posttoday
คุมจริยธรรมการเงิน

คุมจริยธรรมการเงิน

15 พฤศจิกายน 2560

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้จัดระเบียบการกำกับดูแลธนาคารพาณิชย์ใหม่ ด้วยการจะประกาศใช้หลักเกณฑ์การบริหารจัดการด้านการให้บริการแก่ลูกค้าอย่างเป็นธรรม เพื่อให้เป็นแนวในการปฏิบัติของธนาคารพาณิชย์ที่ให้บริการกับประชาชนอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคมมากยิ่งขึ้น

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้จัดระเบียบการกำกับดูแลธนาคารพาณิชย์ใหม่ ด้วยการจะประกาศใช้หลักเกณฑ์การบริหารจัดการด้านการให้บริการแก่ลูกค้าอย่างเป็นธรรม เพื่อให้เป็นแนวในการปฏิบัติของธนาคารพาณิชย์ที่ให้บริการกับประชาชนอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคมมากยิ่งขึ้น

ที่ผ่านมา ธปท.ต้องรับเรื่องราวร้องเรียนจากประชาชนจำนวนมากผ่านทางศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน (ศคง.) ที่ ธปท.ใช้เป็นช่องทางให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการให้บริการการเงินส่งเรื่องเข้ามา โดยในปี 2559 อยู่ที่ 1,588 รายการ โดยเรื่องที่ร้องเรียนเข้ามามากที่สุด คือ กรณีเงินต้น-ยอดหนี้ไม่ถูกต้อง การดำเนินการที่มีขั้นตอนล่าช้า การทำธุรกรรมผ่านเครื่อง ATM-ADM รวมทั้งกรณีการคิดดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมต่างๆ

นอกจากนั้น ธปท.ก็ส่งเจ้าหน้าที่ออกสุ่มตรวจธนาคารพาณิชย์ในเขต กทม.และปริมณฑล รวมทั้งจังหวัดในหัวเมืองใหญ่ๆ พบว่ามีพนักงานมากถึง 90% จาก 143 สาขาที่สุ่มสำรวจในปีที่แล้ว ยังไม่สามารถให้ข้อมูลของผลิตภัณฑ์ทางการเงินแก่ลูกค้าได้อย่างถูกต้องและครบถ้วน ซึ่งเป็นปัญหาต้นเหตุที่ทำให้ลูกค้าเข้าใจผิดและได้รับความเสียหายจากการใช้บริการทางการเงิน เช่น อธิบายผลิตภัณฑ์ประกันสะสมทรัพย์ว่าเป็นการฝากเงิน เป็นต้น

ธปท.ใช้วิธีการจัดการกับสถาบันการเงินที่ถูกร้องเรียนด้วยการตรวจสอบและลงโทษปรับหากมีการกระทำผิดจริง แต่ก็ไม่ได้มีการเปิดเผยต่อสาธารณชนว่า สถาบันการเงินใดที่ถูกลงโทษเพราะให้บริการทางการเงินอย่างไม่ตรงไปตรงมา ทำให้ลูกค้าของธนาคารซึ่งก็คือประชาชนทั่วไปขาดข้อมูลในการตัดสินใจใช้บริการ

ประกาศหลักเกณฑ์ใหม่ของ ธปท.ที่จะเริ่มให้มีการนำมาบังคับใช้ในวันที่ 1 ม.ค. 2561 คือ จะมีการประกาศให้ประชาชนรับทราบบนเว็บไซต์หน้าหลักของธนาคารพาณิชย์และเว็บไซต์ ธปท.ด้วย ว่ากระทำผิดหลักเกณฑ์เรื่องอะไรและถูกลงโทษเปรียบเทียบปรับจำนวนใด เป็นการให้สังคมกดดันแต่ละธนาคารเองในเรื่องของจริยธรรมและความน่าเชื่อถือ

นอกจากนี้ ธนาคารและนันแบงก์ต้องเปิดเผยข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่ให้บริการแก่รายย่อยให้เปรียบเทียบก่อนตัดสินใจใช้บริการได้ง่ายขึ้น อย่างน้อยใน 6 ประเภทผลิตภัณฑ์ คือ เงินฝาก บัตรเดบิต สินเชื่อบ้าน สินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อเช่าซื้อ และสินเชื่อบัตรเครดิต เช่น ผลิตภัณฑ์เงินฝากประเภทเดียวกัน ฝากประจำ 3 เดือน ก็จะเทียบให้เห็นชัดเจนเลยว่าของแต่ละธนาคารเป็นอย่างไร ทำให้ผู้บริโภคเปรียบเทียบได้ง่ายขึ้น จากเดิมที่มีการเปรียบเทียบแต่กระจัดกระจายไปอยู่ในหลายแหล่งทำให้ดูได้ยาก ซึ่งระยะแรกในช่วงต้นปีหน้าจะให้เริ่มทำการเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์เงินฝากและบัตรเดบิตก่อน ส่วนผลิตภัณฑ์สินเชื่อจะเริ่มให้เปรียบเทียบภายในไตรมาส 1- 2 ปีหน้า เพราะมีรายละเอียดต้องให้เวลาธนาคารพาณิชย์ปรับตัว

การดำเนินการของ ธปท.เป็นความพยายามที่จะคุ้มครองผู้บริโภคจากฝั่งของผู้กำกับดูแลซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องสนับสนุน แต่ในอีกด้านหนึ่ง ธปท.ก็ควรจะมีบทบาทในการส่งเสริมให้ผู้บริโภคมีความรู้เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันตัวเองด้วย ให้สามารถวิเคราะห์แยกแยะอย่างง่ายๆ ในการใช้บริการสถาบันการเงิน ซึ่งจะเป็นการคุ้มครองผู้บริโภคอย่างยั่งยืน n

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท