posttoday
สมาร์ทกริด ระบบไฟฟ้าในอนาคต

สมาร์ทกริด ระบบไฟฟ้าในอนาคต

13 พฤศจิกายน 2560

โดย ดร.ทวารัฐ สูตะบุตรผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน และโฆษกกระทรวงพลังงานระบบสมาร์ทกริด (Smart Grid) เป็นการบริหารจัดการระบบไฟฟ้า ตั้งแต่ภาคการผลิตไฟฟ้า (Generation) การส่งไฟฟ้า (Transmission) การจำหน่ายไฟฟ้า (Distribution) และการใช้ไฟฟ้า (Consumption) ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถนำไปสู่การให้บริการด้านไฟฟ้าที่มีความน่าเชื่อถือ มีความปลอดภัย ยั่งยืน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

โดย ดร.ทวารัฐ สูตะบุตรผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน และโฆษกกระทรวงพลังงาน

ระบบสมาร์ทกริด (Smart Grid) เป็นการบริหารจัดการระบบไฟฟ้า ตั้งแต่ภาคการผลิตไฟฟ้า (Generation) การส่งไฟฟ้า (Transmission) การจำหน่ายไฟฟ้า (Distribution) และการใช้ไฟฟ้า (Consumption) ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถนำไปสู่การให้บริการด้านไฟฟ้าที่มีความน่าเชื่อถือ มีความปลอดภัย ยั่งยืน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ในปัจจุบันประเทศไทยมีโครงการด้านระบบสมาร์ทกริดที่ดำเนินการภายใต้สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน โดยดำเนินงานไปแล้วระดับหนึ่ง มีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจากภาคส่วนต่างๆ ตั้งแต่หน่วยของรัฐด้านนโยบาย หน่วยงานด้านการไฟฟ้า หน่วยงานด้านการกำกับดูแลกฎระเบียบ ภาคอุตสาหกรรม ผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชน ไปจนถึงสถาบันการศึกษาและสถาบันวิจัยต่างๆ

และเมื่อเดือน ก.พ. 2558 ได้มีประกาศใช้แผนแม่บทการพัฒนาระบบโครงข่ายสมาร์ทกริดของประเทศไทย พ.ศ. 2558-2579 อย่างเป็นทางการ และทำร่างแผนดำเนินงานสมาร์ทกริดของไทยระยะสั้น ผลักดันตามแผนแม่บท เป็นรูปธรรม กรอบเวลาปี 2560-2564 อีกทั้งช่วยให้ระบบไฟฟ้ารองรับพลังงานหมุนเวียนได้มากขึ้น เช่น นำระบบพยากรณ์ไฟฟ้าที่ผลิตได้จากพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy Forecast : REF) หรือระบบ กักเก็บพลังงาน (Energy Storage Systems : ESS) มาประยุกต์ใช้ ลดพึ่งพาโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงฟอสซิลแหล่งพลังงานหมุนเวียนที่ผันผวน ไม่เสถียรได้

สำหรับโครงการนำร่องการพัฒนาระบบโครงข่ายสมาร์ทกริด จ.แม่ฮ่องสอน อยู่ในแผนการเร่งรัดที่เสนอให้ดำเนินการทันที (Imme diate Plan) เป็นส่วนหนึ่งของการร่างแผนการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านสมาร์ทกริดของประเทศไทยในระยะสั้น ทั้งนี้ เพื่อให้สามารถเห็นผลของการดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมได้ในระยะเวลาอันสั้น โดยแผนการเร่งรัดนี้เน้นเรื่องการดำเนินโครงการนำร่องเป็นหลักจำนวน 4 โครงการ ซึ่งเป็นโครงการดั้งเดิมที่ได้ดำเนินการโดยหน่วยงานต่างๆ ประกอบไปด้วย โครงการนำร่องการพัฒนาระบบโครงข่ายสมาร์ทกริด อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ดำเนินการโดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) โครงการพัฒนาระบบไฟฟ้าแบบโครงข่ายไฟฟ้าขนาดเล็กมาก (Micro Grid) อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน อ.เบตง จ.ยะลา และโครงการพัฒนาระบบโครงข่ายสมาร์ทกริดในพื้นที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ซึ่งดำเนินการโดยการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.)

ด้วยสภาพภูมิประเทศของ จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งมีลักษณะเป็นป่าเขาและมีการสงวนพื้นที่ส่วนใหญ่ไว้เป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ดังนั้น จ.แม่ฮ่องสอน จึงเป็นจังหวัดเดียวในประเทศไทยที่ระบบส่งไฟฟ้าแรงดันสูงของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ยังไม่สามารถเข้าถึงได้ ปัจจุบันได้มีการผลิตไฟฟ้าขึ้นในพื้นที่ จ.แม่ฮ่องสอน โดยอาศัยแหล่งพลังงานต่างๆ แต่แหล่งพลังงานในพื้นที่มีจำกัด บางส่วนจึงจ่ายมาจากระบบจำหน่ายไฟฟ้าของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ผ่านพื้นที่ป่าหนาแน่น จึงมีปัญหากระแสไฟฟ้าขัดข้องบ่อยจากต้นไม้ล้มพาดสายไฟ ดังนั้น กฟผ.จึงพัฒนาโครงการนำร่องระบบโครงข่ายสมาร์ทกริด ในพื้นที่ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ทำให้ระบบไฟฟ้ามั่นคงสูงขึ้น

ในส่วนของโครงการพัฒนาระบบไฟฟ้าแบบโครงข่ายไฟฟ้าขนาดเล็กมาก (Micro Grid) อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน มีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ปัญหาไฟตกไฟดับในพื้นที่ ลดระยะเวลากระแสไฟฟ้าดับ มีลูกค้าที่สำคัญ เช่น โรงพยาบาลและส่วนราชการต่างๆ ให้มีไฟฟ้าใช้ต่อเนื่องแม้ขัดข้องจากต้นทาง ลดความผันผวนจากโซลาร์ฟาร์มที่คุมแสงอาทิตย์ไม่ได้ ลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการผลิตไฟฟ้าด้วยเครื่องกำเนิดไฟฟ้าดีเซล ลดหน่วยสูญเสียในระบบไฟฟ้า ชะลอลงทุนก่อสร้างระบบไฟฟ้า รวมทั้งพัฒนาระบบในพื้นที่ให้รองรับเทคโนโลยีสมาร์ทกริดอย่างมีประสิทธิภาพ

โดยโครงการจะมีการติดตั้งชุดควบคุมไมโครกริด (Microgrid Controller) รวมถึงอาคารควบคุมที่ประกอบด้วยระบบบริหารจัดการพลังงานในอาคาร (Building Energy Management System (BEMS)) อย่างชาญฉลาด ระบบกักเก็บพลังงานชนิดแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage System) ขนาด 3.0 เมกะวัตต์/1.5 เมกะวัตต์-ชั่วโมง ชนิด ลิเทียมไอออน ซึ่งสามารถจ่ายให้กับลูกค้าที่สำคัญได้ทั้งหมดขณะเกิดกระแสไฟฟ้าขัดข้องจากต้นทาง

มีการติดตั้งใช้งานระบบสื่อสารเครือข่ายใยแก้วนำแสง (Fiber Optic) ระหว่างอาคารควบคุม และอุปกรณ์ตัดตอนต่างๆ (Remote Control Switches) เพื่อควบคุมการจ่ายไฟและเพื่อรองรับระบบแก้ไขกระแสไฟฟ้าขัดข้องอัตโนมัติหรือที่เรียกว่า Fault Location Isolation and System Restoration (FLISR) ได้รวดเร็วมีประสิทธิภาพ ตามกรอบแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ครั้งที่ 11 วงเงินลงทุนทั้งสิ้น 265 ล้านบาท ผ่านการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 1 พ.ย. 2559

"การพัฒนาระบบไฟฟ้าของประเทศไทยให้เป็นระบบสมาร์ทกริด (Smart Grid) เป็นสิ่งจำเป็น เนื่องจากเป็นระบบไฟฟ้าในอนาคต เมื่อเทคโนโลยีระบบสมาร์ทกริดถูกนำมาใช้งานมากขึ้นจะทำให้เกิดการรับรู้ข้อมูลต่างๆ ในปริมาณมากขึ้น ข้อมูลบางประเภทผู้ใช้ไฟฟ้าอาจจะไม่เคยรับรู้มาก่อน อาทิ เดิมผู้ใช้ไฟฟ้าทราบปริมาณการใช้ไฟฟ้าของตนเองภายในเดือนนั้นๆ จากการจดมิเตอร์ไฟฟ้าจากใบแจ้งหนี้ค่าไฟฟ้า ส่วนในอนาคต เมื่อสมาร์ทมิเตอร์ (Smart Meter) ถูกติดตั้งผู้ใช้จะทราบการใช้ไฟฟ้าช่วงต่างๆ ได้ละเอียด และหากอนาคตคิดค่าไฟฟ้าต่างกันแต่ละช่วงเวลา ผู้ใช้ไฟฟ้าจะทราบว่าตนใช้ไฟฟ้าปริมาณมากในช่วงที่ค่าไฟฟ้ามีราคาสูง ก็จะเปลี่ยนการใช้งานอุปกรณ์บางอย่างที่ไม่จำเป็นเวลานั้นไปเวลาที่ค่าไฟฟ้าต่ำแทน เช่น การใช้เครื่องซักผ้า เครื่องล้างจาน เป็นต้น" n

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69