posttoday
โชว์เหล็กหน้าร้าน

โชว์เหล็กหน้าร้าน

01 ตุลาคม 2553

ตลาดจับ27บริษัทตั้งหมวดใหม่วิเคราะห์ง่ายสะท้อนภาพชัดแจ๋ว

ตลาดจับ27บริษัทตั้งหมวดใหม่วิเคราะห์ง่ายสะท้อนภาพชัดแจ๋ว

ตลท. จับแยก 27 บริษัททำธุรกิจเหล็ก ตั้งเป็นหมวดเหล็ก ดีเดย์ต้นปี 2554 ผู้ประกอบการหนุน ทำให้เห็นภาพชัดเจน วิเคราะห์หุ้นง่าย

นายชนิตร ชาญชัยณรงค์ ผู้ช่วยผู้จัดการ กลุ่มงานผู้ออกหลักทรัพย์และบริษัทจดทะเบียน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ได้เพิ่มหมวดธุรกิจเหล็ก (Steel) ในกลุ่มอุตสาหกรรมสินค้าอุตสาหกรรม (Industrials) เริ่มตั้งแต่วันที่ 4 ม.ค. 2554 เพื่อสะท้อนภาพรวมและสถิติที่สำคัญของกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจในอุตสาหกรรมเหล็กได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ ตลาดจะย้ายบริษัทจดทะเบียนจำนวน 27 บริษัท มารวมไว้ที่หมวดธุรกิจเหล็ก ซึ่งมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) ประมาณ 1.03 แสนล้านบาท คิดเป็น 1.32% ของทั้งตลาด และอยู่ในอันดับที่ 13 ของหมวดธุรกิจทั้งหมด โดยบริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี (SSI) มีมาร์เก็ตแคปสูงที่สุด ตามด้วยบริษัท ทาทา สตีล (ประเทศไทย) หรือ TSTH และบริษัท ไทยน๊อคซ์ สเตนเลส (INOX)

“การมีหมวดธุรกิจเหล็กโดยเฉพาะ จะช่วยให้ผู้ถือหุ้น ผู้ลงทุน และนักวิเคราะห์ สามารถเปรียบเทียบข้อมูลของบริษัทในกลุ่มได้ง่ายขึ้น เป็นประโยชน์ต่อการวิเคราะห์ข้อมูลและตัดสินใจลงทุน อีกทั้งยังเป็นการจัดหมวดธุรกิจที่สอดคล้องกับผู้จัดทำดัชนีในระดับสากลและตลาดหุ้นหลายประเทศ” นายชนิตร กล่าว

ปัจจุบัน เหล็กเป็นอุตสาหกรรมพื้นฐานที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ เพราะเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมอื่นๆ เป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจก่อสร้าง ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ และบรรจุภัณฑ์ เป็นต้น การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และโครงการต่างๆ ของภาครัฐยังสนับสนุนการเติบโตของบริษัทในธุรกิจเหล็ก ซึ่งมีแนวโน้มที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในปีนี้

สำหรับนิยามของหมวดธุรกิจเหล็ก คือ ผู้ผลิต แปรรูป หรือจำหน่ายผลิตภัณฑ์เหล็ก หรือมีส่วนประกอบจากเหล็กเป็นหลัก เช่น สเตนเลสฯ

นายสิทธิชัย ลีสวัสดิ์ตระกูล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท มิลล์คอน สตีล อินดัสทรีส์ (MILL) กล่าวว่า เห็นด้วยที่ตลาดหลักทรัพย์แยกธุรกิจอุตสาหกรรมเหล็กออกมาเป็นหมวดเหล็ก จากปัจจุบันธุรกิจเหล็กเกือบทั้งหมดรวมอยู่ในกลุ่มวัสดุก่อสร้าง และกลุ่มวัสดุอุตสาหกรรมเครื่องจักร

“การแยกธุรกิจเหล็กออกมาเป็นหมวดเช่นเดียวกับต่างประเทศ ทำให้เห็นภาพและสะท้อนอุตสาห กรรมที่แท้จริงมากขึ้น ซึ่งกลุ่มเหล็กเป็นกลุ่มที่มีมูลค่าตลาดรวมจำนวนมากหรือเกือบแสนล้านบาท การแยกออกมาทำให้ง่ายในการวิเคราะห์ภาพรวมของอุตสาหกรรม” นายสิทธิชัย กล่าว

นายชูเกียรติ ยงวงศ์ไพบูลย์ ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ บริษัท เพิ่มสิน สตีล เวิคส์ (PERM) กล่าวว่า เห็นด้วยกับตลาดหลักทรัพย์ เนื่องจากปัจจุบันผู้ประกอบการเหล็กมีหลายชนิด ทั้งเหล็กเส้น เหล็กสเตนเลส เหล็กแผ่น การแยกออกมาทำให้นักลงทุนเห็นชัดเจนไม่สับสน

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน