posttoday
Bright Spot แก้คอร์รัปชั่น

Bright Spot แก้คอร์รัปชั่น

16 พฤศจิกายน 2560

พิษณุ พรหมจรรยา"ในความมืดมิด ขอแค่มีแสงสว่างแม้เพียงเล็กน้อย ก็เพียงพอที่จะจุดประกายความหวังว่ามวลมนุษยชาติจะไม่ตกอยู่ในความมืดมนไปตลอดกาล"

พิษณุ พรหมจรรยา

"ในความมืดมิด ขอแค่มีแสงสว่างแม้เพียงเล็กน้อย ก็เพียงพอที่จะจุดประกายความหวังว่ามวลมนุษยชาติจะไม่ตกอยู่ในความมืดมนไปตลอดกาล"

ขอเริ่มต้นบทความวันนี้ด้วยสำนวนเจือกลิ่นนิยายกำลังภายใน เพื่อเกริ่นนำถึงงานสัมมนาใหญ่ประจำปีของแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต (CAC) ในหัวข้อ "Bright Spot : จุดประกายเพื่อนำทางไปสู่สังคมที่ปราศจากคอร์รัปชั่น" ซึ่งจะจัดขึ้นในวันอังคารที่ 21 พ.ย. 2560 ที่โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นเป็นภัยร้ายที่แอบแฝงตัวและฝังรากลึกอยู่ในสังคมไทยมานานแสนนานแล้ว มีผู้ใหญ่จำนวนไม่น้อยที่มองว่าคอร์รัปชั่นเป็นปัญหาใหญ่และเรื้อรังเกินเยียวยา จนไม่เห็นทางที่จะแก้ได้ในรุ่นของตัวเอง จึงพยายามเน้นไปที่การปลูกฝัง ให้เยาวชนคนรุ่นใหม่มีค่านิยมใหม่ที่เกลียดการโกง ไม่ยอมรับการคอร์รัปชั่น แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงคือเมื่อเด็กๆ โตขึ้นมาในสังคมอุดมโกงทั้งแบบ "ฉ้อราษฎร์" และ "บังหลวง" ซึ่งดำเนินไปอย่างเป็นระบบแบบแผน จึงถูกกลืน และจำนนกับวัฒนธรรม (ที่ถูกน่าจะเรียก อวัฒนธรรม) การโกงไปอย่างไม่มีทางเลือก

การแก้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นที่หมักหมมมานานนับร้อยๆ ปีให้หมดไปภายในระยะเวลาสั้นๆ ย่อมเป็นไปไม่ได้ แต่สิ่งที่เป็นไปได้และกำลังเกิดขึ้นอยู่ก็คือ ฝ่ายต่างๆ ที่เห็นความสำคัญต้องพยายามวิเคราะห์แยกแยะถึงสาเหตุของปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น และดำเนินการป้องกันแก้ไขปัญหาที่ต้นตอไปทีละจุด ซึ่งแต่ละจุดที่ได้รับการแก้ไขนั้นก็เปรียบเสมือน จุดสว่าง (Bright Spot) ที่เกิดขึ้นท่ามกลางความมืด หากเราสามารถเพิ่มจำนวน และขยายวง Bright Spot นี้จนเกิดขึ้นทั่วไป ก็จะไม่เหลือพื้นที่มืดให้การทุจริตคอร์รัปชั่นอีกต่อไป

จากบทเรียนของหลายๆ ประเทศที่เคยมีปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นรุนแรงมาก และประสบความสำเร็จในการแก้ไขปัญหานั้น พบว่านอกจากการปลูกฝังค่านิยมของคนรุ่นใหม่แล้ว ยังมีสิ่งที่ต้องดำเนินการควบคู่กันไป อีกอย่างน้อย 3 เรื่อง

1.ต้องจับปลาใหญ่ให้คนเห็น หรือจะใช้วิธีทั้งจับเสือและตีแมลงวันแบบของจีนก็ได้ แต่สาระสำคัญก็คือต้องมีกลไกปราบปรามการทุจริตที่ เด็ดขาด สามารถนำตัวการที่แท้จริงของการคอร์รัปชั่นกรณีใหญ่ๆ มาลงโทษ ให้คนเห็นเป็นเยี่ยงอย่างให้ได้ และที่สำคัญต้องเป็นการปราบปรามแบบ "ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม" คือเอาผิดกับตัวการใหญ่ให้ได้ไม่ว่าจะมี สายสัมพันธ์กับใคร หรืออยู่ค่ายการเมืองไหน เพื่อให้สังคมเชื่อว่าเมื่อโกง แล้วมีสิทธิเจอกับกระบวนการเอาผิดอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นพวกใคร ฝ่ายไหน ก็ไม่รอด

2.ต้องมีการวางกลไกที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันการทุจริต ซึ่งในเรื่องนี้เริ่มเห็นสัญญาณที่ดีบ้างแล้วทั้งในส่วนของภาครัฐและเอกชน โดยในส่วนของภาครัฐก็เช่น ความพยายามในการปรับปรุง พ.ร.บ. การจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐ ซึ่งแม้จะยังไม่สมบูรณ์แบบแต่ก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการวางกรอบกติกาที่มีมาตรฐานชัดเจนมากขึ้นกว่าเดิม และลดความเสี่ยงในการทุจริตคอร์รัปชั่นลงไปได้ในระดับหนึ่ง ส่วนในภาคเอกชนก็มีบริษัทธุรกิจถึง 858 บริษัทที่เข้ามาร่วมประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น ไม่รับ-ไม่จ่ายสินบนในการทำธุรกิจตามโครงการ CAC การที่ธุรกิจเอกชนสมัครใจเข้ามาร่วมโครงการ CAC มากขึ้นเรื่อยๆ แสดงให้เห็นว่าภาคธุรกิจพร้อมแล้วที่จะเข้ามามีส่วนร่วมอย่าง เต็มที่ในการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชั่น

3.ภาคประชาชนต้องลุกขึ้นมาแสดงพลังให้เห็นว่าคนส่วนใหญ่ ไม่เห็นด้วย และไม่ยอมรับอวัฒนธรรมการโกงให้เป็นส่วนหนึ่งของสังคมอีกต่อไป ซึ่งตัวอย่างล่าสุดก็คือเกาหลีใต้ การผนึกกำลังของประชาชนสามารถสร้างแรงกดดันมหาศาลที่นำไปสู่การถอดถอนอดีตประธานาธิบดีปาร์กกึนเฮจากกรณีการเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้อง และการจำคุกลีแจยอง ทายาทมหาเศรษฐีบริษัท ซัมซุง เป็นเวลา 5 ปี ในความผิดที่เกี่ยวข้องกับการคอร์รัปชั่น

ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ 2 และ 3 นั้น ในรอบปีที่ผ่านมามีหลายเรื่องราวที่มีความคืบหน้าอย่างน่าสนใจ และสามารถถือเป็น Bright Spot ทั้งนี้จะมีคนทำงานตัวจริงเสียงจริงมาเล่าให้เราฟังในงานสัมมนาของ CAC ในวันพรุ่งนี้ อย่างเช่น วรวรรณ ธาราภูมิ นายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุน ประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์ ผู้อำนวยการสถาบันอิศรา วิริยะ จงไพศาล กรรมการผู้จัดการ บริษัท แกล็กโซสมิทไคล์น (ประเทศไทย) ปลิว มังกรกนก ประธานกรรมการ บมจ. ธนาคารทิสโก้ Mr. Rajiv Bawa, Chief of Corporate Affairs and Business Development บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น วิเชียร พงศธร กรรมการผู้จัดการใหญ่กลุ่มบริษัท พรีเมียร์ และพนา รัตนบรรณางกูร ที่ปรึกษาโครงการ CAC

นอกจากนี้ ในงานยังได้รับเกียรติจาก Dr. Nikos Passas, Professor and Co-Director of Institute for Security and Public Policy จาก Northeastern University, School of Criminology and Criminal Justice ซึ่งถือเป็นหนึ่งในกูรูระดับโลกในด้านของการต่อต้านคอร์รัปชั่น และ Frank Brown, Anti-Corruption Team Leader จาก Center of International Private Enterprise (CIPE) มาร่วมกล่าวปาฐกถาพิเศษ เพื่อแบ่งปันมุมมองเกี่ยวกับการแก้ปัญหาคอร์รัปชั่น

ผมขอถือโอกาสนี้เรียนเชิญทุกท่านที่สนใจเข้าร่วมงานในวันพรุ่งนี้ มาช่วยกันเพิ่มและขยายวง Bright Spots ให้เกิดขึ้นมากๆ และแผ่ออกไปทุกทิศทาง เพื่อสร้างสังคมไทยให้เป็นสังคมปลอดคอร์รัปชั่น ผู้สนใจติดต่อสำรองที่นั่งได้ที่ สุทธินี โทร. 02-955-1155 ต่อ 402, 404 หรือ [email protected]

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ