
รัฐดึง ‘หัวเว่ย’ ผุดคลาวด์ดาต้าเซ็นเตอร์อีอีซี
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ลงนามบันทึกความเขัาใจว่าด้วย
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ลงนามบันทึกความเขัาใจว่าด้วย “ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนด้านการเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัล เพื่อขับเคลื่อนนโยบายไทยแลนด์ 4.0” กับบริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) เพื่อนำไปสู่การสร้างคลาวด์ บิ๊กดาต้าเซ็นเตอร์ในพื้นที่เขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก(อีอีซี) ของไทย
พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การลงนามครั้งนี้เป็นผลจากภายหลังการเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อวันที่ 9-12 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยแผนสร้างคลาวด์ดาต้าเซ็นเตอร์อยู่ระหว่างหารือในเรื่องรูปแบบการลงทุน จะเป็นแบบเอกชนลงทุนแล้วรัฐบาลเช่า หรือรูปแบบร่วมลงทุน โดยจะเร่งหาข้อสรุปภายในเดือน ธ.ค.นี้ และเตรียมจัดทำแผนปฏิบัติงาน (Action Plan) ภายในไตรมาสแรก ปี 2561
ทั้งนี้ หัวเว่ย เป็นผู้จัดหาโซลูชั่นด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารชั้นนำระดับโลก บทบาทการมีส่วนร่วมของหัวเว่ยในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล จึงถือเป็นปัจจัยสำคัญของการสร้างเศรษฐกิจดิจิทัลให้เติบโตทั่วโลก และเพื่อรองรับการขับเคลื่อนนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ควบคู่ไปกับการพัฒนาธุรกิจในภูมิภาคของหัวเว่ยให้เติบโตยิ่งขึ้น ดังนั้นหัวเว่ยจึงเตรียมที่จะลงทุนสร้างคลาวด์ดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่แห่งแรกของภูมิภาคในประเทศไทย
ด้าน กัว ผิง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ได้ร่วมมือด้านดิจิทัลกับรัฐบาลไทย ทั้งนี้ต้องการเข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทยระยะยาว เพื่อมุ่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลในประเทศ อีกทั้งบริษัทมีนโยบายพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน ซึ่งแนวทางการลงทุนของบริษัทยังสอดคล้องกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของไทยด้วย
ขณะที่ เฉียง หัว กรรมการผู้จัดการ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) กล่าวว่า การลงทุนด้านคลาวด์คอมพิวติ้งและการลงทุนด้านเทคโนโลยี จะช่วยขับเคลื่อนให้ประเทศไทยประสบความสำเร็จ ตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งเป็นพื้นฐานของการเปลี่ยนแปลงในโลกดิจิทัล ซึ่งหวังช่วยรัฐบาลไทยและภาคธุรกิจของไทยก้าวสู่การเปลี่ยนผ่านอย่างราบรื่น ตลอดจนกระตุ้นให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องสามารถวางแผนการปรับใช้งานโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ในเชิงรุก โดยอีอีซีจะเป็นพื้นที่สำคัญในการขับเคลื่อนการปฏิรูปและการเติบโตของเศรษฐกิจไทย
อย่างไรก็ดี หัวเว่ยมีความยินดีที่จะใช้องค์ความรู้และประสบการณ์ในด้านนวัตกรรม รวมถึงผลิตภัณฑ์ต่างๆ ทำงานร่วมกับพันธมิตรในประเทศไทย เพื่อขับเคลื่อนทุกภาคอุตสาหกรรมให้ก้าวสู่ยุคดิจิทัล
“หัวเว่ยจะสร้างไฮบริดคลาวด์เพื่อรองรับรัฐบาล รวมทั้งองค์กรขนาดใหญ่ ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) และผู้ใช้รายย่อยในประเทศไทย” เฉียง กล่าว ซึ่งสามารถปรับใช้เทคโนโลยี ทั้งบิ๊กดาต้า คลาวด์คอมพิวติ้ง อินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงส์ (IoT) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ
ทั้งนี้ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) ตั้งขึ้นเมื่อปี 2542 ซึ่งเป็นศูนย์กลางปฏิบัติงานในภูมิภาค พบว่า ปี 2559 หัวเว่ยมียอดขายรวม 75.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโตขึ้นจากปี 2558 32% กำไรสุทธิ 5.3 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 0.4% จากปี 2558 ทั้งนี้ธุรกิจโทรคมนาคมมียอดขาย 41.8 พันล้านดอลลาร์ เติบโตขึ้น 24% กลุ่มเอนเตอร์ไพรส์มียอดขาย 5.9 พันล้านดอลลาร์ เติบโตขึ้น 47% และกลุ่มคอนซูเมอร์ 25.9 พันล้านดอลลาร์ เติบโตขึ้น 44% สำหรับยอดจำหน่ายสมาร์ทโฟนหัวเว่ย มีจำนวน 139 ล้านเครื่อง ในปี 2559 สูงกว่าปี 2558 เป็น 29%
ขณะที่รายได้ช่วงครึ่งปี 2560 หัวเว่ยมีรายได้ 41.835 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 15%







