
ระเบียงเศรษฐกิจมาเลเซีย
รศ.ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช & ศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ ม.หอการค้าไทย ผมได้มีโอกาสพูดคุยกับ "Ms.Umarani Muniandy" ซึ่งเป็นผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาเคมีภัณฑ์และวัสดุขั้นสูงของ "MIDA (Malaysian Investment Development Authority)" ณ ออฟฟิศของ MIDA กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเด็นการคุยมีอยู่ 3 เรื่อง 1.การลงทุนจากต่างชาติในมาเลเซียและสิทธิประโยชน์ 2.บทบาทนักลงทุนจีนในมาเลเซีย และ 3.ระเบียงเศรษฐกิจมาเลเซีย
รศ.ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช & ศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ ม.หอการค้าไทย
ผมได้มีโอกาสพูดคุยกับ "Ms.Umarani Muniandy" ซึ่งเป็นผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาเคมีภัณฑ์และวัสดุขั้นสูงของ "MIDA (Malaysian Investment Development Authority)" ณ ออฟฟิศของ MIDA กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเด็นการคุยมีอยู่ 3 เรื่อง 1.การลงทุนจากต่างชาติในมาเลเซียและสิทธิประโยชน์ 2.บทบาทนักลงทุนจีนในมาเลเซีย และ 3.ระเบียงเศรษฐกิจมาเลเซีย
บริษัท MIDA ตั้งเมื่อปี 1967 มีหน้าที่หลักๆ อยู่ 4 ด้าน คือ เป็นหน่วยงานส่งเสริมการลงทุนของมาเลเซียที่ดึงดูดเม็ดเงินจากต่างประเทศ รวมทั้งผลักดันและส่งเสริมให้นักลงทุนมาเลเซียไปลงทุนในต่างประเทศ ให้สิทธิประโยชน์ด้านการลงทุน อำนวยความสะดวกและคำปรึกษาแก่บริษัทที่เข้ามาตั้งในมาเลเซีย และวางแผนและกำหนดยุทธศาสตร์ในการพัฒนาอุตสาหกรรม โดย MIDA มีออฟฟิศอยู่ทั่วโลกทั้งหมด 23 แห่ง แยกเป็น จีน 3 แห่ง ญี่ปุ่น 2 แห่ง เยอรมนี 2 แห่ง และสหรัฐอเมริกา 6 แห่ง เป็นต้น ในอาเซียนมีสิงคโปร์ที่เดียว ปี 2016 มีเงินทุนในมาเลเซียทั้งหมด 207.9 พันล้านริงกิต เป็น FDI ร้อยละ 28 และที่เหลือเป็นการลงทุนจากนักลงทุนในประเทศ (DDI) โดยร้อยละ 70 เป็นการลงทุนในภาคบริการ หลักๆ เป็นการลงทุนในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (ร้อยละ 45) การบริการทางการเงิน (9.7%) โรงแรม (10.5%) การกระจายสินค้า (6.6%) และโทรคมนาคม (5.9%) เป็นต้น
ในอีก 20 ปีข้างหน้า จีนจะลงทุนในมาเลเซียทั้งหมด 15 โครงการ แบ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐาน 8 โครงการ เช่น โครงการ "Kuala Linggi International Port" โครงการ Bagan Datoh Port ในรัฐเปรัก โครงการ Melaka Gateway เป็นต้น รวมเงินลงทุนทั้งหมด 420.8 พันล้านริงกิต หรือประมาณ 4 ล้านล้านบาท โดยสิทธิประโยชน์การลงทุน พื้นที่ที่ดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ คือการกำหนด 5 ระเบียงเศรษฐกิจทั่วมาเลเซีย ประกอบด้วย 1.East Coast Economic Region (ECER) เป้าหมายต้องการเป็น "ภูมิภาคแห่งศักยภาพด้าน อุตสาหกรรม" (2007-2020) ครอบคลุมรัฐกลันตัน ตรังกานู และปะหัง คิดเป็น 51% ของพื้นที่เพนนินซูลา เน้นอุตสาหกรรมเกษตร การศึกษา อุตสาหกรรม น้ำมัน แก๊ส ปิโตรเคมีและท่องเที่ยว
2.Northern Corridor Economic Region : NCER (2007-2025) เป็น "ภูมิภาคการพัฒนาเศรษฐกิจระดับเวิลด์คลาส" ประกอบด้วยรัฐ ปะลิส ปีนัง เกดะห์ และเประ เน้นเกษตร พัฒนาบุคลากร อุตสาหกรรม และท่องเที่ยว มีการลงทุนแล้ว 7.4 พันล้านริงกิต มีโครงการเมืองยางพารา เรียกว่า "Kota Putra Rubber City : หรือ South East Asia First Rubber Industrial Hub" ในรัฐเกดะห์ ห่างจากหาดใหญ่ 89 กม. 3.Iskandar Malaysia in Southern Johor (2006-2025) เป็น "การพัฒนาเมืองระดับนานาชาติ" หรือถูกขนานนามว่าเป็น "Malaysia Shenzhen" ครอบคลุม การศึกษา การเงิน สุขภาพ ไอที โลจิสติกส์ และท่องเที่ยว มีการสร้างรถไฟความเร็วจากกัมลาลัมเปอร์ อิสกานดาร์ และสิงคโปร์ (KL-Singapore High Speed Rail) มีการลงทุนแล้ว 221 พันล้านริงกิต มีมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิล มีทางหลวง Coastal Highway Link และเขตอุตสาหกรรม Legoland Malaysia
4.Sabah Development Corridor : SDC (2008-2025) เป็น "ภูมิภาคแห่งความหลากหลายและหนึ่งเดียวของเศรษฐกิจและสังคม" และ 5.Sarawak Corridor of Renewable Energy : SCORE (2008-2030) เป็น "รัฐแห่งการพัฒนาอุตสาหกรรม" เน้นอะลูมิเนียม กระจก ทางเรือ วิศวกรรม เหล็ก ปิโตรเคมี ประมง ปศุสัตว์ ปาล์มน้ำมัน และ ท่องเที่ยว ทั้ง 5 ระเบียงเศรษฐกิจคาดว่าจะจ้างงานเพิ่มขึ้นอีก 12 ล้านคน







