
ซาอุฯพลิกแผนปราบทุจริต
ทางการซาอุดิอาระเบียยื่นข้อเสนอเจ้าชายมอบสินทรัพย์ 70% แลกอิสระ กรณีพัวพันคอร์รัปชั่น
ทางการซาอุดิอาระเบียยื่นข้อเสนอเจ้าชายมอบสินทรัพย์ 70% แลกอิสระ กรณีพัวพันคอร์รัปชั่น
หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียล ไทมส์ รายงานอ้างแหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องว่า รัฐบาลซาอุดิอาระเบียกำลังยื่นข้อเสนอให้บรรดาเจ้าชาย รัฐมนตรี เจ้าหน้าที่ทหารระดับสูง และนักธุรกิจกว่า 200 ราย ซึ่งถูกควบคุมตัวอยู่ที่โรงแรมหรู ริทซ์ คาร์ลตัน ในกรุงริยาด กรณีต้องสงสัยพัวพันกับการคอร์รัปชั่น ให้มอบสินทรัพย์สัดส่วน 70% แก่รัฐบาลแลกเปลี่ยนกับอิสรภาพ
ขณะที่แหล่งข่าวไม่ระบุนามเปิดเผยกับบลูมเบิร์กว่า หากเชื้อพระวงศ์และกลุ่มบุคคลต้องสงสัยยอมตกลงมอบสินทรัพย์ให้ทางการ จะไม่ต้องเข้ารับการไต่สวนกรณีคอร์รัปชั่น โดยมูลค่าสินทรัพย์ดังกล่าวคาดว่าจะอยู่ที่ 5 หมื่น-1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.64-3.28 ล้านล้านบาท) ซึ่งเพียงพอต่อการชดเชยการขาดดุลงบประมาณของซาอุดิอาระเบียที่ 7.9 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว 2.59 ล้านล้านบาท) เมื่อปี 2016 หลังประสบปัญหาราคาน้ำมันปรับตัวลงจนส่งผลให้ซาอุดิอาระเบียเสียรายได้มหาศาลไป
ด้านไฟแนนเชียล ไทมส์ เสริมว่ามูลค่าสินทรัพย์ดังกล่าวใกล้เคียงกับการทุจริตเงินอย่างน้อย 1 แสนล้านดอลลาร์ (ราว 3.28 ล้านล้านบาท) ที่รัฐบาลกำลังสอบสวนอยู่และต้องการตามเงินดังกล่าวคืน หลังดำเนินการอายัดบัญชีไปแล้วถึง 1,700 บัญชี
สำหรับความเคลื่อนไหวครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังมีรายงานว่าทางการซาอุดิอาระเบียขยายการจับกุมตัวเจ้าหน้าที่และนักธุรกิจเพิ่มอีกกว่า 24 ราย ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยล่าสุดมีการควบคุมตัวอดีตเจ้าหน้าที่ทหารระดับสูงสังกัดกระทรวงกลาโหม 14 ราย และสังกัดกองกำลังป้องกันมาตุภูมิอีก 2 ราย
บลูมเบิร์กรายงานว่า การปราบปรามการทุจริตครั้งใหญ่ ซึ่งนำโดยมกุฎราชกุมาร เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิล ซัลมาน ส่งผลให้นักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายย่อยเทขายสินทรัพย์สุทธิในตลาดหุ้นซาอุดิอาระเบียไป 206 ล้านดอลลาร์ (ราว 6,769 ล้านบาท) เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นมูลค่าการขายสินทรัพย์มากที่สุดในรอบกว่า 2 ปี
ทั้งนี้ ซาอุดิอาระเบียเริ่มการกวาดล้างคอร์รัปชั่นเมื่อต้นเดือน พ.ย. หลังถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่ามีการคอร์รัปชั่นมากที่สุดประเทศหนึ่ง ซึ่งนำไปสู่การจับกุมเชื้อพระวงศ์จำนวนมาก รวมถึงเจ้าชาย อัลวาลีด บิน ทาลาล หนึ่งในมหาเศรษฐีนักลงทุนผู้มั่งคั่งที่สุดของประเทศ และถือหุ้นในหลายบริษัทระดับโลก เช่น ซิตี้ กรุ๊ป และทวิตเตอร์ ขณะที่นักวิเคราะห์มองว่าการดำเนินการดังกล่าวเป็นการเสริมฐานอำนาจให้มกุฎราชกุมาร โมฮัมเหม็ด บิล ซัลมาน ที่ได้รับแต่งตั้งเป็นมกุฎราชกุมาร เมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา







