กล่าวว่า ในปี 2561 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศแล้วว่าจะเน้นในส่วนของ เศรษฐกิจภายใน (Local Economy) มากขึ้น โดยหากสามารถผลักดันได้ จะทำให้ท้องถิ่นมีอำนาจซื้อสูงยิ่งขึ้น ซึ่งจะทำให้เครื่องยนต์เศรษฐกิจสามารถขับเคลื่อนได้ดี โดยไม่ต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์โลกเท่านั้น

สำหรับส่วนที่รัฐบาลจะทำนั้น จะเป็นการผลักดันให้ทุกภาคส่วนร่วมกันเข้าไปพัฒนาท้องถิ่น ทั้งที่เป็นโครงการด้านเศรษฐกิจและสังคม ส่วนภาคเกษตร ที่แม้จะไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะแก้ปัญหา แต่รัฐบาลจะเดินหน้าแก้ไข โดยดูแลทั้งในส่วนของการดูแลประคับประคอง ให้ประชาชนกลุ่มนี้ดูแลตัวเองได้โดยการมีบัตรคนจน และโครงการนี้ก็ไม่ได้เป็นการให้เปล่า แต่จะมีโครงการฝึกฝนอาชีพ ให้ทั้งเกษตรกรและผู้มีรายได้น้อย ให้มีความสามารถหารายได้เพิ่มด้วย

"วันนี้และระยะต่อไปสิ่งที่รัฐบาลจะทำคือเรื่องของท้องถิ่น รวมถึงการแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตรและผู้ประกอบการเอสเอ็มอี แต่แนวทางแก้ไขต้องเป็นการที่ทำให้เขามองไปข้างหน้าและอยู่ได้ในระยะยาว พร้อมกับการ เตรียมประเทศ ให้ไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 คือการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศต้องทำ 2 ส่วนไปพร้อมกัน คือทำท้องถิ่นให้เข้มแข็งขึ้น ขณะเดียวกัน ก็ต้องพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เช่น การมีโครงการอย่างอีอีซี" สมคิด กล่าว

ปรเมธี วิมลศิริ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวว่า การบริหารเศรษฐกิจในระยะต่อไปและปี 2561 นั้น 1.รัฐบาลต้องสนับสนุนการขยายตัวของการผลิตนอกภาคเกษตร โดยดูแลการส่งออกให้ขยายตัวได้ตามศักยภาพเพื่อสนับสนุนการผลิตในภาคอุตสาหกรรม 2.สนับสนุนการลงทุนเอกชน เร่งรัดการจัดซื้อจัดจ้างในช่วงที่เหลือของปี เบิกจ่ายงบลงทุนรัฐและรัฐวิสาหกิจให้ได้ไม่ต่ำกว่า 75% และ 80% ตามลำดับ 3.ดูแลเกษตรกรและผู้มีรายได้น้อยและการสร้างความเข้มแข็งให้เอสเอ็มอีและเศรษฐกิจฐานราก ทั้งดำเนินการตามมาตรการการเงินและการคลังเพื่อสนับสนุนเกษตรกร ผู้มีรายได้น้อย เอสเอ็มอีและวิสาหกิจชุมชน และ 4.เตรียมความพร้อมด้านกำลังแรงงานและคุณภาพแรงงาน

ดอน นาครทรรพ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาส 3 ปี 2560 ขยายตัว 4.3% เทียบกับระยะเดียวกันปีก่อน หรือ 1.0% เมื่อเทียบจากไตรมาสก่อน เป็นตัวเลขใกล้เคียงกับที่นำเสนอในที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินรอบล่าสุด แต่เป็นตัวเลขที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับประมาณการรอบเดือน ก.ย.ที่ให้ทั้งปี 2560 ขยายตัว 3.8% จากแรงขับเคลื่อนของด้านอุปสงค์ต่างประเทศเป็นสำคัญ

ในระยะต่อไป คาดว่าการขยายตัวของเศรษฐกิจของไทยจะเป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจไทยยังต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากปัจจัยภายในและภายนอกประเทศที่ต้องติดตามพัฒนาการต่อไปอย่างใกล้ชิด อาทิ ความไม่แน่นอนของนโยบายเศรษฐกิจและการค้าของสหรัฐ ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ และการกระจายตัวของกำลังซื้อในประเทศ

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69