
กสิกรฯคาดปี53เบี้ยประกันวินาศภัยโต14%
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดปี 2553 เบี้ยประกันวินาศภัยโต 11.5-14.0% สูงสุดในรอบ 4 ปี
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดปี 2553 เบี้ยประกันวินาศภัยโต 11.5-14.0% สูงสุดในรอบ 4 ปี
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า แนวโน้มธุรกิจประกันวินาศภัยปี 2553 จะเติบโตสูงด้วยเลขสองหลักอีกครั้งในรอบ 4 ปี คาดว่าอาจมีเบี้ยประกันรับโดยตรงรวมประมาณ 1.22-1.25 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 11.5-14.0% จากปี 2552 ที่เพิ่มขึ้น 3.5% โดยมีปัจจัยหลักจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจทั้งภาคส่งออกและการบริโภคภายในประเทศ ที่คาดว่าจะส่งผลให้ตลาดรถยนต์ในประเทศในปีนี้ทำสถิติสูงสุดใหม่ด้วยยอดจำหน่ายประมาณ 7.3-7.6 แสนคัน
ประกอบกับ ปัญหาความไม่สงบในประเทศที่ทำให้เกิดความตื่นตัวทำประกันภัยเพิ่มขึ้นอย่างกว้างขวางในกลุ่มภาคธุรกิจทั้งรายใหญ่และรายย่อย โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง และการรุกตลาดประกันส่วนบุคคล ด้วยช่องทางการขายและรูปแบบผลิตภัณฑ์ที่เข้าถึงคนส่วนใหญ่ได้มากขึ้น
นอกจากนี้ การบังคับใช้กฎเกณฑ์เพื่อเสริมความมั่นคงของธุรกิจของ คปภ.ที่จะทวีความเข้มข้นขึ้นเป็นลำดับตั้งแต่ไตรมาสที่ 3/2553 จะดำเนินมาตรการป้องปรามการเกิดปัญหาในบริษัทประกันภัยที่เข้มงวดขึ้น เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบหรือก่อความเสียหายต่อประชาชนหรือผู้เอาประกัน ผ่านการกำหนดเกณฑ์ฐานะการดำเนินงานของบริษัทประกันวินาศภัยที่เข้าข่ายถูกสั่งห้ามขยายธุรกิจ โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้ บริษัทมีอัตราส่วนสภาพคล่องน้อยกว่า 50% เป็นเวลา 2 เดือนติดต่อกัน บริษัทไม่ยื่นรายงานเกี่ยวกับฐานะการเงินและกิจการของบริษัท (รายงานประจำเดือน) เป็นระยะเวลา 2 เดือนติดต่อกัน (คปภ.ให้เวลา 90 วันในการจัดทำรายการประจำเดือน) บริษัทลงทุนประกอบธุรกิจอื่น ไม่เป็นไปตามประกาศของ คปภ. จนเป็นเหตุให้บริษัทได้รับความเสียหายหรือประเมินราคาไม่ได้
ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัทส่วนใหญ่ปฏิบัติตามเกณฑ์ของ คปภ.ครบถ้วนอยู่แล้ว มีเพียงบางบริษัทที่มีปัญหาฐานะการเงินเท่านั้นที่ไม่สามารถส่งรายงานฐานะการเงินรายเดือนได้ภายในกำหนด 90 วัน ซึ่งการสั่งหยุดการขยายธุรกิจ จะช่วยลดความเสียหายล่วงหน้า ก่อนที่จะเป็นปัญหาหนักจนไม่สามารถแก้ไขได้
รวมถึงการนำหลักเกณฑ์การดำรงเงินกองทุนตามระดับความเสี่ยง (Risk Based Capital : RBC) ที่เริ่มบังคับใช้ในปี 2554 และการแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัด (บมจ.) ภายใน 5 ปี (2558) ซึ่งจะทำให้บริษัทต่าง ๆ ต้องวางแนวทางการดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกันระหว่างความมั่นคงและการขยายงาน อันอาจไปสู่การควบรวมกิจการ และการแสวงหาพันธมิตรเพื่อความอยู่รอดของธุรกิจ และเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันในระยะยาว
สำหรับ ในช่วงเดือน ม.ค.-มิ.ย. 2553 พบว่างวดครึ่งแรกปี 2553 ธุรกิจประกันวินาศภัยขยายตัว 11.42% จากช่วงเดียวกันปีก่อน เติบโตเหนือคาดการณ์ของศูนย์วิจัยกสิกรไทยที่ทำไว้เมื่อต้นปี โดยมีแรงผลักสำคัญจากการรับประกันภัยรถที่เพิ่มขึ้นถึง 12.05% สูงกว่าคาดสองเท่าตัว







