
จีนเทียร์2แห่เที่ยวไทย แนะสินค้าใช้ออนไลน์โกยยอด
จะเรียม สำรวจ จากจำนวนประชากรจีนที่มีมากกว่า 1,300 ล้านคน ในจำนวนดังกล่าวมีการเดินทางออกนอกประเทศ เพื่อไปท่องเที่ยวในประเทศต่างๆ ประมาณ 100 ล้านคน มีจำนวนประมาณ 8.8 ล้านคน (ณ ปี 2559) ที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย จึงทำให้หลายธุรกิจมองเห็นโอกาสในการทำการตลาด เพื่อชิงเม็ดเงินจากนักท่องเที่ยวจีนกลุ่มนี้
จะเรียม สำรวจ
จากจำนวนประชากรจีนที่มีมากกว่า 1,300 ล้านคน ในจำนวนดังกล่าวมีการเดินทางออกนอกประเทศ เพื่อไปท่องเที่ยวในประเทศต่างๆ ประมาณ 100 ล้านคน มีจำนวนประมาณ 8.8 ล้านคน (ณ ปี 2559) ที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย จึงทำให้หลายธุรกิจมองเห็นโอกาสในการทำการตลาด เพื่อชิงเม็ดเงินจากนักท่องเที่ยวจีนกลุ่มนี้
สำหรับกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนที่ น่าจับตามองสำหรับกลุ่มผู้ประกอบการไทยที่ต้องการเข้าไปเจาะตลาด คือ กลุ่มนักท่องเที่ยวจากหัวเมืองรอง หรือเมืองเทียร์ 2 เนื่องจากกลุ่มนี้มีแนวโน้มการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยเพิ่มสูงขึ้น และมีความต้องการซื้อสินค้าเพราะส่วนใหญ่เพิ่งเคยเดินทางออกมาท่องเที่ยวนอกประเทศเป็นครั้งแรก
ทั้งนี้ เห็นได้จากอัตราการเติบโตของจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทาง ออกนอกประเทศที่เพิ่มสูงขึ้น เช่น คุนหมิงเพิ่มขึ้น 69% ฉงชิ่งเพิ่มขึ้น 45% เทียนจินเพิ่มขึ้น 44% และเฉิงตูเพิ่มขึ้น 19% ส่วนนักท่องเที่ยวจากเมืองหลัก หรือเมืองเทียร์ 1 ของจีนอย่าง เซี่ยงไฮ้ เสิ่นเจิ้น และกว่างโจว นักท่องเที่ยวมีแนวโน้มเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยลดลงอย่างต่อเนื่อง เพราะส่วนใหญ่เริ่มปรับแผนการ ท่องเที่ยวไปยังกลุ่มประเทศยุโรป และอเมริกามากขึ้น
การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับกลุ่มนักท่องเที่ยวจีน ทำให้ผู้ประกอบการไทยควรปรับแผนในการทำตลาดให้สอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ซึ่งรูปแบบของการทำตลาดที่สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าจีนได้อย่างตรงจุด คือ ช่องทางออนไลน์ เนื่องจากคนจีนจะให้ความสำคัญกับการหาข้อมูลต่างๆ ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อสินค้า ขณะเดียวกันก็ให้ความสำคัญกับการรีวิวสินค้าจากบล็อกเกอร์ต่างๆ
ชฎากร ธนสุวรรณเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอวีจี ประเทศไทย ผู้ดำเนินธุรกิจด้านดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง กล่าวว่า คนจีนชื่นชอบในสินค้า ไทยค่อนข้างมาก ยิ่งหลังจากการที่ประเทศจีนและเกาหลีมีปัญหาด้านการเมือง ยิ่งทำให้สินค้าไทยได้รับความนิยมมากขึ้น เพราะสินค้าไทยเป็นสินค้าที่มีคุณภาพ ด้วยเหตุนี้ กลุ่มธุรกิจไทยจึงเล็งเห็นโอกาสในการเข้าไปขยายธุรกิจ เพื่อเจาะกลุ่ม ลูกค้าชาวจีน
ทั้งนี้ ในปัจจุบันกลุ่มธุรกิจไทย ที่หันมาลงทุนขยายธุรกิจในประเทศจีนมีอยู่ด้วยกัน 3 กลุ่ม คือ 1.นักท่องเที่ยวจีน 2.ด้านการส่งออก 3.กลุ่ม นักลงทุนชาวจีน ซึ่งจากโอกาส ดังกล่าว เอวีจีจึงต้องมีบริการที่ครบวงจร ภายใต้กลยุทธ์ โซเชียลมีเดีย มาร์เก็ตติ้ง ซึ่งปัจจุบันมีบุคคลที่มี ชื่อเสียงเข้ามาร่วมธุรกิจช่วยสร้างแบรนด์สินค้าให้กับลูกค้ากว่า 1.38 ล้านคน มีอี-คอมเมิร์ซ โซเชียลมีเดีย และระบบเพย์เมนต์ เพื่อตอบสนอง ความต้องการและดูแลลูกค้าอย่างครบวงจร ซึ่งการใช้ช่องทางออนไลน์ที่หลากหลายจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเจาะตลาดลูกค้าจีนทั้ง 3 กลุ่มได้ดียิ่งขึ้น







