
กลต.จี้PACEแจงลงทุน
โพสต์ทูเดย์ - ก.ล.ต.ให้ เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น แจงข้อมูลการประเมินมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนผ่าน ตลท.ใน 14 วัน
โพสต์ทูเดย์ - ก.ล.ต.ให้ เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น แจงข้อมูลการประเมินมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนผ่าน ตลท.ใน 14 วัน
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) สั่งให้บริษัท เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น (PACE) ชี้แจงสมมติฐานที่ใช้ในการประเมินมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนในบริษัท เพซ โปรเจ็ค วัน และบริษัท เพซ โปรเจ็ค ทรี และให้เปิดเผยข้อมูลผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ภายใน 14 วัน
เนื่องจากผู้สอบบัญชีของ PACE ไม่ให้ข้อสรุปต่องบกำไรขาดทุนรวมงวดไตรมาส 2 และ 3 ปี 2560 เพราะไม่สามารถสรุปผลการสอบทานรายงานประเมินมูลค่ายุติธรรมในการลงทุนในหุ้นของบริษัท เพซ โปรเจ็ค วัน และบริษัท เพซ โปรเจ็ค ทรี ซึ่งประเมินโดยที่ปรึกษาทางการเงินรายหนึ่ง เกี่ยวกับประมาณการรายได้ของจุดชมวิวบนอาคารโครงการมหานคร โดยใช้สมมติฐานที่ได้มาจากการคาดการณ์ตัวเลขในอนาคต ในขณะที่ PACE นำผลประเมินไปบันทึกเงินลงทุนดังกล่าว จำนวน 8,231 ล้านบาท และรับรู้ผลกำไรจากการสูญเสียอำนาจควบคุมในบริษัทย่อย จำนวน 8,857 ล้านบาท
ทั้งนี้ การใช้สมมติฐานที่สมเหตุสมผลในการวัดมูลค่าเงินลงทุนเป็นเรื่องสำคัญและมีผลกระทบต่อความถูกต้องของจำนวนเงินลงทุนและกำไรจากการสูญเสียอำนาจการควบคุมในบริษัทย่อยที่รับรู้อย่างมาก ประกอบกับ PACE ยังไม่ได้เปิดเผยข้อมูล และสมมติฐานที่สำคัญในหมายเหตุประกอบงบการเงินให้ครบถ้วนและชัดเจน อาทิ ประมาณการจำนวนคนที่จะมาใช้บริการ จึงอาจทำให้เกิดความคลุมเครือและอาจมีผลกระทบต่อ สิทธิประโยชน์ของผู้ถือหุ้นหรือต่อการตัดสินใจลงทุน
อย่างไรก็ดี ก.ล.ต.จึงอาศัยอำนาจตามมาตรา 58 (1) และ (2) แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ให้ PACE ชี้แจงข้อมูลและสมมติฐานสำคัญที่ใช้ในการประเมินมูลค่ายุติธรรม ความสมเหตุสมผลและผลการทบทวนของสมมติฐาน รวมทั้งผลการวิเคราะห์ความอ่อนไหว
นอกจากนี้ หากผลการทบทวนสมมติฐานกระทบต่อมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนและตัวเลขในงบการเงินที่เคยนำส่งต่อสำนักงานและเปิดเผยต่อสาธารณะ ขอให้ PACE นำส่งงบการเงินฉบับแก้ไขต่อสำนักงานภายใน 30 วันด้วย
อย่างไรก็ตาม ไตรมาส 3 ที่ผ่านมา PACE ขาดทุน 962 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 799 ล้านบาท แต่ 9 เดือนแรกปีนี้ พลิกมามีกำไร 3,773 ล้านบาท จาก ช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 1,372 ล้านบาท
ทั้งนี้ บริษัท เบเคอร์ ทิลลี่ ออดิท แอ็ดไวเซอร์รี่ เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) ผู้สอบบัญชี ไม่ให้ข้อสรุปต่องบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จรวม และให้ข้อสรุปอย่างมีเงื่อนไขต่องบแสดงฐานะการเงินระหว่างกาลสำหรับงวดสิ้นสุดวันที่ 30 ก.ย. 2560 จากการถูกจำกัดขอบเขตเรื่องการประมาณการรายได้ของจุด ชมวิวจากการก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จ จึงไม่มีการประกอบพาณิชยกิจจริงเพื่อเปรียบเทียบและเป็นธุรกิจใหม่ในตลาดของไทย จึงไม่ให้ข้อสรุปผลการสอบทานต่องบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ แต่ PACE ได้ว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ เพื่อประเมินมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนในบริษัท เพซ โปรเจ็ค วัน และบริษัท เพซ โปรเจ็ค ทรี โดยใช้วิธีประมาณการรายได้ และคำนวณคิดลดกระแสเงินสดมาเป็นมูลค่าปัจจุบัน เงินลงทุนดังกล่าวมีมูลค่ายุติธรรม 8,231 ล้านบาท และ PACE ได้บันทึกเงินลงทุน 8,231 ล้านบาท







