
อาร์เอส 2ธุรกิจแข็งแกร่ง
พูลศรี เจริญยินดี ฤตวิรุฬห์ไม่ได้เป็นเรื่องเหนือความคาดหมาย สำหรับบริษัท อาร์เอส หรือ RS ที่รายได้จากธุรกิจสุขภาพและความงามเติบโตก้าวกระโดด และแซงธุรกิจสื่อ ซึ่งเป็นเรือธง ที่สำคัญ อาร์เอสมีแผนย้ายไปซื้อขายในหมวดพาณิชย์
พูลศรี เจริญยินดี ฤตวิรุฬห์
ไม่ได้เป็นเรื่องเหนือความคาดหมาย สำหรับบริษัท อาร์เอส หรือ RS ที่รายได้จากธุรกิจสุขภาพและความงามเติบโตก้าวกระโดด และแซงธุรกิจสื่อ ซึ่งเป็นเรือธง ที่สำคัญ อาร์เอสมีแผนย้ายไปซื้อขายในหมวดพาณิชย์
นั่นเป็นเพราะเฮียฮ้อ-สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ และขุนพลอีกหลายคน หนึ่งในนั้นมี ดามพ์ นานา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน ได้วางแผนไว้ตั้งแต่ 3 ปีก่อนว่าจะทำธุรกิจความงาม หลังตัดสินใจเข้าร่วมประมูลทีวีดิจิทัล
"เราอยากออกผลเร็ว และทุกๆ นาทีของธุรกิจสื่อมีมูลค่า การไม่มีโฆษณามาลงก็เท่ากับเงินหายไป ขณะที่ประมูลคลื่นทีวีดิจิทัลมา 2,000 กว่าล้านบาท จึงคิดกันว่าควรทำธุรกิจอะไรเพื่อเพิ่มช่องทางหารายได้ เมื่อวิเคราะห์แล้วก็มาลงเอยที่ธุรกิจสุขภาพและความงาม"
ดามพ์ เล่าให้ฟังในโอกาสให้สัมภาษณ์โพสต์ทูเดย์ ถึงที่มาที่ไปของการแตกไลน์ธุรกิจ หลังค้นพบว่ามีจุดแข็งอยู่ในบ้านของตัวเอง นั่นคือ การมีสื่อทีวีของตัวเองจำนวน 5 ช่อง ที่เปรียบเสมือนเป็นร้านค้า นอกจากนี้บุคลากรบริษัทมีทักษะด้านการขายและการตลาดจากธุรกิจดั้งเดิมอยู่แล้ว
นอกจากนี้ อาร์เอสมีฐานคนดูทีวีทั่วประเทศ 6-7 แสนราย เพียงพอสำหรับการทำธุรกิจสุขภาพและความงาม ขณะที่พบว่าเมื่อ 3 ปีที่แล้ว สัดส่วน 60% ของฐานคนดูทีวีเป็นผู้หญิง และเป็น กลุ่มแมสที่มีอายุเฉลี่ย 35 ปี 6 เดือน สำหรับปีหน้าคาดว่าฐานลูกค้าเพิ่มเป็น 1 ล้านราย ซึ่งถือเป็นฐานลูกค้าขนาดใหญ่ หรือบิ๊กดาต้า
"จากจุดแข็งที่มี ณ วันแรกที่เราคิดจะทำธุรกิจสุขภาพและความงามเราก็ชนะแล้ว"
ทั้งนี้ อาร์เอสมี "ไลฟ์สตาร์" เป็นหัวหอกในการทำธุรกิจสุขภาพและความงาม โดยนอกจากใช้กลยุทธ์ขายผ่านสื่อทีวีและวิทยุในเครือ รวมทั้งสื่อออนไลน์ www.shop1781.com, @Shop1781 บน LINE SHOP ที่อาร์เอสชูจุดแข็งยืนเหนือคู่แข่งในตลาดได้แล้ว ยังมีแผนเพิ่มจำนวนผลิตภัณฑ์ทั้งของบริษัทเองและจากพันธมิตรอีกหลายราย ทำให้เป็นแรงส่งสำคัญดันยอดขายเพิ่มขึ้นติดต่อกันทุกเดือนอย่างมีนัยสำคัญ
ดามพ์ กล่าวว่า ไตรมาส 4 นี้วางแผนออกสินค้าเพิ่มเติมกว่า 20 รายการ รวมสินค้าที่จะวางจำหน่ายในปีนี้ทั้งสิ้นเกือบ 40 รายการ ปีหน้าคาดว่าจะมีไม่ต่ำกว่า 60 รายการ
ทั้งนี้ RS ประกาศกำไรสุทธิไตรมาส 3 ที่ 124 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 61 ล้านบาท ในไตรมาส 3 ปีก่อน มีรายได้รวม 996 ล้านบาท โดยเพิ่มขึ้นถึง 36% จากช่วงเดียวกันปีก่อน
รายได้ธุรกิจสุขภาพและความงามเพิ่มขึ้นก้าวกระโดดมาที่ 423 ล้านบาท เทียบไตรมาส 3 ปีก่อนซึ่งทำได้ 49 ล้านบาท เนื่องจากการเน้นขายผ่านเทเลเซลส์ (Call center) มากขึ้น โดยใช้สื่อทีวีของช่องตนเองที่มีอยู่เป็นหลัก ประกอบกับไตรมาสที่ผ่านมามีพันธมิตรร่วมขายสินค้าเพิ่มขึ้นอีก 3 รายรวมเป็น 5 ราย
ด้านอัตรากำไรขั้นต้น หรือมาร์จิ้น เพิ่มขึ้นอยู่ที่ 43% จาก 25% ช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจากสัดส่วนรายได้ธุรกิจสุขภาพและความงาม ที่มีมาร์จิ้นสูงกว่าธุรกิจมีเดียเพิ่มขึ้น
อาร์เอสยังมีไม้เด็ดอีกมากสำหรับธุรกิจเพื่อสุขภาพและความงาม ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มประเภทสินค้า การขยายช่องทางการจัดจำหน่าย
ดามพ์ กล่าวว่า บริษัทมีแผนวางสินค้าเครื่องสำอางแบรนด์ตัวเองไปยังโมเดิร์นเทรด จากนั้นจะขยายตลาดไปยังต่างประเทศ เป้าหมายรายได้ธุรกิจสุขภาพและความงามสิ้นปีนี้ 1,400 ล้านบาท ปีหน้า 2,500 ล้านบาท
"ธุรกิจบิวตี้ เรายังอยู่ในเฟสแรก โดยปี 2562 จะเข้าสู่เฟส 2 คือเมื่อสินค้าเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้นเราจะนำสินค้าไปวางขายในโมเดิร์นเทรด หรือดิสเพลย์ ส่วนเฟส 3 จะขยายไปต่างประเทศ"
ซีเอฟโอ อาร์เอส กล่าวทิ้งท้ายว่า บริษัทมีปรัชญาว่า ธุรกิจสื่อเป็นฐานของจรวดที่สามารถยิงขึ้นไปหลายๆ ลูก หรือสร้างฐานธุรกิจใหม่ๆ ขึ้นมาได้ และปัจจุบันอาร์เอสอยู่ในช่วงเก็บเกี่ยวรายได้ หลังจากได้ผ่านการปรับตัวมาแล้ว
"ต้องบอกว่าปีนี้ต่อเนื่องปีหน้า อาร์เอส จะมี 2 ธุรกิจที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งทั้งจากธุรกิจสุขภาพขณะที่ธุรกิจมีเดียเห็นสัญญาณฟื้นชัดเจนจากโฆษณาที่เริ่มกลับเข้ามา และเรตติ้งบริษัทติด 1 ใน 3 ทั้งช่วงเวลาที่ดีที่สุดช่วงเช้าและค่ำ"
บทวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทิสโก้ มีมุมมองต่อหุ้นอาร์เอส โดยเปลี่ยนคำแนะนำเป็น "ถือ" จาก "ซื้อ" เนื่องจากราคาหุ้นปัจจุบันเต็มมูลค่าพื้นฐานที่ 24 บาทแล้ว หลังปรับขึ้นเร็ว 120% ในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งสะท้อนกำไรที่เติบโตจากธุรกิจสุขภาพและความงามที่เติบโตเร็วตามที่คาด
"คาดการณ์รายได้ปี 2560-2562 เติบโตเฉลี่ย 23% ต่อปี จากธุรกิจสุขภาพและความงามที่เพิ่มขึ้นเป็นหลัก"
ในส่วนของธุรกิจสื่ออาร์เอส บล. ทิสโก้ คาดว่าปีนี้เพิ่มขึ้นเพียง 4% จากธุรกิจทีวีดาวเทียมที่ลดลงจากการปรับไปใช้สื่อทีวีดิจิทัลมากขึ้นของกลุ่มลูกค้า
สำหรับมาร์จิ้นเฉลี่ยปี 2560-2562 คาดว่าเพิ่มขึ้นที่ 39% 45% และ 49% ตามลำดับ จากสัดส่วนรายได้ธุรกิจบิวตี้ที่มีมาร์จิ้นสูง รวมทั้งแนวโน้มเศรษฐกิจที่คาดจะเริ่มฟื้นตัวกลับมาในปีหน้า หลังจากภาครัฐให้ความชัดเจนในการเลือกตั้งปีหน้า
บล.ทิสโก้ ระบุว่า ราคาหุ้น RS ยังมีส่วนเพิ่มจากแนวโน้มคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เตรียมปรับลดค่าธรรมเนียมใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มประกาศใช้เป็นกฎหมายได้ในต้นเดือน ม.ค. 2561 ซึ่งจะส่งผลต่อกำไรเพิ่มขึ้น







