
9เดือนบจ.กำไร7.3แสนล้าน
เอเซีย พลัสคาด 9 เดือน บจ.กำไร 7.3 แสนล้าน หลัง 528 แห่งโชว์แล้ว 6.9 แสนล้าน เพิ่มขึ้น 2.6% เทียบงวดปีก่อน
เอเซีย พลัสคาด 9 เดือน บจ.กำไร 7.3 แสนล้าน หลัง 528 แห่งโชว์แล้ว 6.9 แสนล้าน เพิ่มขึ้น 2.6% เทียบงวดปีก่อน
นางภรณี ทองเย็น รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส (ASP) เปิดเผยถึงผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) งวด 9 เดือนและไตรมาส 3 ปี 2560 ที่ได้ทยอยประกาศออกมาจนถึงค่ำวันที่ 14 พ.ย. 2560 พบว่ามีจำนวน 528 บริษัท คิดเป็น 93% ของมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม (มาร์เก็ตแคป) ทั้งหมด มีกำไรสุทธิงวด 9 เดือน ที่ 6.9 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.6% เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่ทำกำไรได้ 6.72 แสนล้านบาท และหากดูเฉพาะในส่วนของกำไรของกลุ่มอุตสาหกรรม (Real Sector) ไม่นับรวมกลุ่มแบงก์ 9 เดือน เพิ่มขึ้น 4.4% มาอยู่ที่ 5.45 แสนล้านบาท
สำหรับกำไรสุทธิงวดไตรมาส 3 ปี 2560 อยู่ที่ 2.08 แสนล้านบาท ถือว่าใกล้เคียงกับงวดเดียวกันของปีก่อน และหากดูเฉพาะกำไรของกลุ่มอุตสาหกรรม ไม่รวมกำไรกลุ่มแบงก์พบว่า กำไรอยู่ที่ 1.57 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.9% เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน และเพิ่ม 2.2% จากไตรมาสก่อนหน้า
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิจัยคาดว่าผลดำเนินงานงวดไตรมาส 3 เมื่อประกาศมาครบทั้งหมด คาดว่าจะมีกำไรสุทธิ 2.2 แสนล้านบาท ใกล้เคียงกับงวดไตรมาส 2 ที่ผ่านมา และเมื่อรวมกับกำไรงวด 6 เดือนแรกปีนี้ที่มีกำไรสุทธิ 5.1 แสนล้านบาท เท่ากับ 9 เดือนน่าจะทำกำไรได้ 7.3 แสนล้านบาท
ทั้งนี้ หลังการประกาศผลดำเนินงานงวดไตรมาส 3 ฝ่ายวิจัยฯ ได้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรของ บจ.หลายแห่ง เช่น คอมเซเว่น (COM7), เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ (WORK), ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น (SAWAD), เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส (JMT), อินโดรามา เวนเจอร์ส (IVL), ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป (TFG), โรงพยาบาลราชธานี (RJH), ไทยรีประกันชีวิต (THREL), โกลบอลกรีนเคมิคอล (GGC), ฐิติกร (TK), ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป (TU), ปูนซีเมนต์นครหลวง (SCCC), สมบูรณ์ แอ๊ดวานซ์ เทคโนโลยี (SAT) และสหมิตรเครื่องกล (SMIT) ขณะเดียวกัน ก็ได้ปรับลดประมาณการกำไรปีนี้ของ บจ.หลายแห่ง เช่น เอพี (ไทยแลนด์) (AP), กรุงเทพประกันชีวิต (BLA), กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง (GUNKUL), เอสวีไอ (SVI), โรงพยาบาล ลาดพร้าว (LPH), กรุงไทยคาร์เร้นท์ แอนด์ ลีส (KCAR), สามารถเทลคอม (SAMTEL), วนชัย กรุ๊ป (VNG), ทีพีไอ โพลีน (TPIPL), ทิปโก้แอสฟัลท์ (TASCO), ทาทา สตีล (TSTH), ทีทีซีแอล (TTCL), ไพลอน (PYLON), บ้านปู เพาเวอร์ (BPP) และเคซีอี อีเลคโทรนิคส์ (KCE)
นางภรณี กล่าวว่า ปีนี้ฝ่ายวิจัยประมาณว่า บจ.จะมีกำไรสุทธิทั้งปีที่ 9.9 แสนล้านบาท คิดเป็น 101.36 บาท/หุ้น เติบโต 7.1% จากปี 2559 ดีขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศที่ี่ขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง







