
ไม่อยากเป็นโรคคลั่งตัวเอง
เรื่อง : บีเซลบับภาพ : เอเอฟพีอยากเป็นใครสักคน จึงสร้างภาพและฟอกย้อมตนด้วยภาพลวง การสร้างภาพให้เป็นไปตามความปรารถนานี้ อธิบายในมุมของจิตเวชว่าเป็นพฤติกรรมต่อต้านสังคม บ้างก็ว่าเป็นโรคคลั่งตัวเอง ที่มีชื่อทางการแพทย์แบบไพเราะเพราะพริ้งว่า โรคนาร์ซิสซัส
เรื่อง : บีเซลบับภาพ : เอเอฟพี
อยากเป็นใครสักคน จึงสร้างภาพและฟอกย้อมตนด้วยภาพลวง การสร้างภาพให้เป็นไปตามความปรารถนานี้ อธิบายในมุมของจิตเวชว่าเป็นพฤติกรรมต่อต้านสังคม บ้างก็ว่าเป็นโรคคลั่งตัวเอง ที่มีชื่อทางการแพทย์แบบไพเราะเพราะพริ้งว่า โรคนาร์ซิสซัส
อยากรู้จักโรคนาร์ซิสซัส ตามมาอ่านกัน!
พญ.ขนิษฐา อุดมพูนสิน จิตแพทย์ แผนกจิตเวช โรงพยาบาลเปาโล พหลโยธิน กล่าวว่า คนที่สร้างภาพตัวเองว่าเป็นบุคคลอื่น จนสร้างปัญหาด้านบุคลิกภาพเป็นโรคที่เรียกว่าโรค เอ็นพีดีหรือโรคคลั่งตัวเอง (Narcissistic Person
ality Disorder - NPD) ถือเป็นภาวะบกพร่องด้านบุคลิกภาพอันเนื่องมาจากอาการหลงตัวเองมากเกินไป
ชื่อโรคได้แรงบันดาลใจมาจากเทพนิยายกรีก คือนาร์ซิสซัส (Narcissus) ชายหนุ่มที่ลุ่มหลงในความงดงามของตัวเอง สุดท้ายเขาโดนเทพเจ้าสาปให้ตายเพราะรูปโฉม วาระสุดท้ายมาถึงเมื่อเขาก้มลงดื่มน้ำในทะเลสาบแล้วเห็นใบหน้าของตัวเองในน้ำ นาร์ซิสซัสตกหลุมรัก ตัวเองทันที เขากระโดดหมายคว้าเงาจึงจมน้ำตาย
พญ.ขนิษฐาเล่าว่า อาการผู้ป่วยโรคนี้จะคล้ายคลึงกับนาร์ซิสซัส คือ คลั่งไคล้ตัวเอง จนก่อให้เกิดความบกพร่องทางบุคลิกภาพ จากการศึกษาพบผู้ป่วยโรคนี้ที่จะมีอาการหรือสำคัญ ตัวเองผิดใน 9 ประการ คือ
1.เข้าใจว่าตัวเองเป็นบุคคลที่มีความสามารถ โดดเด่นเหนือคนทั้งปวง
2.คิดว่าตัวเองประสบความสำเร็จในทุกด้าน สมบูรณ์แบบไร้ที่ติ
3.ไม่มีใครเข้าใจนอกจากขั้นเทพด้วยกัน คิดว่าตัวเองเป็นบุคคลพิเศษ ซึ่งจะมีแต่บุคคลพิเศษด้วยกันเท่านั้นที่จะเข้าใจหรือมองเห็นความพิเศษนี้
4.ต้องการการชื่นชมจากคนอื่นอย่างเกินพอดี
5.ไม่มีความรู้สึกผิดเวลาที่ทำอะไรผิดพลาด
6.ชอบใช้คนอื่นเป็นเครื่องมือเพื่อทำประโยชน์บางอย่างแก่ตัวเองอยู่เสมอ
7.คนอื่นจะเป็นยังไงไม่สน จิตใจกระด้างเย็นชา ไม่มีความเห็นอกเห็นใจบุคคลอื่น
8.มีความเชื่อว่าคนอื่นๆ รอบตัวกำลังอิจฉาริษยาตัวเรา
9.มักแสดงความหยิ่งยโส โอหัง ออกมาทั้งทางพฤติกรรม คำพูด และทัศนคติ
"การแสดงออกของอาการเพียง 4-5 อย่างก็ถือว่าเข้าข่ายแล้ว" พญ.ขนิษฐา กล่าว
สำหรับสาเหตุของโรคเกิดจากปมด้อยอันน่าอับอายของผู้ป่วยที่คิดว่าสังคมทั่วไปไม่ยอมรับ จึงสร้างเกราะขึ้นมาปกป้องจิตใจของตัวเอง โดยผู้ป่วยสร้างความคลั่งไคล้ในตัวเองขึ้นมา เพื่อชดเชยกับการถูกสังคมโดดเดี่ยว ความเชื่อดังกล่าวฝังอยู่ในระดับจิตใต้สำนึก ทำให้ยากต่อการรักษา เพราะแม้แต่ผู้ป่วยเองก็ยังกลัวที่จะเปิดเผยความลับในระดับจิตใต้สำนึกของตน
ผู้ป่วยมักทำร้ายจิตใจของผู้อื่นด้วยการดูถูก สร้างเงื่อนไขความเจ็บช้ำแก่คนอื่นให้ต้องเจ็บใจบ้าง (เหมือนที่ตัวเองเคยโดนกระทำ) เกลียดการเสียหน้า เพราะเท่ากับถูกตอกย้ำปมด้อย ขาดความยับยั้งชั่งใจ และยอมทำทุกอย่างเพื่อรักษาภาพปลอมๆ ของตัวเองไว้
"หนทางแก้ไขคือ กัลยาณมิตร เช่น พ่อแม่ครูอาจารย์ พระ หรือเพื่อนฝูงที่ต้องคอยสังเกตความผิดปกติ ในสังคมไทยยังมีศาสนาพุทธที่ช่วยกล่อมเกลา และช่วยนำกลับสู่ความเป็นจริง" พญ.ขนิษฐา กล่าว
ถ้ารู้สึกว่ามีปัญหา ควรพาผู้ป่วยไปพบแพทย์ แพทย์จะให้ยาเพื่อลดอาการ โดย 2-6% ของ ผู้ป่วยกลุ่มนี้มีสาเหตุจากโรคจิตเภท ซึ่งทำให้มีอาการทางจิตเวชได้ คนกลุ่มนี้คุมใจตัวเองไม่อยู่ เมื่ออยากได้ก็คิดจะเอา สังคมต้องช่วยปราม ช่วยกันทักท้วงในความไม่ปกติ ถือเป็นหน้าที่ ของสังคมที่จะไม่ปล่อยให้ความไม่ถูกทำนองคลองธรรมเกิดขึ้น n







