
เวียดนามกับไทย จะแพ้ก็แค่ฟุตบอล
ดิลก ถือกล้าหากใครได้ติดตามการแข่งขันฟุตบอลของประเทศแถบอาเซียน จะเห็นปรากฏการณ์อย่างหนึ่งในการแข่งขันก็คือแฟนบอลเวียดนามจะมีอารมณ์ร่วมมากเวลาที่แข่งกับประเทศไทย เพราะหากดูการแสดงความคิดเห็นในโซเชียลมีเดียเขามักจะทำใจเวลาที่แพ้ไทยไม่ค่อยได้ และกองเชียร์ก็จะพยายามอยู่ตลอดเวลาที่จะให้ฟุตบอลเอาชนะไทยให้ได้ ผมได้คำตอบที่น่าสนใจว่าทำไมเวียดนามจึงอยากชนะไทย จากที่มีโอกาสเข้าพบข้าราชการไทยระดับสูงที่ประจำเมืองฮานอย ท่านได้เล่าให้ฟังว่าเวียดนามมีประวัติศาสตร์ที่ต้องต่อสู้มาตลอดทำให้เขามีบุคลิกลักษณะของการแข่งขันสูงเพื่อเอาชีวิตรอด และผู้บริหารทั้งภาครัฐและเอกชนรุ่นใหม่เองก็มีความพร้อมที่จะเรียนรู้โดยเฉพาะเรียนรู้จากไทย เขาไม่ได้เรียนรู้ว่าไทยทำอะไรสำเร็จ แต่เขาจะดูว่าไทยทำอะไรล้มเหลว แล้วจะไม่ทำตาม เขาต้องการแข่งขันกับทุกประเทศที่เก่งในเรื่องต่างๆ
ดิลก ถือกล้า
หากใครได้ติดตามการแข่งขันฟุตบอลของประเทศแถบอาเซียน จะเห็นปรากฏการณ์อย่างหนึ่งในการแข่งขันก็คือแฟนบอลเวียดนามจะมีอารมณ์ร่วมมากเวลาที่แข่งกับประเทศไทย เพราะหากดูการแสดงความคิดเห็นในโซเชียลมีเดียเขามักจะทำใจเวลาที่แพ้ไทยไม่ค่อยได้ และกองเชียร์ก็จะพยายามอยู่ตลอดเวลาที่จะให้ฟุตบอลเอาชนะไทยให้ได้ ผมได้คำตอบที่น่าสนใจว่าทำไมเวียดนามจึงอยากชนะไทย จากที่มีโอกาสเข้าพบข้าราชการไทยระดับสูงที่ประจำเมืองฮานอย ท่านได้เล่าให้ฟังว่าเวียดนามมีประวัติศาสตร์ที่ต้องต่อสู้มาตลอดทำให้เขามีบุคลิกลักษณะของการแข่งขันสูงเพื่อเอาชีวิตรอด และผู้บริหารทั้งภาครัฐและเอกชนรุ่นใหม่เองก็มีความพร้อมที่จะเรียนรู้โดยเฉพาะเรียนรู้จากไทย เขาไม่ได้เรียนรู้ว่าไทยทำอะไรสำเร็จ แต่เขาจะดูว่าไทยทำอะไรล้มเหลว แล้วจะไม่ทำตาม เขาต้องการแข่งขันกับทุกประเทศที่เก่งในเรื่องต่างๆ
ข้าราชการระดับสูงท่านนี้ ได้ให้ข้อมูลเพิ่มจากประสบการณ์ว่าสิ่งที่เวียดนามเขาทำคือ เขาได้พัฒนาคนอย่างจริงจังตั้งแต่เด็กๆ เป็นต้นว่า
l มีการติวพิเศษทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ กับเด็กเก่งๆ ที่ถูกคัดมาตั้งแต่ชั้นอนุบาล
l เขามีวิธีการปลูกฝังจนทำให้เด็กส่วนใหญ่สนใจเรียนวิชาวิทยาศาสตร์เป็นส่วนมาก และคนเก่งๆ หลายคนที่เก่งทางด้านวิทยาศาสตร์ก็ตั้งใจจะไปเรียนที่ USA หรือประเทศที่พัฒนาแล้ว
l การที่มีคนเวียดนามอพยพไปอยู่ต่างประเทศแถบอเมริกา ยุโรป รัสเซีย แล้วทำงานทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี จนมีประสบการณ์ความชำนาญ คนกลุ่มนี้ถือเป็นแหล่งกำเนิดความรู้ชั้นดี (Sources of Knowledge) รัฐบาลจะจูงใจดึงคนเหล่านั้นกลับมา ทำให้เกิดการพัฒนาความรู้ พัฒนาเทคโนโลยีให้กับประเทศ
ผลที่ได้คือเวียดนามชนะไทยได้อย่างน้อยหนึ่งเรื่องสำคัญ คือ ผลการสอบ PISA (Program for International Student Assessment) เป็นโครงการประเมินผลการศึกษา เพื่อสำรวจระบบการศึกษาของนานาประเทศว่าได้เตรียมความพร้อมสำหรับการใช้ชีวิตและการมีส่วนร่วมในสังคมอนาคตเพียงพอหรือไม่ จัดสอบทุก 3 ปี จากเด็กอายุ 15 ปี จำนวน 4-5 แสนคนทั่วโลก มีการประเมินสมรรถนะที่เรียกว่า Literacy 3 ด้านคือการอ่าน (Reading Literacy) คณิตศาสตร์ (Mathematical Literacy) และวิทยาศาสตร์ (Scientific Literacy) เวียดนามเริ่มเข้าสอบครั้งแรกปี 2555 ได้ที่ 17 ของโลกและผ่านทุกวิชา ปี 2558 ได้ที่ 8 ของโลกจาก 72 ประเทศและผ่านทุกวิชา ขณะที่ไทยอยู่ลำดับที่ 55 และสอบตกทั้ง 3 วิชา
นี่คือหนึ่งในเรื่องที่เวียดนามไม่แพ้ไทย แถมยังทำได้ดีกว่าไทยอย่างมากอีกด้วย







