
จีดีพีไตรมาส3 สูงสุดรอบกว่า4ปี
หุ้น-ตลาดทุนในวันนี้ สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ จะรายงานอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจ (จีดีพี) ไตรมาส 3 ปี 2560 ซึ่งทางเราคาดวาจีดีพีไตรมาส 3 ปี 2560 จะขยายตัวเพิ่มขึ้น 4.2% เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเปนระดับสูงสุดตั้งแตไตรมาสแรก ปี 2556 และขยายตัวเพิ่มขึ้นจาก 3.7% ในไตรมาส 2 ปี 2560
หุ้น-ตลาดทุน
ในวันนี้ สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ จะรายงานอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจ (จีดีพี) ไตรมาส 3 ปี 2560 ซึ่งทางเราคาดวาจีดีพีไตรมาส 3 ปี 2560 จะขยายตัวเพิ่มขึ้น 4.2% เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเปนระดับสูงสุดตั้งแตไตรมาสแรก ปี 2556 และขยายตัวเพิ่มขึ้นจาก 3.7% ในไตรมาส 2 ปี 2560
อย่างไรก็ตาม อัตราการขยายตัวของจีดีพีในไตรมาส 3 นี้จะมีความแตกตางจากชวงกอนหนาเพราะมีการลงทุนภาคเอกชนเปนตัวชวยเสริมใหอัตราการขยายตัวแข็งแกรงมากขึ้น
ขณะที่การขยายตัวของการบริโภคภาคเอกชน จํานวนนักทองเที่ยวตางชาติเพิ่มขึ้นตอเนื่อง และภาคออกสินคาและบริการสุทธิเกินดุลในระดับสูงมากเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2559 เปนปจจัยพื้นฐานที่หนุนใหสามารถขยายตัวได 4% เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน การเบิกจายเงินงบประมาณภาครัฐ และการลงทุนภาครัฐยังคงขยายตัวตอเนื่อง
สำหรับการใชจายภาคเอกชนในไตรมาส 3 ปี 2560 จะขยายตัว 3.9% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และการใชจายภาครัฐจะขยายตัว 3.7% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะทอนจากดัชนีการบริโภคภาคเอกชนไตรมาส 3 ปี 2560 เพิ่มขึ้น 1.9% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน บวกกับจํานวนนักทองเที่ยวตางชาติเพิ่มขึ้น 6.4% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
นอกจากนี้ ดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ขยายตัวสูงถึง 4% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แสดงถึงผลผลิตของประเทศที่เพิ่มสูงขึ้นอยางมีนัยสําคัญซึ่งมาจากทั้งความตองการทั้งในและ ตางประเทศ สวนการใชจายภาครัฐจะขยายตัวเปนไปตามการเบิกจาย ตามงบประมาณรายจาย
การลงทุนโดยรวมคาดวาจะเรงตัวขึ้นเปน 4.4% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน การลงทุนภาคเอกชนทั้งการกอสราง และการซื้อเครื่องจักรจะกลับมาขยายตัวในระดับสูง 4.5% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะทอนจากดัชนีการลงทุน ภาคเอกชนที่เคยหดตัวกลับมาขยายตัว 0.9% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกัน ของปีก่อน จากที่เคยหดตัว 0.8% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ในไตรมาส 3 ปี 2559 และหดตัว 0.6% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนในไตรมาส 2 ปี 2560 นําโดยการขยายตัวของการ นําเขาสินคาประเทศทุน การซื้อรถยนตเพื่อการพาณิชยและการขาย วัสดุกอสราง
ขณะที่การลงทุนภาครัฐคาดวาจะขยายตัว 5.9% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากความคืบหนาของโครงการลงทุนเดิมของรัฐบาลเชน รถไฟฟาสายสีตางๆ เชน น้ำเงิน แดงและเขียวสวนตอขยายโครงการกอสรางการมอเตอรเวย 3 เสนทาง เปนตน
การลงทุนของรัฐวิสาหกิจทั้งการกอสรางสวนตอขยายทาอากาศยาน ภาคสงออกสินคาและบริการสุทธิขยายตัว 6.2% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ดุลการคาเกินดุลเพุิ่มขึ้น 4.9% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนเปน 3.374 แสนล้านบาท ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลเพิ่มขึ้น 11.3% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนเปน 4.566 แสนล้านบาท
ทั้งนี้เนื่องจากมูลคาสงออกในรูปของคาเงินดอลลาร์สหรัฐขยายตัว 12.5% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แตคาเงินบาทที่แข็งคา ขึ้นสงใหมูลคาสงออกในรูปของคาเงินบาทขยายตัว 7.7% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ดังนั้นเรามีมุมมองเชิงบวกตอพัฒนาการทางเศรษฐกิจดีมากขึ้นกวาชวงกอนหนาโดยเฉพาะการลงทุนที่จะมีการขยายตัวสูง (Super Investment Cycle) ในชวง 5-7 ปข้างหน้าทั้งจากการลงทุนภาคเอกชน ในอีอีซี และโครงการลงทุนภาครัฐที่ยังคงมีอยางตอเนื่องจะสงผลให เศรษฐกิจไทยสามารถขยายตัวเขาใกลศักยภาพ 4.5-5.0% ตั้งแตปหนาเปนต้นไป
ขณะที่ศูนย์วิจัยกริกรไทย ระบุว่า สำหรับทิศทางค่าเงินบาทล่าสุด ซื้อขาย 33-32.83 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าสุดรอบ 30 เดือน เงินบาทแข็งค่ายังคงเป็นภาพที่สอดคล้องกับกระแสการแข็งค่าของสกุลเงินส่วนใหญ่ในเอเชีย จากเงินดอลลาร์ที่อ่อนลง
อย่างไรก็ดี ค่าเงินบาทแข็งค่าเพราะตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา ไทยบันทึกยอดเกินดุลบัญชีเดินสะพัดเฉลี่ยประมาณ 3,500 ล้านดอลลาร์/เดือน ขณะที่ภาพรวมสำหรับ 9 เดือนแรกของปีนี้ไทยบันทึกยอดเกินดุลบัญชีเดินสะพัด และมีเงินต่างชาติไหลเข้าในส่วนที่มาลงทุนในหลักทรัพย์รวมกันประมาณ 4.54 หมื่นล้านดอลลาร์ (ซึ่งยังคงใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันปีก่อน) แบ่งเป็นการเกินดุลบัญชีเดินสะพัด 36.1 พันล้านดอลลาร์ และเงินลงทุนในหลักทรัพย์ของนักลงทุนต่างชาติประมาณ 9,240 ล้านดอลลาร์







