posttoday
อาร์เอส 2ธุรกิจแข็งแกร่ง

อาร์เอส 2ธุรกิจแข็งแกร่ง

15 พฤศจิกายน 2560

พูลศรี เจริญยินดี ฤตวิรุฬห์ไม่ได้เป็นเรื่องเหนือความคาดหมาย สำหรับบริษัท อาร์เอส หรือ RS ที่รายได้จากธุรกิจสุขภาพและความงามเติบโตก้าวกระโดด และแซงธุรกิจสื่อ ซึ่งเป็นเรือธง ที่สำคัญ อาร์เอสมีแผนย้ายไปซื้อขายในหมวดพาณิชย์

พูลศรี เจริญยินดี ฤตวิรุฬห์

ไม่ได้เป็นเรื่องเหนือความคาดหมาย สำหรับบริษัท อาร์เอส หรือ RS ที่รายได้จากธุรกิจสุขภาพและความงามเติบโตก้าวกระโดด และแซงธุรกิจสื่อ ซึ่งเป็นเรือธง ที่สำคัญ อาร์เอสมีแผนย้ายไปซื้อขายในหมวดพาณิชย์

นั่นเป็นเพราะเฮียฮ้อ-สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ และขุนพลอีกหลายคน หนึ่งในนั้นมี ดามพ์ นานา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน ได้วางแผนไว้ตั้งแต่ 3 ปีก่อนว่าจะทำธุรกิจความงาม หลังตัดสินใจเข้าร่วมประมูลทีวีดิจิทัล

"เราอยากออกผลเร็ว และทุกๆ นาทีของธุรกิจสื่อมีมูลค่า การไม่มีโฆษณามาลงก็เท่ากับเงินหายไป ขณะที่ประมูลคลื่นทีวีดิจิทัลมา 2,000 กว่าล้านบาท จึงคิดกันว่าควรทำธุรกิจอะไรเพื่อเพิ่มช่องทางหารายได้ เมื่อวิเคราะห์แล้วก็มาลงเอยที่ธุรกิจสุขภาพและความงาม"

ดามพ์ เล่าให้ฟังในโอกาสให้สัมภาษณ์โพสต์ทูเดย์ ถึงที่มาที่ไปของการแตกไลน์ธุรกิจ หลังค้นพบว่ามีจุดแข็งอยู่ในบ้านของตัวเอง นั่นคือ การมีสื่อทีวีของตัวเองจำนวน 5 ช่อง ที่เปรียบเสมือนเป็นร้านค้า นอกจากนี้บุคลากรบริษัทมีทักษะด้านการขายและการตลาดจากธุรกิจดั้งเดิมอยู่แล้ว

นอกจากนี้ อาร์เอสมีฐานคนดูทีวีทั่วประเทศ 6-7 แสนราย เพียงพอสำหรับการทำธุรกิจสุขภาพและความงาม ขณะที่พบว่าเมื่อ 3 ปีที่แล้ว สัดส่วน 60% ของฐานคนดูทีวีเป็นผู้หญิง และเป็น กลุ่มแมสที่มีอายุเฉลี่ย 35 ปี 6 เดือน สำหรับปีหน้าคาดว่าฐานลูกค้าเพิ่มเป็น 1 ล้านราย ซึ่งถือเป็นฐานลูกค้าขนาดใหญ่ หรือบิ๊กดาต้า

"จากจุดแข็งที่มี ณ วันแรกที่เราคิดจะทำธุรกิจสุขภาพและความงามเราก็ชนะแล้ว"

ทั้งนี้ อาร์เอสมี "ไลฟ์สตาร์" เป็นหัวหอกในการทำธุรกิจสุขภาพและความงาม โดยนอกจากใช้กลยุทธ์ขายผ่านสื่อทีวีและวิทยุในเครือ รวมทั้งสื่อออนไลน์ www.shop1781.com, @Shop1781 บน LINE SHOP ที่อาร์เอสชูจุดแข็งยืนเหนือคู่แข่งในตลาดได้แล้ว ยังมีแผนเพิ่มจำนวนผลิตภัณฑ์ทั้งของบริษัทเองและจากพันธมิตรอีกหลายราย ทำให้เป็นแรงส่งสำคัญดันยอดขายเพิ่มขึ้นติดต่อกันทุกเดือนอย่างมีนัยสำคัญ

ดามพ์ กล่าวว่า ไตรมาส 4 นี้วางแผนออกสินค้าเพิ่มเติมกว่า 20 รายการ รวมสินค้าที่จะวางจำหน่ายในปีนี้ทั้งสิ้นเกือบ 40 รายการ ปีหน้าคาดว่าจะมีไม่ต่ำกว่า 60 รายการ

ทั้งนี้ RS ประกาศกำไรสุทธิไตรมาส 3 ที่ 124 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 61 ล้านบาท ในไตรมาส 3 ปีก่อน มีรายได้รวม 996 ล้านบาท โดยเพิ่มขึ้นถึง 36% จากช่วงเดียวกันปีก่อน

รายได้ธุรกิจสุขภาพและความงามเพิ่มขึ้นก้าวกระโดดมาที่ 423 ล้านบาท เทียบไตรมาส 3 ปีก่อนซึ่งทำได้ 49 ล้านบาท เนื่องจากการเน้นขายผ่านเทเลเซลส์ (Call center) มากขึ้น โดยใช้สื่อทีวีของช่องตนเองที่มีอยู่เป็นหลัก ประกอบกับไตรมาสที่ผ่านมามีพันธมิตรร่วมขายสินค้าเพิ่มขึ้นอีก 3 รายรวมเป็น 5 ราย

ด้านอัตรากำไรขั้นต้น หรือมาร์จิ้น เพิ่มขึ้นอยู่ที่ 43% จาก 25% ช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจากสัดส่วนรายได้ธุรกิจสุขภาพและความงาม ที่มีมาร์จิ้นสูงกว่าธุรกิจมีเดียเพิ่มขึ้น

อาร์เอสยังมีไม้เด็ดอีกมากสำหรับธุรกิจเพื่อสุขภาพและความงาม ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มประเภทสินค้า การขยายช่องทางการจัดจำหน่าย

ดามพ์ กล่าวว่า บริษัทมีแผนวางสินค้าเครื่องสำอางแบรนด์ตัวเองไปยังโมเดิร์นเทรด จากนั้นจะขยายตลาดไปยังต่างประเทศ เป้าหมายรายได้ธุรกิจสุขภาพและความงามสิ้นปีนี้ 1,400 ล้านบาท ปีหน้า 2,500 ล้านบาท

"ธุรกิจบิวตี้ เรายังอยู่ในเฟสแรก โดยปี 2562 จะเข้าสู่เฟส 2 คือเมื่อสินค้าเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้นเราจะนำสินค้าไปวางขายในโมเดิร์นเทรด หรือดิสเพลย์ ส่วนเฟส 3 จะขยายไปต่างประเทศ"

ซีเอฟโอ อาร์เอส กล่าวทิ้งท้ายว่า บริษัทมีปรัชญาว่า ธุรกิจสื่อเป็นฐานของจรวดที่สามารถยิงขึ้นไปหลายๆ ลูก หรือสร้างฐานธุรกิจใหม่ๆ ขึ้นมาได้ และปัจจุบันอาร์เอสอยู่ในช่วงเก็บเกี่ยวรายได้ หลังจากได้ผ่านการปรับตัวมาแล้ว

"ต้องบอกว่าปีนี้ต่อเนื่องปีหน้า อาร์เอส จะมี 2 ธุรกิจที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งทั้งจากธุรกิจสุขภาพขณะที่ธุรกิจมีเดียเห็นสัญญาณฟื้นชัดเจนจากโฆษณาที่เริ่มกลับเข้ามา และเรตติ้งบริษัทติด 1 ใน 3 ทั้งช่วงเวลาที่ดีที่สุดช่วงเช้าและค่ำ"

บทวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทิสโก้ มีมุมมองต่อหุ้นอาร์เอส โดยเปลี่ยนคำแนะนำเป็น "ถือ" จาก "ซื้อ" เนื่องจากราคาหุ้นปัจจุบันเต็มมูลค่าพื้นฐานที่ 24 บาทแล้ว หลังปรับขึ้นเร็ว 120% ในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งสะท้อนกำไรที่เติบโตจากธุรกิจสุขภาพและความงามที่เติบโตเร็วตามที่คาด

"คาดการณ์รายได้ปี 2560-2562 เติบโตเฉลี่ย 23% ต่อปี จากธุรกิจสุขภาพและความงามที่เพิ่มขึ้นเป็นหลัก"

ในส่วนของธุรกิจสื่ออาร์เอส บล. ทิสโก้ คาดว่าปีนี้เพิ่มขึ้นเพียง 4% จากธุรกิจทีวีดาวเทียมที่ลดลงจากการปรับไปใช้สื่อทีวีดิจิทัลมากขึ้นของกลุ่มลูกค้า

สำหรับมาร์จิ้นเฉลี่ยปี 2560-2562 คาดว่าเพิ่มขึ้นที่ 39% 45% และ 49% ตามลำดับ จากสัดส่วนรายได้ธุรกิจบิวตี้ที่มีมาร์จิ้นสูง รวมทั้งแนวโน้มเศรษฐกิจที่คาดจะเริ่มฟื้นตัวกลับมาในปีหน้า หลังจากภาครัฐให้ความชัดเจนในการเลือกตั้งปีหน้า

บล.ทิสโก้ ระบุว่า ราคาหุ้น RS ยังมีส่วนเพิ่มจากแนวโน้มคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เตรียมปรับลดค่าธรรมเนียมใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มประกาศใช้เป็นกฎหมายได้ในต้นเดือน ม.ค. 2561 ซึ่งจะส่งผลต่อกำไรเพิ่มขึ้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท