posttoday
ม.หอการค้าเผยค่าเงินบาทกระทบเกษตรกร

ม.หอการค้าเผยค่าเงินบาทกระทบเกษตรกร

30 กันยายน 2553

ค่าเงินบาทกระทบเศรษฐกิจภูมิภาค โดยเฉพาะภาคเหนือ อีสาน และภาคใต้ เหตุการเกษตรเป็นหลัก เร่งรัฐบาลดูแลเงินบาทให้อยู่ในระดับ 30 บาทต่อเหรียญสหรัฐ คาดเดือนพ.ย. เงินบาทแตะ 29 บาท และปีหน้าเห็น 28 บาทต่อเหรียญสหรัฐ

ค่าเงินบาทกระทบเศรษฐกิจภูมิภาค โดยเฉพาะภาคเหนือ อีสาน และภาคใต้ เหตุการเกษตรเป็นหลัก เร่งรัฐบาลดูแลเงินบาทให้อยู่ในระดับ 30 บาทต่อเหรียญสหรัฐ คาดเดือนพ.ย. เงินบาทแตะ 29 บาท และปีหน้าเห็น 28 บาทต่อเหรียญสหรัฐ

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า จากปัญหาค่าเงินบาทแข็งค่าส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจภูมิภาค โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ ค่อนข้างมาก เนื่องจากธุรกิจส่วนใหญ่พึ่งพาภาคการเกษตรเป็นหลัก  การที่ค่าเงินบานทแข็งค่าขึ้น จึงได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก โดยโอกาสที่เงินบาทจะแข็งค่ามาอยู่ที่ระดับ 29.5 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในช่วงเดือนพ.ย. ก็มีความเป็นไปได้สูง รัฐบาลจึงต้องพยุงให้อยู่ในระดับที่ 30 บาทต่อเหรียญสหรัฐไปจนถึงเดือนต.ค.ให้ได้ เพราะในระดับนี้ยังไม่กระทบต่อเศรษฐกิจมากนัก

ขณะที่ภาคกลางและในส่วนของเขตกรุงเทพมหานคร ได้รับผลกระทบค่อนข้างน้อย เนื่องจากผู้ประกอบการส่วนใหญ่อยู่ในภาคอุตสาหกรรม มีความสามารถในการปรับตัวได้ดี เช่น การทำประกันค่าเงิน รวมทั้งยังคำนวณค่าเงินไว้ที่ระดับ 30 บาทต่อเหรียญสหรัฐไว้อยู่แล้ว

“ในปีหน้าประเมิณค่าเงินบาทไว้ที่ 28 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ซึ่งจะส่งให้การส่งออกในปีหน้าขยายตัวได้ในระดับ 8-13% มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาในประเทศ 16 ล้านคน มูลค่า 6.5 แสนล้านบาท หากรัฐบาลดำเนินงบประมาณขาดดุล 4 แสนล้านบา และเร่งเบิกจ่ายให้ได้ 90% เป็นอย่างน้อย จะทำให้เศรษฐกิจไทยในภาพรวมของปีหน้าจะขยายตัวได้ในระดับ 4.4-5.4% โดยมีการบริโภคในประเทศ และการลงทุนของภาครัฐเป็นตัวขับเคลื่อนที่สำคัญ”นายธนวรรธน์ กล่าว

สำหรับสถานการณ์เศรษฐกิจภูมิภาคในปี 2553 จากการที่เศรษฐกิจภาพรวมในไตรมาส 2 มีอัตราการขยายตัว 9.1% ที่เป็นผลมาจากการบริโภค การส่งออก และการลงทุนเริ่มมีทิศทางปรับตัวดีขึ้น ส่งผลให้การขยายตัวทางเศรษฐกิจในแต่ละภูมิภาคปรับตัวดีขึ้นตาม โดยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีการขยายตัวที่ 7.1% ภาคเหนือขยายตัว 6.5% ภาคใต้ขยายตัว 6.9% ภาคกลางโต 12.3% และเขตกรุงเทพหมานครขยายตัว 8.4%

อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาแนวโน้มในไตรมาส 3 และไตรมาส 4 พบว่าอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของแต่ละภูมิภาคน่าจะมีอัตราการขยายตัวที่ชะลอตัวลงเล็กน้อย โดยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีการขยายตัว 3.2% และ 2.7% ในไตรมาส 3 และไตรมาส 4 ภาคเหนือขยายตัว 3% และ 2.4% ภาคใต้ 3.1% ละ 3% ภาคกลาง 5.5% และ4.2% กรุงเทพฯ 3.8% และ 3% เนื่องจากฐานการคำนวณในปี 2552 เริ่มขยัยตัวสูงขึ้น โดยเศรษฐกิจในภารพรวมทั้งปีน่าจะขยายตัวได้ 7.2%

นายธนวรรธน์ กล่าวว่า เศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลังอาจมีการชะลอตัวลงบ้าง เนื่องจากฐานการคำนวณในปีก่อนปรับสูงขึ้น รวมทั้งภาคการส่งออกเริ่มชะลอตัวลง แต่กำลังซื้อในประเทศปรับตัวดีขึ้น และกระจายไปยังต่างจังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งในทุกจังหวัดเริ่มมีการจับจ่ายใช้สอย การลงทุนจากภาคเอกชน การลงทุนของภาครัฐ และการจ้างงานเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ ปัญหาที่ต้องการให้ภาครัฐเข้ามาจัดการอย่างเร่งด่วน ในภาคเกษตร คือ ต้นทุนทางการเกษตรที่เพิ่มขึ้นจากราคาน้ำมัน และราคาปุ๋ย เพราะผู้ประกอบการได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทมาก ราคาสินค้าเกษตรลดลง แต่ต้นทุนยังอยู่ในระดับสูง ส่วนภาคการผลิต ต้องการให้พัฒนาฝีมือแรงงาน และเร่งปล่อยสินเชื่อให้มากขึ้น เพราะผู้ประกอบการขาดสภาพคล่องจากการที่ค่าเงินบาทแข็งค่า 

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ