
ส.อ.ท.เตือนค่าเงินอาจแตะ29บาทต่อเหรียญสิ้นปีนี้
ส.อ.ท.จี้รัฐดูแลค่าเงิน หลังปล่อยให้แข็งค่าถึง 4.5% ชี้หากไม่ดูแลอาจแตะระดับ 29 บาทต่อเหรียญสหรัฐในช่วงปลายปีนี้พร้อมเสนอมาตรการดูแลค่าเงินเพิ่มเติม
ส.อ.ท.จี้รัฐดูแลค่าเงิน หลังปล่อยให้แข็งค่าถึง 4.5% ชี้หากไม่ดูแลอาจแตะระดับ 29 บาทต่อเหรียญสหรัฐในช่วงปลายปีนี้พร้อมเสนอมาตรการดูแลค่าเงินเพิ่มเติม
นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) กล่าวว่า ในวันที่ 30 ก.ย.นี้ ส.อ.ท.จะเสนอมาตรการการดูแลค่าเงินบาทเพิ่มเติมจากการรวบรวมข้อเสนอของ 34 กลุ่มอุตสาหกรรมส.อ.ท.ต่อธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท. ) หลังจากก่อนหน้านี้ได้มีการเสนอไปแล้ว 6 ข้อเสนอ ทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันผลกระทบที่จะมีต่อภาคส่งออก เนื่องจากขณะนี้เงินบาทมีการแข็งค่าที่เร็วเกินไป
นายธนิต โสรัตน์ รองประธานส.อ.ท. กล่าวว่า ส.อ.ท.จะเสนอมาตรการต่อธปท.ในการดูแลค่าเงินบาทเพิ่มเติมเนื่องจากเห็นว่ามาตรการธปท.ออกมานั้นไม่เห็นผลในทางปฏิบัตินักโดยบาทยังคงแข็งค่าต่อเนื่องโดย 9 เดือนแรกของปีนี้มีอัตราแข็งค่าถึง 9.08% และเพียง 45 วันมีการแข็งค่าถึง 4.5% หรือคิดเป็น 50% ของการแข็งค่าในรอบ 9 เดือน จึงเกรงว่าหากดูแลไม่ดีพออาจเห็นบาทแตะระดับ 29 บาทต่อเหรียญสหรัฐได้ในช่วงสิ้นปีนี้
ทั้งนี้สิ่งที่จะเสนอธปท.เช่น 1. การขอร้องให้ธปท.หยุดการให้ข่าวรายวันอันจะนำมาซึ่งความขัดแย้งหรือไม่เป็นผลดีต่อภาคส่งออก เพราะทำให้ต่างชาติเห็นช่องทางว่าธปท.ไม่มีมาตรการที่จะดูแลการเก็งกำไรเท่าที่ควร 2.ให้ทางธปท.คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายหรืออาร์พีไว้ที่ระดับ 1.75% 3. ให้รัฐพิจารณาชำระค่าสินค้าเป็นเงินตราต่างประเทศได้เป็นกรณีพิเศษกับผู้นำเข้าและส่งออก
4. เสนอให้จัดตั้งกองทุนช่วยเหลือวิสาหกิจขนาดกางและย่อม (เอสเอ็มอี) ผ่านธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและย่อมแห่งประเทศไทย(เอสเอ็มอีแบงก์) วงเงิน 5,000 ล้านบาทเพื่อช่วยเหลือสภาพคล่องเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบภาวะค่าเงินบาทแข็งค่า เป็นต้น
“ผู้ส่งออกรับไม่ได้ที่ธปท.ระบุว่าค่าเงินบาทที่แข็งค่านั้นไม่กระทบส่งออก ซึ่งแม้ว่าปริมาณการส่งออกที่เพิ่มขึ้นแต่การที่บาทแข็งค่านั้นกระทบต่อมูลค่าลดลง ประกอบกับผู้ส่งออกตั้งรับราคาสินค้าไว้ต้นปีที่ระดับ 33 บาทต่อเหรียญสหรัฐเมื่อแข็งค่ามากต้องไปลดต้นทุนแทนซึ่งไม่ได้ทำง่ายๆ และมาตรการธปท.ที่ออกมาก็ขัดแย้งความเป็นจริงเช่น การส่งเสริมลงทุนต่างประเทศนั้นมันเป็นเรื่องระยะยาว” นาย ธนิตกล่าว







