
อาเซียนอันเฉื่อยชา
PSL KandaExtra Pro (Regula 12 Pt)ระหว่าง โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีผู้สร้างความสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ให้สหรัฐ และการประชุมสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน องค์กรที่น่าเบื่อและมากด้วยพิธีรีตอง ฝั่งไหนจะมีอำนาจเหนือกว่าในการพบปะกันครั้งนี้
PSL KandaExtra Pro (Regula 12 Pt)
ระหว่าง โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีผู้สร้างความสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ให้สหรัฐ และการประชุมสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน องค์กรที่น่าเบื่อและมากด้วยพิธีรีตอง ฝั่งไหนจะมีอำนาจเหนือกว่าในการพบปะกันครั้งนี้
แต่ผมไม่คิดว่าจะเป็นทรัมป์ เพราะการร่วมประชุมอาเซียนเป็นเหมือนการเดินถอยหลังตกหม้อเคี่ยวน้ำตาลปี๊บ ซึ่งหลังผ่านไประยะหนึ่งคุณต้องจำใจยอมไหลไปตามน้ำ แม้กระทั่ง โรดริโก ดูเตอร์เต ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ผู้มีฉายาว่า มือปราบปืนโหด (Dirty Harry) ยังต้องทำตัวสงบเสงี่ยมในการประชุมแสนน่าเบื่อครั้งนี้
ผมมองว่าภูมิภาคอาเซียนที่มีประชากรเกือบ 650 ล้านคน เต็มไปด้วยความน่าตื่นเต้น เปี่ยมด้วยชีวิตชีวาและสีสัน ขณะที่องค์กรอาเซียนนั้นตรงกันข้าม แม้ผมจะรักภูมิภาคของเรา ผู้คน และเรื่องราวของคนเหล่านั้นมากก็ตาม แต่ผมคิดว่าองค์กรลักษณะแบบระบบราชการเข้มข้นอย่างอาเซียนยังไม่สามารถผสานความหลากหลายน่าทึ่งดังกล่าวไว้ได้
แม้ผมยังคงคิดว่าเศรษฐกิจขนาดใหญ่ของภูมิภาคอาเซียนที่กำลังเติบโต (มีขนาดเศรษฐกิจรวมกันที่ 2.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อปี 2013) มีศักยภาพไร้ขอบเขต จนบริษัทวิจัยแมคคินซีย์คาดการณ์ว่าจะกลายเป็นเศรษฐกิจอันดับ 4 ของโลกภายในปี 2050 แต่องค์กรอาเซียนนั้นไม่มีอะไรเลย และไม่มีสายสัมพันธ์เชื่อมความรู้สึกร่วมกันแม้แต่น้อย ถ้าคุณไม่นับเรื่องการกินทุเรียนร่วมกันเป็นการแชร์สัมพันธ์แบบหนึ่ง
แม้กระทั่งสิ่งที่เราเรียกว่า "ความไม่ลงรอยกัน" ในเรื่องเขตพิพาททะเลจีนใต้ ยังเป็นเรื่องคาดเดากันได้ ในขณะที่จีนกำลังแผ่อิทธิพลทั้งด้านเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคของเรา
ผมคิดว่าองค์กรอาเซียนไม่ได้ช่วยยกระดับเรื่องระบบโครงสร้างพื้นฐานและกระตุ้นการจ้างงานในระดับภูมิภาคให้ประชากร 650 ล้านคนเลย เพราะหน้าที่ดังกล่าวอยู่บนบ่าของผู้นำแต่ละชาติมากกว่า นอกจากนี้ทางองค์กรยังไม่สามารถปกป้องประชากรได้ ทั้งจากการถูกข่มเหง เอารัดเอาเปรียบ และหลุดรอดจากการทำผิดโดยไม่ต้องรับโทษ
นี่คือสาเหตุว่าทำไมผมถึงไม่รู้สึกตื่นเต้นเลยเมื่ออาเซียนครบรอบ 50 ปี และทรัมป์เข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ เพราะสิ่งดังกล่าวไม่มีความหมายใด
แม้บรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายต่างประเทศมองว่า การที่ทรัมป์เข้าร่วมจะยืนยันถึงการที่สหรัฐไม่ได้ "ละทิ้งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและโลก" แต่ผมกลับสงสัยในประเด็นดังกล่าว เพราะการที่ผู้นำเข้าร่วมการประชุมสุดยอด และ "ถ่ายรูปครอบครัว" ร่วมกันไม่ได้ยืนยันถึงการมีอิทธิพลในภูมิภาค
สำหรับผมแล้วสิ่งเหล่านี้เป็นเพียงภาพลวงตา และบางทีอาจจะถึงเวลาแล้วที่เราควรหยุดเชื่อว่าภูมิภาคของเราสงบสุข เจริญรุ่งเรือง และมีชื่อเสียงอันดี โดยอาเซียนควรจะเป็นเวทีกลางเพื่อรวบรวมทุกชาติสมาชิกไว้ด้วยกัน สร้างความเชื่อมั่นและความคุ้นเคยกัน แต่จากแถลงการณ์ที่จัดวางมาแล้วและความเฉื่อยชาในช่วงที่ผ่านมา ทำให้บรรดาผู้นำไม่มีพลังหรือความสนใจในการวางแผนการใหม่ๆ และทำได้แค่เพียงการหนีไปเรื่อยๆ
ผมจึงคิดว่าเราควรหันไปสนใจเรื่องการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างธุรกิจกับธุรกิจ สื่อต่อสื่อ และผู้คนต่อผู้คนให้มากขึ้น ไม่ว่าจะเกิดประเด็น ขัดแย้งใดขึ้นในภูมิภาคก็ตาม
เพราะการผนวกรวมระดับภูมิภาค โดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ควรสร้างขึ้นมาจากฐานราก n







