posttoday
ปฏิรูปเศรษฐกิจไทยอาจไม่ถึงฝัน

ปฏิรูปเศรษฐกิจไทยอาจไม่ถึงฝัน

14 พฤศจิกายน 2560

ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์เว็บไซต์อีสต์เอเชียฟอรั่ม ซึ่งรวบรวมบทความวิเคราะห์นโยบายเศรษฐกิจและการเมืองของเอเชีย ได้ลงบทความของ รศ.ไรอัน ฮาร์ทเลย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายการบัญชีจากมหาวิทยาลัยโทโฮคุของญี่ปุ่น ว่า แม้รัฐบาลไทยจะพยายามเดินหน้าปฏิรูปในด้านต่างๆ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขัน และดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ แต่ลึกๆ แล้วก็ยังมีปัจจัยทั้งภายในและภายนอกที่ยังเป็นอุปสรรคท้าทายต่อเป้าหมายดังกล่าวอยู่

ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์

เว็บไซต์อีสต์เอเชียฟอรั่ม ซึ่งรวบรวมบทความวิเคราะห์นโยบายเศรษฐกิจและการเมืองของเอเชีย ได้ลงบทความของ รศ.ไรอัน ฮาร์ทเลย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายการบัญชีจากมหาวิทยาลัยโทโฮคุของญี่ปุ่น ว่า แม้รัฐบาลไทยจะพยายามเดินหน้าปฏิรูปในด้านต่างๆ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขัน และดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ แต่ลึกๆ แล้วก็ยังมีปัจจัยทั้งภายในและภายนอกที่ยังเป็นอุปสรรคท้าทายต่อเป้าหมายดังกล่าวอยู่

บทความระบุว่า รัฐบาลไทยภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กำลังเดินหน้าปฏิรูปในเชิงโครงสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจ ผ่านกรอบยุทธศาสตร์ "ไทยแลนด์ 4.0" รวมถึง "ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี" หรือที่เรียกว่ายุทธศาสตร์ "6-6-4" ของกระทรวงพาณิชย์ และการปฏิรูปภาคการเงินในการเติบโตก้าวต่อไปของกระทรวงการคลัง

รัฐบาลไทยได้ตั้งเป้าหมายการลงทุนใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย เพื่อหวังพลิกโฉมหน้าของประเทศ รายได้ปานกลางไปสู่การเป็นประเทศพัฒนาแล้วที่อยู่บนพื้นฐานของเศรษฐกิจสร้างสรรค์และนวัตกรรม ภายในปี 2036 ซึ่งการจะบรรลุเป้าหมายดังกล่าวให้ได้นั้น สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ได้ปรับแผนไปสู่ยุทธศาสตร์การส่งเสริมการลงทุนในระยะ 7 ปี ที่เป็นมากกว่ามาตรการจูงใจนักลงทุนเหมือนที่ผ่านมา

อย่างไรก็ดี นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยโทโฮคุ มองว่าหากดูจากตัวเลขการลงทุนของญี่ปุ่น ซึ่งถือเป็นนักลงทุนรายใหญ่ที่สุดของไทยนั้น อาจสะท้อนได้ว่าการปรับตัวของไทยยังให้ผลลัพธ์ได้ไม่เข้าเป้านัก

ฮาร์ทเลย์ ระบุว่า ญี่ปุ่นมีประวัติการลงทุนในไทยอย่างเข้มข้นมาโดยตลอด และคิดเป็นสัดส่วนเฉลี่ย 42% ของการลงทุนโดยตรง (เอฟดีไอ) ทั้งหมดในไทย โดยมีมูลค่าการลงทุนรวม 2.9 ล้านล้านบาท ระหว่างปี 1985-2016 แต่เอฟดีไอจากญี่ปุ่นในปี 2016 ที่ผ่านมา รวมกับอีก 2 ไตรมาสแรกของปี 2017 กลับลดลงต่ำสุดนับตั้งแต่วิกฤตการณ์ค่าเงินเอเชีย แม้ว่าไทยจะออกแผนส่งเสริมการลงทุน 7 ปี ตั้งแต่ปี 2015 ก็ตาม

นักวิชาการในญี่ปุ่น ระบุว่า อุปสรรคที่ขวางการลงทุนต่างชาติอาจแบ่งออกได้เป็น 2 ด้าน คือปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอก โดยปัญหาภายในนั้นฮาร์ทเลย์มองว่าการเมืองภายในที่เปราะบางนับตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 และเกิดรัฐประหารอยู่บ่อยครั้ง ส่งผลให้นักลงทุนต่างประเทศขาดความเชื่อมั่น

นอกจากนี้ ไทยยังติดอยู่ในกับดักรายได้ปานกลางมาหลายปี โดยตั้งแต่ปี 2011 รายได้ประชาชาติต่อหัวของประเทศไทยอยู่ที่ 4,210 ดอลลาร์สหรัฐ/คน/ปี (ราว 1.4 แสนบาท/คน/ปี) และยังคงเป็นอยู่จนปัจจุบัน นอกจากนี้ไทยยังเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราคนสูงอายุเพิ่มขึ้นเร็วที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออก จึงส่งผลกระทบต่ออัตราแรงงาน ตรงกันข้ามประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ ลาวหรือเมียนมาที่มีประชากรช่วงวัยที่ทำงานได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ด้านปัจจัยภายนอกนั้น คือการที่หลายประเทศภายในอาเซียนเริ่มเพิ่มขีดความสามารถ จนดึงดูดนักลงทุนจากญี่ปุ่นได้มากขึ้น

ฮาร์ทเลย์ ระบุว่า ตั้งแต่ปี 2011 นักลงทุนจากญี่ปุ่นเริ่มออกจากจีนหันไปลงทุนในอาเซียน จากความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ย่ำแย่ โดยมูลค่าการลงทุนของนักลงทุนจากญี่ปุ่นภายในอาเซียนปรับตัวขึ้นจาก 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว 5.1 แสนล้านบาท) ในปี 2011 ไปเป็น 2 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว 6.6 แสนล้านบาท) ในปี 2015

การลงทุนดังกล่าวนอกจากจะส่งผลดีต่อไทยแล้ว ยังส่งผลให้ประเทศอื่นรอบไทย อาทิ ลาว เมียนมา ถูกใช้เป็นแหล่งกระจายสินค้าภายในภูมิภาค ส่งผลให้มีการลงทุนในประเทศเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว

ขณะเดียวกันเมียนมาก็ก้าวขึ้นมาเป็นประเทศที่นักลงทุนญี่ปุ่นสนใจ โดยญี่ปุ่นให้ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาอย่างเป็นทางการ (โอดีเอ) เป็นจำนวน 5,300 ล้านดอลลาร์ (ราว 1.7 แสนล้านบาท) กับเมียนมาเมื่อปี 2013 เกือบเทียบเท่ากับโอดีเอ 5,700 ล้านดอลลาร์ (ราว 1.8 แสนล้านบาท) ที่ญี่ปุ่นหนุนให้แก่ไทย กัมพูชา และลาว รวมกันในช่วงปี 1995-2014

การที่เมียนมาผงาดขึ้นมา สะท้อนว่ายุทธศาสตร์ ไทยแลนด์ พลัส วัน นั้นสามารถเชื่อมโยงได้มากขึ้นทั้งอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง และยังอาจเชื่อมทั้งอาเซียนและเอเชียใต้ด้วย ทำให้ประเทศไทยไม่ใช่แหล่งลงทุนหลักเพียงแห่งเดียวของญี่ปุ่นในภูมิภาคนี้อีกต่อไป ยิ่งเมื่อบวกกับเมียนมามีกลุ่มล็อบบี้ยิสต์ที่ เข้มแข็งในญี่ปุ่นด้วยแล้ว ก็ยิ่งมีแนวโน้มที่การลงทุนของญี่ปุ่นจะเบนเข็มออกจากกรุงเทพฯ ไปย่างกุ้งมากขึ้นหลังจากนี้ n

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท