
ส่องลงทุนไอทีมาเลเซีย สู่ดิจิทัลอีโคโนมี
ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญการเดินหน้าประเทศด้วยเศรษฐกิจดิจิทัลนั้น ไม่ว่าประเทศใดก็ตามในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เรียกได้ว่าต่างลงทุนสูง ด้วยความหวังว่าเทคโนโลยีจะเข้ามาช่วยเปลี่ยนประเทศและเพิ่มศักยภาพของคนในประเทศให้เดินหน้าไม่แพ้ประเทศในฝั่งยุโรป
ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ
การเดินหน้าประเทศด้วยเศรษฐกิจดิจิทัลนั้น ไม่ว่าประเทศใดก็ตามในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เรียกได้ว่าต่างลงทุนสูง ด้วยความหวังว่าเทคโนโลยีจะเข้ามาช่วยเปลี่ยนประเทศและเพิ่มศักยภาพของคนในประเทศให้เดินหน้าไม่แพ้ประเทศในฝั่งยุโรป
จากงานหัวเว่ย เอเชียแปซิฟิก อินโนเวชั่น เดย์ ที่ประเทศมาเลเซีย ได้นำเสนอแนวทางเกี่ยวกับการลงทุนด้านดิจิทัลอีโคโนมีของภาครัฐมาเลเซีย พบว่าหัวเว่ยมีแนวทางหนุนภาครัฐด้านการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานระดับประเทศทางด้านความปลอดภัยเป็นหลัก เพราะมาเลเซียได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีความเสี่ยงในเรื่องภัยร้ายจากอาชญากรระดับโลก ทำให้การวางระบบโครงสร้างในการตรวจสอบอัตลักษณ์บุคคล นั้น ถือว่าเป็นเรื่องต้นๆ ที่ต้องเร่งดำเนินการ
ดาโต๊ะ ซรี ดร.อาหมัด ซาฮิด ฮามิดิ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมาเลเซีย ได้ขึ้นกล่าวบนเวที หัวเว่ย เอเชียแปซิฟิก อินโนเวชั่น เดย์ ว่า การเดินหน้าประเทศด้วยดิจิทัลไม่ใช่เรื่องที่เกิดแค่ในเอเชียแต่เป็นเทรนด์ทั่วโลก หากก้าวช้าประเทศก็ถอยหลัง แต่ถ้าเดินหน้าเร็วเกินไปก็อาจเสียเวลาผิดพลาด การหาคู่ค้าที่ดีจะช่วยเพิ่มโอกาสการเรียนรู้ แลกเปลี่ยนและสร้างสิ่งใหม่ในการพัฒนาประเทศ
นอกจากนี้ ในอีก 10 ปีข้างหน้า เอไอ (Artificial Intelligence) จะเข้ามาเปลี่ยนรูปแบบการทำงานภาคธุรกิจ และแน่นอนว่าการเชื่อมต่อที่รวดเร็วจากการมาของ 5จี เช่นกันที่ช่วยให้การเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ทำงานได้อย่างราบรื่น
ทั้งนี้ การลงทุนด้านดิจิทัลอีโคโนมีและทรานส์ฟอร์เมชั่นอย่างเต็มรูปแบบ จะช่วยสร้างโอกาสในประเทศ ผลักดันให้จีดีพีของประเทศมีโอกาสเติบโตได้ ซึ่งภาครัฐลงทุนไปไม่น้อยกว่า 4,500 ล้านริงกิต หรือประมาณ 3.5 หมื่นล้านบาท ในการสนับสนุนเอสเอ็มอีในประเทศให้ใช้นวัตกรรม สร้างธุรกิจด้วยระบบอัตโนมัติและพัฒนาภาพรวมประเทศให้มีความปลอดภัย
นอกจากนี้ นโยบายภาครัฐไม่ใช่แค่การหาแพลตฟอร์มเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมองเรื่องความปลอดภัยในการใช้ชีวิตและการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูง เพื่อให้ประเทศมีความปลอดภัยได้อย่างยั่งยืน
ประเทศมาเลเซียวางเป้าหมายในการมุ่งหน้าสู่ดิจิทัลทรานส์ฟอร์ม และคาดหวังให้ทุกอุตสาหกรรมหันมาใช้นวัตกรรมกันมากขึ้น การมีพาร์ตเนอร์ที่ดี ไม่ว่าจะเป็นหัวเว่ยที่มาช่วยเรื่องระบบรักษาความปลอดภัย อาลีบาบาที่เข้าร่วมลงทุนเขตการค้าเสรีดิจิทัลในการหนุนมาเลเซียเป็นศูนย์กลางของโลกด้าน อี-คอมเมิร์ซ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของประเทศที่ทัดเทียมกับระดับโลก
ขณะเดียวกันมาเลเซียยังมุ่งเน้นการลงทุนเรื่องระบบตรวจจับอัตลักษณ์และความปลอดภัยของคนในประเทศเป็นหลัก จากกรณีความเสี่ยงครั้งที่ผ่านมา ทั้งภัยจากผู้ก่อการร้าย การสูญหายของเครื่อง MH 370 ที่ยังหาไม่พบ ยังคงกลายเป็นเรื่องคาใจที่ภาครัฐให้ความสำคัญ
ดาร์เรล เวสต์ รองประธานกรรมการและกรรมการผู้อำนวยการสร้าง Brookings หน่วยงานวิจัยชั้นนำระดับโลก ระบุว่า สิ่งที่จำเป็นในเรื่องของความปลอดภัยนั้น ประกอบด้วย พลังงาน การขนส่ง ที่พักอาศัยและเศรษฐกิจ ซึ่งการใช้โซเชียลมีเดีย สมาร์ทโฟนและ คลาวด์ของคนในประเทศนั้น ส่งผลถึงการเติบโตด้านนวัตกรรมในประเทศ
สะท้อนได้จากตัวเลขการลงทุนด้านระบบโครงสร้างพื้นฐานของอาเซียน พบว่าสิงคโปร์ถือว่าเป็นประเทศที่มีการลงทุนสูง ส่งผลให้ความปลอดภัย การสร้างนวัตกรรม การปรับตัวของคนในประเทศและข้อกฎหมาย เอื้อประโยชน์สูงสุดจนสิงคโปร์ติดอันดับ 1 ของประเทศที่มีการใช้งานเทคโนโลยีคุ้มค่าที่สุด
อย่างไรก็ตาม แม้ว่ามาเลเซียจะยังติดปัญหาเรื่องความปลอดภัยในการใช้งานระบบสาธารณะ แต่การใช้บิ๊กดาต้าและเป้าหมายของการเดินหน้าประเทศด้วยเศรษฐกิจดิจิทัล ก็ทำให้อันดับอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ในอนาคต
ด้าน กัว ผิง รองอธิการบดีของคณะกรรมการหมุนเวียน หัวเว่ย กล่าวว่า การใช้เครื่องมือดิจิทัลเพื่อช่วยในการข้ามแพลตฟอร์มเก่ามาเป็นรูปแบบใหม่นั้น จะเป็นไปได้ดีหากมีการ เกื้อหนุนร่วมกันของรัฐและเอกชน ซึ่งการจะเข้าถึงดิจิทัลได้ต้องวางแผนการเชื่อมโยงระหว่างบิ๊กดาต้า การวิเคราะห์ข้อมูลและปรับใช้นวัตกรรมอย่างชาญฉลาด
ปัจจุบันหัวเว่ยร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐของหลายประเทศเพื่อสนับสนุนการใช้นวัตกรรมอย่างชาญฉลาด ด้วยเครื่องมือ ทีมงาน และพร้อมสนับสนุนการใช้งานเทคโนโลยีให้เหมาะสม เพื่อสร้างโอกาสใหม่ให้แต่ละประเทศในยุคที่ไอทีเข้ามามีส่วนร่วมในการใช้ชีวิต
สิ่งที่รัฐบาลมาเลเซียดำเนินการ สุดตัว นำมาซึ่งความสำเร็จที่เห็น ผลชัดเจน เชื่อว่าน่าจะนำมาปรับใช้กับประเทศไทยได้เพื่อให้บรรลุสู่เป้าหมายไทยแลนด์ 4.0 n







