posttoday

เรืองชาย สุพรรณพงศ์ ‘ต้องมีอำนาจเหนือไอที’

08 พฤศจิกายน 2560

เรื่อง พุสดี สิริวัชระเมตตาเมื่อไม่นานมานี้ มีผลวิจัยที่อ่านแล้วน่าตกใจจากบริษัท คลิกทูบิซ ซึ่งออกมาเผยผลสำรวจพฤติกรรมการเปิดใช้หน้าจอมือถือของผู้ใช้งานแอดพ็อกเกต (AdPocket) จำนวน 1 ล้านคน ทั่วทุกจังหวัดของไทย พบว่า โดยเฉลี่ยคนไทยจะหยิบมือถือขึ้นมาเปิดหน้าจอวันละ 42 ครั้ง โดยผู้หญิงจะมีพฤติกรรมเปิดใช้งานหน้าจอมากกว่าผู้ชายเฉลี่ยเปิดวันละ 44 ครั้ง ในขณะที่ผู้ชายเฉลี่ยวันละ 41 ครั้ง ซึ่งหนึ่งในผู้ที่จ้องมองปรากฏการณ์นี้อยู่ห่างๆ เช่นกันคือ ผู้บริหารไฟแรงอย่าง ด๋อน-เรืองชาย สุพรรณพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารงานปฏิรูปนวัตกรรมธุรกิจบริษัท ฟู้ดแพชชั่น

เรื่อง พุสดี สิริวัชระเมตตา

เมื่อไม่นานมานี้ มีผลวิจัยที่อ่านแล้วน่าตกใจจากบริษัท คลิกทูบิซ ซึ่งออกมาเผยผลสำรวจพฤติกรรมการเปิดใช้หน้าจอมือถือของผู้ใช้งานแอดพ็อกเกต (AdPocket) จำนวน 1 ล้านคน ทั่วทุกจังหวัดของไทย พบว่า โดยเฉลี่ยคนไทยจะหยิบมือถือขึ้นมาเปิดหน้าจอวันละ 42 ครั้ง โดยผู้หญิงจะมีพฤติกรรมเปิดใช้งานหน้าจอมากกว่าผู้ชายเฉลี่ยเปิดวันละ 44 ครั้ง ในขณะที่ผู้ชายเฉลี่ยวันละ 41 ครั้ง ซึ่งหนึ่งในผู้ที่จ้องมองปรากฏการณ์นี้อยู่ห่างๆ เช่นกันคือ ผู้บริหารไฟแรงอย่าง ด๋อน-เรืองชาย สุพรรณพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารงานปฏิรูปนวัตกรรมธุรกิจบริษัท ฟู้ดแพชชั่น

"ถามว่าผมติดไอทีมั้ย ผมไม่เรียกว่าเสพติด แต่ปรับให้ไอทีเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตในทุกด้านของผมมากกว่า เพราะถ้าพูดว่าเสพติด ความหมายคือ ไอทีมีอำนาจเหนือผม แต่ผมว่าผมมีอำนาจเหนือไอที ผมเลือกเอาไอทีมาใช้อำนวยความสะดวกในชีวิตทั้งการทำงาน การเลี้ยงลูก การเดินทาง และการผ่อนคลาย"

เริ่มจากการทำงานต้องยอมรับว่าเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำ ทำให้ผู้บริหารยุคใหม่สามารถทำงานได้ 24 ชั่วโมง ต่อให้ไม่ได้นั่งอยู่ที่ออฟฟิศก็ทำงานได้เหมือนเข้ามาตอกบัตรตอน 8 โมงเช้า สามารถเซ็นเอกสารสำคัญต่างๆ ได้อย่างฉับไว ตอบรับกับยุคที่สังคมกำลังเปลี่ยนผ่าน โลกธุรกิจหมุนไวกว่าแต่ก่อน

"ผู้ช่วยคนสำคัญของผมคือคลาวด์ (Cloud) ไฟล์งานของผมทั้งหมดจะอัพขึ้น คลาวด์ เพื่อให้เรียกใช้ได้สะดวก รวมทั้งเอกสารสำคัญส่วนตัว หรือรูปถ่ายส่วนตัว จากนี้ผมไม่ต้องกังวลว่าถ้าโน้ตบุ๊กหาย โทรศัพท์หาย แล้วเอกสาร รูปถ่ายจะสูญตาม ที่สำคัญไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ขอแค่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ตผมก็ทำงานได้"

นอกจากไอทีจะมาทำให้ชีวิตการทำงานสะดวกขึ้น ยังเข้ามาตอบรับไลฟ์สไตล์ของคนหนุ่มรุ่นใหม่ได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง "บ้านผมไม่มีโทรทัศน์ เพราะฉะนั้นความบันเทิงทุกอย่างต้องเสพผ่านแอพอย่างผมชอบฟังเพลงจะมีแอพ Joox และ Spotify ถ้าดูซีรี่ส์ก็ใช้ Netflix ส่วนพวกโซเชียลเน็ตเวิร์กต่างๆ ผมใช้ครบเหมือนกัน ทั้งเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ไลน์ วีแชต หรือแม้กระทั่งวอตส์แอพ แต่ที่ใช้บ่อยอีกแอพ คือ Seesaw เป็นคอมมูนิตี้ที่คุณครูใช้สื่อสารกับผู้ปกครองให้ดูว่าลูกของเราทำอะไรเวลาอยู่โรงเรียน"

ด๋อน ยังบอกเล่าอย่างออกรสในฐานะคุณพ่อด้วยว่า ลูกยังเล็ก ไม่อยากให้เขาจมอยู่กับหน้าจอ "ลูกผมก่อน 3 ขวบ คือ ไม่ให้อยู่ในจอเลย แต่ถ้าเลย 3 ขวบแล้ว ให้ดูผ่านจดได้ไม่เกินวันละ 15 นาที เทคนิคของผมคือ ไม่หักหาญน้ำใจเด็ก ถ้ารู้ว่าใกล้จะหมดเวลาจะเตือนเขาตอนเหลือ 5 นาที 2 นาทีสุดท้าย เพื่อให้เตรียมใจ บางครั้งผมก็ใช้อินเทอร์เน็ตเป็นสื่อกลางนำลูกไปสู่ความสนใจอื่นๆ เช่น ถ้าเขาสนใจเรื่องแมงกะพรุน ผมก็จะเปิดคลิปให้เขาดู หลังจากนั้นก็อาจจะพาเขาไปดูของจริง"

ถามว่าถ้าวันหนึ่ง ผู้บริหารหนุ่มออกจากบ้านมาแล้วนึกได้ว่า ลืมโทรศัพท์มือถือไว้ที่บ้าน จะเลือกย้อนกลับไปคว้าโทรศัพท์มือถือมาไว้ข้างกายหรือไม่ คำถามนี้ด๋อนไม่ต้องเสียเวลาคิดนาน ตอบอย่างมั่นใจว่า ไม่ เพราะอยู่ได้ แม้ไร้เงาอวัยวะที่ 33

"ถ้าอยู่ในกรุงเทพฯ ไม่ต้องห่วงเลย ผมจำถนนหนทางในกรุงเทพฯ ได้ ไม่จำเป็นต้องใช้ Google map จำเบอร์โทรศัพท์ของคุณพ่อ คุณแม่ ภรรยา พี่น้อง และเบอร์ที่ออฟฟิศได้ ถ้าผมจะต้องทำงานหรือใช้เอกสารสำคัญผมก็เข้าอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ ดึงข้อมูลจากคลาวด์ ผมคิดเผื่อทุกอย่างไว้แล้ว แต่ถ้าไม่จำเป็นผมว่ามีโทรศัพท์ไว้ก็สะดวกกว่าครับ"

เอื้อเฟื้อสถานที่โดย ร้าน Red Diamond Cafe n

ข่าวล่าสุด

ด่วน! กบน.มีมติขึ้นดีเซล 3.50 บาท/ลิตร มีผลพรุ่งนี้ ดันราคาขายปลีก 44.24 บ.