
สักครึ่งก็ยังดี
ต้องยอมรับว่าเวลานี้ประเด็นที่สังคมให้ความสนใจเป็นที่สุด คือ โครงการ "ก้าวคนละก้าวเพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ"
โดย ทองพระราม
ต้องยอมรับว่าเวลานี้ประเด็นที่สังคมให้ความสนใจเป็นที่สุด คือ โครงการ "ก้าวคนละก้าวเพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ" ของนักร้องนำวงร็อกชื่อดัง อาทิวราห์ คงมาลัย หรือ "พี่ตูน บอดี้สแลม"
ที่ยอมเสียสละความสุขของตัวเองเพื่อสร้างประโยชน์อันยิ่งใหญ่ต่อส่วนรวม โดยเฉพาะการนำเงินจากการวิ่งรับบริจาค ส่งต่อให้กับ โรงพยาบาลในการจัดหาเครื่องมือแพทย์อันทันสมัยมารักษาให้กับผู้ป่วย
ซึ่งการแลกแรงกายครั้งนี้นับว่าไม่สูญเสียเปล่า เพราะได้เสียงตอบรับจากคลื่นประชาชนตลอดเส้นทางการวิ่ง ตั้งแต่จุดสตาร์ท อ.เบตง จ.ยะลา โดยมีปลายทางที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย รวมระยะทางกว่า 2,000 กิโลเมตร
เพราะตั้งแต่ออกตัวจากเบตงจนถึงขณะนี้มียอดเงินบริจาคหลายร้อยล้านบาท ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าภาพรวมคนไทยทั้งประเทศไม่ทอดทิ้งกัน แม้จะยากดีมีจน ก็พร้อมหยิบยื่นมือเสียสละคนละนิดคนละหน่อย
พลังใจแห่งศรัทธาอันยิ่งใหญ่ของนักร้องดัง ถือเป็นการปฏิรูปประเทศครั้งสำคัญให้เกิดขึ้นในชาติเพียงคนเดียวเพราะสามารถสร้างความรัก สามัคคี ได้โดยออกแรงก้าว ไม่ใช่เพียงแค่พูด แต่ลงมือทำ
แม้เรื่องดังกล่าวไม่อยากนำมาผูกข้องกับการเมือง เพราะอาจทำให้ผิดความตั้งใจของพี่ตูน บอดี้สแลม แต่ประเด็นนี้ทำให้เกิดคำถามพุ่งตรงไปยังตัวรัฐบาล ในฐานะผู้มีหน้าที่บริหารประเทศชาติ
เนื่องด้วยตลอดระยะเวลาการก้าวเข้ามาของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งอาสาตัวเข้ามาควบคุมการบริหารประเทศแทนรัฐบาลเลือกตั้ง
เมื่อจับระยะทางและเวลารวมๆ แล้วก็เป็นเวลา 3 ปีกว่า ยังดูไม่ใกล้เคียงที่ท่านนายกฯ ได้ให้สัญญาประชาคมไว้กับประชาชนทั้งประเทศ และเอาการเสียสละของพี่ตูนกับการลงแรงเพื่อนำเงินมาช่วยเหลือแล้ว
กับรัฐบาลซึ่งดูแลงบประมาณของประเทศ แต่เอาเงินนั้นไปทำสิ่งอื่นที่ดูก็สำคัญ ทว่ามันยังห่างไกลกับความต้องการของประชาชนแบบจับต้องได้ หรือพูดง่ายๆ ตรงเป้า คือ เกาไม่ถูกจุดคัน
เพราะหากนำเงินงบประมาณที่รัฐบาลได้ทุ่มลงไป โดยเฉพาะไปกับการจัดซื้อเรือดำน้ำจากประเทศจีน หากนำเงินจำนวนดังกล่าว 3.6 หมื่นล้านบาท โดยตัดออกมาไม่ต้องถึง 50% ของงบประมาณในการจัดซื้อ
อาจจะทำให้ไม่ได้เห็น พี่ตูน บอดี้สแลม ต้องมาเสียเหงื่อ เสียแรง วิ่งเพื่อระดมเงินบริจาคอย่างนี้ก็เป็นได้ หรือคำถามย้อนกลับ จำเป็นหรือไม่ที่ประเทศไทยต้องมีเรือดำน้ำถึง 3 ลำ มาใช้ประจำการในน่านน้ำไทย
จึงไม่อาจเลี่ยงได้ว่าการบริหารงบประมาณของรัฐบาลดูเหมือนผิดทิศ ผิดทาง ผิดเวลา สวนกระแสที่เคยเอ่ยมาตลอดว่าจะใช้อย่างประหยัด ถูกต้อง เหมาะสม คุ้มค่า กับความต้องการของประเทศ
อย่างไรก็ตาม ที่กล่าวมาทั้งหมดไม่ได้คัดค้านรัฐบาล แต่เพียงอยากให้ทบทวนเรื่องเหล่านี้ให้มากกว่าเคยเป็นมา เพราะทุกบาททุกสตางค์ที่รัฐจ่ายไปนั้น มันมาจากภาษีประชาชนที่ต้องจ่ายไป
หากจะถามแล้วเรื่องพี่ตูน มาเกี่ยวอะไรกับการเมือง ก็ต้องบอกตรงๆ ว่าไม่ใช่เลย แต่แค่อยากให้รัฐบาลทำอะไรแล้ว เล็งเห็นผลได้ชัดเจนเหมือนกับนักร้องหนุ่มรายนี้ที่ทำลงไป "สักครึ่งหนึ่งก็ยังดี"
และยิ่งใกล้หมดเวลารัฐบาลท่านนายกฯ ประยุทธ์ แต่ความคืบหน้าในการพัฒนาประเทศหลายๆ เรื่อง หากเปรียบเปรยก็ไม่ต่างจากหอยทาก แม้จะเดินแต่ก็เป็นไปอย่างเชื่องช้า ค่อยๆ คืบคลานไม่ทันท่วงที ดังนั้น คงต้องทบทวนยกเครื่องกันใหม่ก็ดี n







