posttoday
เร่งอัดมาตรการซื้อใจ คนรายได้น้อย

เร่งอัดมาตรการซื้อใจ คนรายได้น้อย

13 พฤศจิกายน 2560

เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยงโครงการแจกสวัสดิการภาครัฐให้กับผู้มีรายได้น้อยที่มาลงทะเบียน 11.67 ล้านคน เฟสแรกประสบความสำเร็จระดับหนึ่ง โดยเริ่มมีการแจกสวัสดิการมาตั้งแต่เดือน ต.ค. 2560 ที่ผ่านมามีผู้รับบัตรสวัสดิการภาครัฐไปแล้วกว่า 10 ล้านราย

เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง

โครงการแจกสวัสดิการภาครัฐให้กับผู้มีรายได้น้อยที่มาลงทะเบียน 11.67 ล้านคน เฟสแรกประสบความสำเร็จระดับหนึ่ง โดยเริ่มมีการแจกสวัสดิการมาตั้งแต่เดือน ต.ค. 2560 ที่ผ่านมามีผู้รับบัตรสวัสดิการภาครัฐไปแล้วกว่า 10 ล้านราย

สำหรับสวัสดิการที่แจกให้กับผู้มีรายได้น้อยรอบแรก เป็นการบรรเทาความเดือดร้อนจากค่าครองชีพเป็นหลัก ประกอบการผู้ลงทะเบียนที่อยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล จะได้วงเงินค่ารถเมล์รถไฟฟ้า 500 บาท ค่ารถไฟ 500 บาท สำหรับผู้ที่อยู่ต่างจังหวัดจะได้วงเงินค่ารถไฟ 500 บาท และค่ารถ บขส. 500 บาท และผู้รายได้น้อยทั้งหมดยังได้เงินค่าก๊าซอีกคนละ 45 บาท/3 เดือน รวมถึงวงเงินซื้อของร้านธงฟ้า ผู้ที่รายได้ไม่ถึง 3 หมื่นบาท/ปี จะได้วงเงิน 300 บาท และผู้ที่มีรายได้เกิน 3 หมื่นบาท/ปี ได้ 200 บาท

ทั้งนี้ สวัสดิการที่ได้ผลเกินคาด คือ วงเงินซื้อของร้านธงฟ้าคนละ 200-300 บาท/เดือน ปรากฏว่าผู้ที่ได้รับสิทธิใช้ซื้อของทันทีทั้งหมด ทำให้มีเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจทันทีอีกเดือนละ 2,900 บาท โดยกระทรวงการคลังคาดว่าหากผู้มีสิทธิมารับบัตรทั้งหมดจะทำให้ยอดซื้อของร้านธงฟ้าถึง 3,100 ล้านบาท/เดือน ทำให้มีเงินหมุนเวียน ในระบบเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นทั้งปี 4-5 หมื่นล้านบาท

วงเงินซื้อของร้านธงฟ้า ยังพลอยได้ทำให้ร้านค้าขนาดเล็กๆ ซึ่งเดิมกิจการย่ำแย่เพราะแข่งกับร้านสะดวกซื้อไม่ได้ แต่เมื่อมาเข้าร่วมร้านธงฟ้าทำให้ตอนนี้ยอดขายกลับมาคึกคัก มีรายได้เพิ่มมากขึ้น ตอนนี้มีร้านค้าขนาดเล็กให้ความสนใจเข้ามาเป็น ร้านธงฟ้าเพื่อขายให้กับผู้มีสิทธิสวัสดิการภาครัฐ

ดังนั้น ที่ผ่านมารัฐบาลจึงมีแนวคิดที่จะเพิ่มวงเงินซื้อของร้านธงฟ้าให้มากขึ้น แต่ว่ามีปัญหาเรื่องงบประมาณที่จะนำมาใช้ รวมถึงแนวคิดของกระทรวงการคลังที่จะให้การโยกวงเงินจากค่ารถไฟ หรือรถ บขส.บางส่วนมาเพิ่มวงเงินซื้อของร้านธงฟ้า ทาง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แสดงความไม่เห็นด้วยทำให้แนวคิดดังกล่าวถูกพับทิ้งไป

อย่างไรก็ตาม การเพิ่มความช่วยเหลือให้กับผู้ได้สิทธิเพิ่มเติมยังมีความจำเป็น โดยรัฐบาลตั้งเป้าการดำเนินการเฟส 2 จะต้องทำให้ผู้มีรายได้น้อยมีรายได้เพิ่มขึ้นเพื่อให้พ้นจากความยากจน โดย สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้สั่งให้กระทรวงการคลังเร่งคิดหามาตรการเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบเป็นการด่วน หลังจากที่เศรษฐกิจภาพรวมขยายตัวได้ดีต่อเนื่อง แต่เศรษฐกิจฐานรากของไทยยังมีปัญหา

ขณะที่ อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง ออกมารับลูกรัฐบาล โดย ระบุว่าคลังจะเสนอแผนงานมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยเฟส 2 ที่มาลงทะเบียน 11.67 ล้านคน ให้ ครม.เห็นชอบในเดือน ธ.ค.นี้ ซึ่งจะเป็นมาตรการฝึกอาชีพเพิ่มความสามารถเพื่อให้สามารถหางานและมีรายได้เพิ่มขึ้น โดยมาตรการนี้จะเป็นมาตรการกึ่งบังคับ หากผู้มีรายได้น้อยที่ไม่มีอาชีพและไม่ยอมมาฝึกอาชีพ ในปีต่อไปรัฐบาลอาจจะพิจารณาตัดความช่วยเหลือการให้เงินช่วยเหลือเดือนละ 200-300 บาท เพราะถือว่าไม่พยายามพัฒนาตัวเองให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยหลังจาก ครม.เห็นชอบผลักดันดำเนินการให้เสร็จภายใน 6 เดือน

สำหรับการฝึกอาชีพจะแบ่งเป็นรายอาชีพ เช่น ภาคเกษตรกรรมก็ จะให้ ธ.ก.ส.เป็นผู้รับผิดชอบให้เป็นเกษตรที่ปลูกพืชสามารถขายได้ ขณะที่การทำการค้าอาจจะมอบหมายให้ธนาคารออมสิน หรือธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย หรือเอสเอ็มอี เป็นต้น โดยรัฐบาลอาจจะรับซื้อสินค้าใน เบื้องต้นให้ก่อน ซึ่งการดำเนินงานนี้ทั้งกระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงแรงงาน เป็นการงานแบบบูรณาการ

สาเหตุที่กระทรวงการคลังเลือกแนวทางการฝึกอาชีพ เพราะการทำให้ผู้มีรายได้น้อยพ้นจากความยากจนมีไม่อยู่กี่วิธี แนวทางแรกที่กระทรวงการคลังคิดการคืนภาษีให้กับผู้มีรายได้น้อย (NIT) ที่กระทรวงการคลังเคยศึกษาไว้คือ การเติมเงินให้กับประชาชนพ้นจากความยากจน ซึ่งในหลายประเทศยุโรปมีการดำเนินการ แต่มาในส่วนของไทยพบว่า มีผู้ยากจนมากและรายได้ต่ำกว่าเส้นความยากจนมาก หากเติมเงินให้คนกลุ่มนี้พ้นจากความยากจนจะต้อง ใช้เงินงบประมาณจำนวนหลายแสนล้านบาท ซึ่งรัฐบาลมีรายได้ไม่เพียงพอ

นอกจากนี้ การคืนภาษีให้ผู้มี รายได้ หรือการเติมเงินให้พ้นจากความยากจน อาจจะทำให้เกิดปัญหาตามมาคือ ผู้มีรายได้ไม่เพิ่มขีดความสามารถของตัวเอง รอแต่รับเงินจากรัฐบาล ซึ่งอาจจะไม่ได้แก้ปัญหาให้คนรายได้น้อยลง แต่ทำให้คนรายได้น้อยเพิ่มขึ้น เพื่อขอรับเงินจากรัฐบาล เป็นปัญหางบประมาณในอนาคต

ดังนั้น กระทรวงการคลัง จึงเลือกแนวทางการฝึกอาชีพ เพิ่มรายได้ให้กับผู้มีรายได้น้อยให้พ้นจากความยากจน แม้ว่าเป็นเรื่องที่ยากแต่มีผลกระทบ ข้างเคียงน้อยกว่าวิธีการคืนเงินภาษีให้กับผู้มีรายได้น้อย

ทั้งนี้ คลังยังมีแนวคิดให้ผู้มีรายได้น้อย 11.67 ล้านคน เข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ โดยรัฐบาลจะแจก ซิมอินเทอร์เน็ตฟรีให้กับผู้มีรายได้น้อย โดยรัฐบาลจ่ายค่ารายเดือนให้ โดยใช้ซิมของบริษัททีโอที ซึ่งมีเครือข่ายอินเทอร์เน็ตแต่ไม่มีลูกค้า เพื่อให้ผู้มีรายได้น้อยเข้าไปหาความรู้ต่างๆ ยกขีดความสามารถการทำงานหารายได้เพิ่มขึ้นอีกทางหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม มาตรการทั้งหมดเมื่อพิจารณาแล้วเป็นเรื่องยากที่จะทำให้ผู้มาลงทะเบียนพ้นจากความยากจน เพราะมาตรการฝึกอาชีพ ที่ผ่านมาหลายรัฐบาลพยายามดำเนินการแต่ไม่ประสบความสำเร็จ แม้ว่าจะสร้างยอดผู้เข้าฝึกอบรมจำนวนมากก็ตาม

นอกจากนี้ ในส่วนของการแจก ซิมอินเทอร์เน็ตฟรียังมีแนวโน้มว่า มีผู้ไม่เห็นด้วยจำนวนมาก เพราะมองว่าผู้มีรายได้น้อยจะใช้การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตผิดวัตถุประสงค์ ทำให้ ไม่ได้ความรู้เพิ่มทักษะตัวเองอย่างที่รัฐบาลคาดหวัง ส่งผลให้รัฐบาลสูญเสียงบประมาณไม่คุ้มค่า

การเร่งมาตรการเพื่อช่วยเหลือคนรายได้น้อยให้พ้นจากความยากจนมากที่สุด จะเป็นภารกิจหลักสำคัญของรัฐบาลในปีหน้า โดยจะต้องเข็นมาตรการที่เป็นรูปธรรมออกมาเรียกความเชื่อมั่นเศรษฐกิจฐานรากตั้งแต่ก่อนสิ้นปีนี้ เพราะการที่เศรษฐกิจภาพรวมขยายตัวดีต่อเนื่อง แต่เศรษฐกิจฐานรากกลับไม่รู้สึกว่าเศรษฐกิจดีจริง ย่อมไม่เป็นผลดีกับรัฐบาล

สำหรับมาตรการช่วยเหลือผู้มี รายได้น้อยให้พ้นจากความยากจน จะได้ผลมากน้อยอย่างไรในอนาคต รัฐบาลยังมีเวลาคิดเติมมาตรการระหว่างทางปีหน้าได้อีก โดยเฉพาะการขยายสวัสดิการใหม่ๆ เพิ่มเติม ซึ่งรัฐบาลพยายามหางบประมาณเพื่อ ผลักดันสวัสดิการใหม่ๆ ออกมาช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย โดยเฉพาะการเพิ่มวงเงินซื้อของร้านธงฟ้าที่ประชาชนเรียกร้อง และรัฐบาลก็ไม่ปฏิเสธที่จะให้ แต่รอจังหวะเวลาให้เหมาะสมเพื่อใช้มาตรการนี้ซื้อใจเศรษฐกิจฐานรากก่อนเลือกตั้งให้ได้มากที่สุดเท่านั้น n

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท