posttoday
ชายผู้หนีคำสั่งตาย จากเกาหลีเหนือ

ชายผู้หนีคำสั่งตาย จากเกาหลีเหนือ

19 พฤศจิกายน 2560

ชายคนที่มานั่งเล่าเรื่องราวความลึกลับซับซ้อนของ "คิมจองอึน"

โดย ดร.เพียงออ เลาหะวิไลย[email protected]

ชายคนที่มานั่งเล่าเรื่องราวความลึกลับซับซ้อนของ "คิมจองอึน" ให้พวกเราฟังอยู่ข้างหน้าตามคำเชิญของ Korea Press Foundation นี้ เป็นผู้ที่หนีรอดมาจากการสั่งตายในเกาหลีเหนือได้ถึงสองครั้ง... (ต่อจากฉบับที่แล้ว)

การพูดคุยของเราเริ่มเครียดขึ้น เมื่อเพื่อนนักข่าวจากศรีลังกาเอ่ยถามถึงครอบครัวที่ยังคงอยู่ในเกาหลีเหนือ เขาบอกด้วยน้ำเสียงต่ำๆ ว่า "กรุณาอย่าถามเรื่องนี้ ผมไม่อยากพูดถึงครอบครัวที่ยังเหลืออยู่ แม้ว่าจะเหลือน้อยคนแล้วตาม แต่พวกเขาจะปลอดภัยถ้าไม่มีใครเอ่ยถึง" ...ทว่า เมื่อเขาอนุญาตให้เราเปิดเผยเรื่องราวพร้อมชื่อและภาพของเขา จึงทำให้เกิดความสงสัย ..."หมายความว่า ชื่อ ลี แจ ฮยอน ที่คุณใช้อยู่นี่ ไม่ใช่ชื่อจริงตอนอยู่เกาหลีเหนือหรือคะ" (ปรับชื่อแหล่งข่าวอีกครั้งเพื่อความปลอดภัยค่ะ) เขาตอบว่า "แน่นอน ผมจะใช้ชื่อตอนที่อยู่ในนั้นได้อย่างไร ผมต้องป้องกันคนในตระกูลที่ยังเหลืออยู่ที่นั่น คุณรู้ไหมว่า หากมีคนหนีออกมาจากประเทศได้ คนในครอบครัวที่เหลือจะถูกลงโทษอย่างป่าเถื่อนเหมือนย้อนกลับไปในยุคโชซอนเมื่อหลายร้อยปีก่อนเลยทีเดียว"...

อนึ่ง สมัยก่อนเมื่อผู้ใดกระทำผิดต่อ ราชวงศ์โชซอนอย่างร้ายแรง เช่น แปรพักตร์ กินสินบน ทรยศต่อกษัตริย์ คนในตระกูลเดียวกันนับขึ้นไป 3 ชั้น นับลงมาอีก 3 ชั้น จะถูกลากตัวไปประหารหรือส่งไปเป็นทาสทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นญาติห่างแค่ไหน จะเป็นเด็กทารกหรือคนแก่เฒ่าก็ไม่มีเว้น คิมจองอึนได้ใช้บทลงโทษนี้มาควบคุมประชาชนไม่ให้คิดหนี

ดังนั้น เมื่อ "ลี แจ ฮยอน" ล้มเหลวในการหนีครั้งที่ 1 เขาถูกจับไปขังคุกที่รู้กันว่า น้อยคนนักที่จะมีชีวิตรอดออกมาได้ ส่วนใหญ่ไม่ป่วยตายก็ถูกทำร้ายจนตาย เขาเป็นเพียงไม่กี่คนที่รอดออกมาได้ด้วยการติดสินบนผู้คุม ดังนั้น การวางแผนหนีเป็นครั้งที่ 2 จึงเป็นเรื่องที่ต้องคิดหนักเพราะว่าหากเขาหนีสำเร็จออกมาอยู่อย่างสบายในเกาหลี (ใต้) แต่ญาติที่บางคนไม่เคยเห็นหน้ากันมาเลยเป็นสิบๆ ปี ก็จะต้องพลอยรับโทษแทนเขาไปด้วย และเหตุผลนี้ทำให้คนที่คิดจะหนีมาด้วยกันอีกหลายคนได้ถอดใจไปกลางทางเพราะเป็นห่วงคนที่ยังอยู่ข้างหลัง

ไม่กี่วันมานี้ มีเรื่องระทึกบริเวณเส้นแบ่งเขตแดน ซึ่งทำให้กำหนดการไปดูสถานการณ์จริงบริเวณชายแดนเขตพันมุนจอมของกลุ่มนักข่าวเราในสัปดาห์หน้าต้องยกเลิกไป เพราะทางรัฐบาลสั่งห้ามมิให้พลเรือนเดินทางไปยังชายแดนเป็นการชั่วคราว...เหตุเกิดจาก ทหารเกาหลีเหนือนายหนึ่งอาจหาญวิ่งฝ่ากระสุน ผ่านเส้นขนานที่ 38 เขตแบ่งแดนเกาหลีเหนือ-ใต้ หนีข้ามมาฝั่งใต้ บริเวณนั้นเป็นกลุ่มอาคารที่สร้างคร่อมเส้นแบ่งประเทศ ซึ่งใช้เป็นที่เจรจาข้ามโต๊ะ เป็นจุดที่อันตรายที่สุดเพราะมีทหารทั้งสองฝ่ายต้องมายืนประจันหน้ากันตลอด 24 ชั่วโมง เรียกว่าอยู่ในระยะประชิด ทหารสองฝ่ายถึงตัวกันได้ในพริบตา แต่ทหารนายนี้กลับเลือกทางนี้ ซึ่งสั้นที่สุดแค่ก้าวเท้าข้ามเข้ามาก็ถึงเกาหลีใต้ได้ แต่ก็อันตรายที่สุดและเสี่ยงกับการถูกยิงใส่จากทั้งสองฝ่าย

ทางเกาหลีใต้ระบุว่า หลังจากถูกยิงทหารคนนี้ได้หลบซ่อนตัวในอาคารเก็บอุปกรณ์ที่ตั้งอยู่ในฝั่งเกาหลีใต้จนเสียงปืนสงบลงจึงได้กระเสือกกระสนออกมานอกอาคารและนอนสลบบนพื้นห่างจากเส้นแบ่งประเทศเพียงแค่ 50 เมตร คงรอให้ทหารเกาหลีใต้มาเห็นและช่วยเหลือ อาการอยู่ในขั้นวิกฤต และ ยิ่งแย่ลงเมื่อแพทย์พบว่ามีพยาธิอยู่ในท้องของเขาจำนวนมากซึ่งอาจจะเป็นอันตรายต่อบาดแผลในช่องท้อง จนแพทย์ต้องตัดสินใจผ่าเอาพยาธิออกมา บางตัวยาวถึง 26 เซนติเมตร กลายเป็นเรื่องโจษจันกันในเมืองเลยทีเดียว

แพทย์จากโรงพยาบาลแห่งหนึ่งให้สัมภาษณ์ว่า เมื่อชาวเกาหลีเหนือที่หนีออกมาได้ถึงเกาหลีใต้ ก็จะมีการตรวจร่างกายซึ่งพบว่าทุกคนบรรจุพยาธิมาเต็มลำไส้ พยาธิบอกให้รู้ว่าในเกาหลีเหนือมีภาวะทุพโภชนาการ ประชาชนขาดแคลนอาหารสะอาดและขาดความรู้ด้านสุขอนามัยอย่างมาก รัฐบาลเกาหลีเหนือเคยแจกปุ๋ยเคมีในการปลูกพืชผักให้แก่เกษตรกรจนถึงราวปี 1990 จึงได้เลิกให้ถาวรเพราะรัฐบาลขาดเงิน เกษตรกรซึ่งไม่มีความรู้จะหาดูทางอินเทอร์เน็ตก็เข้าไม่ได้ จึงได้เริ่มใช้อุจจาระของมนุษย์ในการรดบำรุงพืชผักผลไม้ วงจรชีวิตของพยาธิจึงหมุนเวียนผ่านชีวิตมนุษย์วนไปสู่พืชกลับมาเป็นวงกลม

นับตั้งแต่การแบ่งแยกประเทศและ ตระกูลคิมขึ้นปกครองเกาหลีเหนือมาถึงวันนี้ก็ 72 ปีพอดี มีคนเกาหลีเหนือหนีออกนอกประเทศ มาถึงเกาหลีใต้ได้ราว 3 หมื่นคน แต่จำนวนคนที่หนีไม่สำเร็จไม่รู้ว่ามีสักเท่าไร รู้แต่ว่ามากมายนัก คนส่วนใหญ่จะเลือกหนีออกทางชายแดนด้านเหนือที่ติดกับจีนมากกว่าวิ่งเข้ามาตรงๆ แบบนี้ เมื่อเข้าเขตแดนจีนแล้วก็ต้องระวังไม่ให้ถูกทหารจีนจับได้ มิเช่นนั้นจะถูกส่งกลับเกาหลีเหนือซึ่งส่วนใหญ่จะถึงตายในที่สุด เส้นทางหนึมีอยู่ 2 สายที่สำคัญ คือ เมื่อเข้าเขตแดนจีนแล้ว สายหนึ่งจะออกไปทางซ้ายเลี้ยวลงเมียนมา ลาว แล้วเข้าไทย อีกสายหนึ่งขึ้นเหนือซึ่งน่าจะดีกว่าเพราะตามแนวชายแดนยังมีคนเกาหลีเก่าแก่ที่อพยพไปจีนตั้งแต่ก่อนแยกประเทศอาศัยอยู่เยอะ ทำให้สามารถสื่อสารภาษาเข้าใจกันและกลมกลืนกับคนท้องถิ่นได้ง่ายกว่า

"ลี แจ ฮยอน" จึงได้ตัดสินใจใช้เส้นทางเข้าชายแดนจีนแล้วเข้าสู่กลางประเทศจีนในการหนีครั้งที่สอง...กว่าจะผ่านด่านต่างๆ ออกมาได้ต้องมีเทคนิคที่เขาเปิดเผยให้เราฟัง แต่พวกเราทุกคนที่มาในฐานะนักข่าวต่างประเทศตกลงกันว่าจะไม่เปิดเผย นั่นเพราะยังมีคนอีกเป็นจำนวนมากที่อาจต้องใช้วิธีการนี้ในการหนีออกมาจากเขตเกาหลีเหนือที่ "ลี แจ ฮยอน" เรียกว่าเป็น "รั้วกั้นอิสรภาพ ปิดหู ปิดตา มนุษย์".....

(อ่านต่อฉบับหน้า)

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท