
เร่งทำยุทธศาสตร์ชาติ
สศช.เร่งคณะจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ 6 ด้าน ต้องส่งงานภายใน พ.ย. ก่อนเดินหน้าสรุปผลช่วงต้น ธ.ค.
สศช.เร่งคณะจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ 6 ด้าน ต้องส่งงานภายใน พ.ย. ก่อนเดินหน้าสรุปผลช่วงต้น ธ.ค.
นายปรเมธี วิมลศิริ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ในฐานะกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ เปิดเผยว่า ได้นัดประธานกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติด้านต่างๆ เข้าหารือถึงความคืบหน้าการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติทุกด้านแล้ว และจากนี้ไปคณะกรรมการทุกคณะต้องเร่งส่งเอกสารยุทธศาสตร์ชาติที่ปรับปรุงแล้วให้คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ภายในเดือน พ.ย.นี้ จากนั้นจึงให้ไปจัดการประชุมร่วมทุกคณะในช่วงต้นเดือน ธ.ค. 2560 ต่อไป
"ขั้นตอนต่อจากนี้คณะกรรมการทุกชุดจะเปิดรับฟังความคิดเห็น โดย สศช.ได้จัดทำเว็บไซต์การให้ความเห็นต่อคณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติและคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ โดยให้เพิ่มช่องในการเผยแพร่ข้อมูลประเด็นอื่นๆ เพิ่มเติม นอกเหนือจากประเด็นตามยุทธศาสตร์ชาติ 6 ด้าน และการปฏิรูปประเทศ 11 ด้าน โดยให้ความสำคัญกับการรับฟังความคิดเห็นประชากรที่เป็นคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ที่มีอายุช่วงตั้งแต่ 24-43 ปี ซึ่งใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ คอมพิวเตอร์ และอินเทอร์เน็ต หรือกลุ่มเจนวาย และผู้ที่เกิดในช่วงหลังปี 25-43 ใช้ดิจิทัลและโซเชียลเน็ตเวิร์ก หรือเจนแซด" นายปรเมธี กล่าว
นายปรเมธี กล่าวอีกว่า ในรูปแบบการรับฟังความคิดเห็นครั้งนี้ ทางคณะกรรมการมองว่าต้องสามารถเข้าถึงประชากรกลุ่มเป้าหมายดังกล่าวได้อย่างครอบคลุม รวมทั้งคำนึงถึงประชากรกลุ่มล่างที่ไม่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ต ให้สามารถใช้ช่องทาง อื่นๆ เช่น สถานีโทรทัศน์ สถานีวิทยุ ท้องถิ่น และหนังสือพิมพ์ อีกด้วย
สำหรับคณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติทั้ง 6 ด้าน ประกอบด้วย คณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง คณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน คณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคน คณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ด้านการสร้างโอกาสความเสมอภาคและเท่าเทียมกันทางสังคม คณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และคณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ
รายงานข่าวแจ้งว่า ก่อนหน้านี้คณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน ที่มีนายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ เป็นประธาน ได้รายงานถึงการทำงานที่ได้ข้อสรุปของ เป้าหมายด้านการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันออกมาได้ 4 เป้าหมาย เพื่อเป็น กรอบของการขับเคลื่อนประเทศ รวมถึงการปฏิรูปเพื่อประเทศไทยมีความสามารถการแข่งขันที่สูงขึ้น ได้แก่ 1.ไทยเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วที่มีรายได้ต่อหัวมากกว่า 1.5 หมื่นดอลลาร์สหรัฐ/คน/ปี ภายใน 20 ปี จากปี 2559 ประเทศไทยมีรายได้ต่อหัวประมาณ 6,000 ดอลลาร์/คน/ปี
เป้าหมายที่ 2 อัตราการขยายตัวของจีดีพีต้องไม่ต่ำกว่า 5% ในช่วง 20 ปี จากปัจจุบัน 3.8-4.0% ซึ่งการจะไปถึงการเติบโตดังกล่าวได้ จะต้องมีการขยายตัวของปัจจัยทุน 2.6% ผลิตภาพการผลิต 2.5% ต่อปี และต้องอาศัยการขยายตัวของการลงทุนทั้งภาครัฐและเอกชน มีมาตรการส่งเสริมให้กับภาคเอกชนได้รับความสะดวกในการทำธุรกิจ ไปพร้อมกับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ภาครัฐ
เป้าหมายที่ 3 ผลิตภาพการผลิตรวม (TFP) ไม่ต่ำกว่า 3% จากปี 2558 ไทยมีผลิตภาพการผลิตรวมอยู่ที่ 1.7% โดยระยะต่อไปการผลิตรวมจะมีปัจจัยเสี่ยงด้านแรงงานเนื่องจากการเข้าสู่สังคม ผู้สูงอายุ ประเทศไทยจำเป็นต้องปรับปรุงประสิทธิภาพของแรงงาน และต้องเร่งการลงทุนในอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพและใช้เทคโนโลยีขั้นก้าวหน้า หรือนวัตกรรมใหม่เพื่อให้สามารถมีการเติบโตที่ยั่งยืน
เป้าหมายที่ 4 ประเทศไทยอยู่ในอันดับ 1 ใน 20 ของการจัดอันดับ ความสามารถในการแข่งขันของสถาบัน IMD (International Institute for Management Development) จากในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ไทยอยู่ในลำดับที่ 25-30 ซึ่งปี 2560 ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 27 จาก 63 ประเทศ โดยมีจุดอ่อนในด้านประสิทธิภาพการผลิต โครงสร้างพื้นฐานทั่วไป ด้านเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์ ด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมและด้านการศึกษา สำหรับกรอบเวลาที่ยุทธศาสตร์ทุกด้านต้องแล้วเสร็จคือภายในวันที่ 24 ม.ค. 2561







