posttoday
มหามิตรเอเชีย

มหามิตรเอเชีย

12 พฤศจิกายน 2560

นันทิยา วรเพชรายุทธหลายคนบอกว่าประธานาธิบดีสหรัฐคนนี้เป็นพวกเก่งแต่ปาก คือเข้าทำนองว่า "ชมต่อหน้าแต่ด่าลับหลัง" ทั้งที่เคยกราดเกรี้ยวใส่คนอื่นมามาก แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าคู่กรณีก็กลับหยอดคำหวานใส่ และเมื่อพ้นหน้าไปก็พร้อมจะกลับมาทิ่มแทงได้อีก แต่ขณะเดียวกันอีกหลายคนก็มองว่านี่คือการ "เล่นเป็น" ของผู้นำมหาเศรษฐีรายนี้ต่างหาก เพราะสามารถปรับตัวตามสถานการณ์ได้ดีตามแบบฉบับนักธุรกิจ อีกทั้งคำพูดที่ดูกลับไปกลับมาแบบไร้จุดยืน ก็ยังถือเป็นกลยุทธ์ชั้นดีที่ทำให้ฝ่ายตรงข้ามเดาทางได้ยาก

นันทิยา วรเพชรายุทธ

หลายคนบอกว่าประธานาธิบดีสหรัฐคนนี้เป็นพวกเก่งแต่ปาก คือเข้าทำนองว่า "ชมต่อหน้าแต่ด่าลับหลัง" ทั้งที่เคยกราดเกรี้ยวใส่คนอื่นมามาก แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าคู่กรณีก็กลับหยอดคำหวานใส่ และเมื่อพ้นหน้าไปก็พร้อมจะกลับมาทิ่มแทงได้อีก แต่ขณะเดียวกันอีกหลายคนก็มองว่านี่คือการ "เล่นเป็น" ของผู้นำมหาเศรษฐีรายนี้ต่างหาก เพราะสามารถปรับตัวตามสถานการณ์ได้ดีตามแบบฉบับนักธุรกิจ อีกทั้งคำพูดที่ดูกลับไปกลับมาแบบไร้จุดยืน ก็ยังถือเป็นกลยุทธ์ชั้นดีที่ทำให้ฝ่ายตรงข้ามเดาทางได้ยาก

นักวิเคราะห์รายหนึ่งจากสถาบัน เซจง ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านคลังสมองในเกาหลีใต้ ถึงกับกล่าวว่า "ทรัมป์คือคนที่พระเจ้าส่งมารับมือการผงาดของจีน"

ถ้าเราลองมองในมุมซีอีโอหรือเจ้าของบริษัทแบบทรัมป์ก็อาจเข้าใจได้ไม่ยาก อุดมการณ์ทางการเมืองและมารยาททางการทูตจะไม่มีทางสำคัญไปกว่า "ดีล" หรือผลประโยชน์ที่ตนเองจะได้มา โดยเฉพาะนักธุรกิจแบบทรัมป์ที่เชื่อเรื่องการทำทุกอย่างให้ได้มา เพราะถ้าไม่ชนะก็ไม่มีความหมาย

จึงไม่น่าแปลกใจที่ทรัมป์จะฉีกตำราตามแบบฉบับผู้นำที่ดีที่ควรจะเป็นของสหรัฐ เช่น คุณค่าในด้านสิทธิมนุษยชน ด้วยการกระชับความสัมพันธ์แบบแนบแน่นกับประธานาธิบดี โรดริโก ดูเตอร์เต ของฟิลิปปินส์ โดยไม่มีการหยิบยกประเด็นฆ่าตัดตอนในสงครามยาเสพติดมาให้ระคายหูผู้นำ ปินอย ขณะที่ดูเตอร์เตก็เอาใจด้วยการร้องเพลงหวานจัดให้ตามคุณขอมา

ในมุมมองของฝั่งเอเชียเรานั้น แน่นอนว่าสิ่งที่เราต้องการเห็นมากที่สุดจากการเยือนเอเชียครั้งแรกนี้ก็คือ ความชัดเจนของสหรัฐจากปากของประธานาธิบดีเองว่า จะเอายังไงกับภูมิภาคนี้ ทั้งในเรื่องความมั่นคงและเรื่องเศรษฐกิจการค้า

และสิ่งที่ทรัมป์ส่งสัญญาณจนถึงวันนี้ก็แทบไม่มีอะไรเปลี่ยนไปจากท่าทีก่อนหน้าแม้แต่น้อย นั่นคือการรวมเป็นพันธมิตรอย่างหลวมๆ เพื่อรับมือเกาหลีเหนือ และขยี้การรวมกลุ่มพหุภาคีเพื่อลดอำนาจการต่อรองของประเทศเล็กประเทศน้อย เพื่อให้สหรัฐถือไพ่เหนือกว่าให้มากที่สุด และเจรจาเอาผลประโยชน์เข้าประเทศตัวเองให้ได้มากที่สุดตามนโยบายอเมริกามาก่อน

ทรัมป์ไม่ใช่ตาสีตาสาจากไหนที่จะไม่รู้เรื่องเบื้องลึกเบื้องหลังการค้าว่าใครได้เปรียบเสียเปรียบที่แท้จริง แต่การยังคงยึดมั่นในวาทกรรมซ้ำไปซ้ำมาเหมือนเครื่องกรอเทปพังๆ ในเรื่องการขาดดุลและการถูกเอาเปรียบทางการค้า ก็คือกลยุทธ์แบบนักเลงใหญ่ ที่ทำให้ได้มาซึ่งดีลการค้าและการลงทุนจำนวนมากจนถึงขณะนี้ เช่น ดีลล่าสุด 2.53 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐกับจีน หรือดีลที่อุตสาหกรรมการผลิตหลายประเทศเข้าไปตั้งโรงงานในสหรัฐมากขึ้น

และหากจะบอกว่าท่าทีแข็งกร้าวของทรัมป์จะยิ่งผลักดันให้เอเชียหันไปหาจีนมากขึ้น ก็เป็นการตีความที่เร็วเกินไป กัมพูชานั้นอาจเล่นข้างจีนเต็มตัวมากกว่าเพื่อน ส่วนอีกหลายชาติ เช่น มาเลเซียและไทยนั้นก็ดูจะมีสัมพันธ์ที่เอียงไปยังฝั่งจีนมากขึ้น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าอาเซียนจะเบนไปหาจีนแบบเอียงกะเท่เร่ เพราะทุกประเทศต่างก็มีผลประโยชน์มหาศาลกับสหรัฐในฐานะประเทศคู่ค้าด้วยกันทั้งนั้น อีกทั้งยุคของทรัมป์ยังมาในแนวเดียวกับจีนคือ ไม่ยุ่งเรื่องภายในของชาวบ้าน ซึ่งถือว่ามาได้ถูกจังหวะในยุคที่อาเซียนแทบจะเต็มไปด้วยสตรองแมนเช่นนี้

การรับมือกับสหรัฐในยุคของทรัมป์นั้น แม้จะมีช่องให้สตรองแมนเอเชียเข้าถึงได้มากขึ้น ไม่ยากเหมือนยุคก่อนที่เต็มไปด้วยหลักการยุ่บยั่บ แต่ก็ไม่ง่ายกว่าเดิมอย่างแน่นอน ในยุคที่จะหันไปหาจีนหรือสหรัฐก็เจอแต่ยักษ์ขนาบทั้งคู่ n

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท