
กระจายลงทุนในตราสารหนี้
จิรวัฒน์ สุภรณ์ไพบูลย์ผู้บริหารสายงานธุรกิจบริการไพรเวทแบงค์ธนาคารกสิกรไทยตราสารหนี้ คือ หนังสือแสดงความเป็นหนี้หรือสัญญากู้ยืมเงินแบบหนึ่ง ตัวอย่างใกล้ตัวที่สุด คือ สมุดเงินฝากธนาคาร ทุกครั้งที่เราฝากเงินก็เท่ากับการให้ธนาคารกู้ยืม ซึ่งปกติแล้วธนาคารก็จะนำเงินฝากนั้นไปให้ปล่อยกู้ต่อ หากตัดตัวกลางธนาคารออก เพื่อให้ได้ผลตอบแทนสูงขึ้น เราก็สามารถนำเงินไปให้บริษัทเอกชนกู้ยืมโดยตรงได้ ในกรณีนี้บริษัทผู้กู้ก็จะออกเอกสารแสดงความเป็นหนี้ ที่เรียกว่า "หุ้นกู้" ให้ถือไว้คล้ายกับสมุดเงินฝาก โดยกำหนดระยะเวลาชำระคืนและอัตราดอกเบี้ยไว้
จิรวัฒน์ สุภรณ์ไพบูลย์ผู้บริหารสายงานธุรกิจบริการไพรเวทแบงค์ธนาคารกสิกรไทย
ตราสารหนี้ คือ หนังสือแสดงความเป็นหนี้หรือสัญญากู้ยืมเงินแบบหนึ่ง ตัวอย่างใกล้ตัวที่สุด คือ สมุดเงินฝากธนาคาร ทุกครั้งที่เราฝากเงินก็เท่ากับการให้ธนาคารกู้ยืม ซึ่งปกติแล้วธนาคารก็จะนำเงินฝากนั้นไปให้ปล่อยกู้ต่อ หากตัดตัวกลางธนาคารออก เพื่อให้ได้ผลตอบแทนสูงขึ้น เราก็สามารถนำเงินไปให้บริษัทเอกชนกู้ยืมโดยตรงได้ ในกรณีนี้บริษัทผู้กู้ก็จะออกเอกสารแสดงความเป็นหนี้ ที่เรียกว่า "หุ้นกู้" ให้ถือไว้คล้ายกับสมุดเงินฝาก โดยกำหนดระยะเวลาชำระคืนและอัตราดอกเบี้ยไว้
หลักสำคัญในการลงทุนในตราสารหนี้ หรือหุ้นกู้ คือ การพิจารณาเรื่องความสามารถในการชำระเงิน ซึ่งมักดูจากสถานะทางการเงินของบริษัทผู้ออกหุ้นกู้ โดยมีตัวช่วยหลัก คือ บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ที่ทำหน้าที่วิเคราะห์สถานะทางการเงินและจัดระดับความน่าเชื่อถือต่างๆ
การเข้าถึงหุ้นกู้ของผู้ฝากหรือนักลงทุนยังคงเป็นปัญหาสำคัญ เนื่องจากหุ้นกู้คุณภาพ มีปริมาณน้อยกว่าความต้องการ และขาดการหมุนเวียนเปลี่ยนมือ เนื่องจากถูกถือครองจนครบกำหนด เพราะกองทุนมีเงินทุนขนาดใหญ่ มีอำนาจต่อรองซื้อหุ้นกู้สูงกว่าบุคคลธรรมดาทั่วไป
ที่ผ่านมา กองทุนตราสารหนี้เลือกกระจายน้ำหนักการลงทุนในหุ้นกู้จากขนาดหรือมูลค่าตลาดของหุ้นกู้ (Market Cap Weighted) เพื่อเลียนแบบน้ำหนักการคำนวณของดัชนีตราสารหนี้ ทำให้มูลค่าและผลตอบแทนของกองทุนเคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกับตลาดตราสารหนี้ แต่การกระจายน้ำหนักการลงทุนด้วยวิธีนี้ กลับนำมาซึ่งความเสี่ยงที่สูงขึ้น เนื่องจากการลงทุนในหุ้นกู้ที่มูลค่าตลาดสูงในปริมาณมาก ก็เท่ากับไปฝากหรือปล่อยกู้ให้กับบริษัทที่มีหนี้สูง (เหมือนกับปล่อยกู้ให้กับผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว)
หลังวิกฤตเศรษฐกิจครั้งล่าสุด ที่ก่อให้เกิดความเสียหายมหาศาลกับนักลงทุนในตราสารหนี้และกองทุนตราสารหนี้ กองทุนตราสารหนี้ส่วนหนึ่งปรับกลยุทธ์การกระจายน้ำหนักการลงทุนแบบ Market Cap Weighted มาเป็นแบบ Smart Beta แทน โดยการเพิ่มเงื่อนไขอื่นนอกจากขนาด เพื่อช่วยกำหนดน้ำหนักการลงทุน เช่น สถานะธุรกิจ อีกทั้งยังเน้นกระจายในหุ้นกู้ที่มาจากหลากหลายอุตสาหกรรม ไม่กระจุกตัวอสังหาริมทรัพย์ การเงินและพลังงาน เหมือนในอดีต







