
แก้ยางให้ถูกจุด
ไม่บ่อยครั้งที่เกษตรกรชาวสวนยางซึ่งที่ผ่านมามีความเห็นกันหลากหลายกลุ่ม จะมารวมตัวกันยื่นข้อเสนอให้แก้ปัญหายางพาราราคาตกต่ำอย่างพร้อมเพรียง หลังการแก้ปัญหายางพาราได้รวมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไว้ตาม พ.ร.บ.การยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2558 ตามที่มีการเรียกร้องกันมากว่าสิบปี มีผลบังคับใช้ให้อำนาจบริหารจัดการตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง และปลายทาง แต่ในเชิงปฏิบัติกลับยังไม่เป็นไปตามที่หวังกันมาก จนล่าสุดมีการยื่นหนังสือให้แก้ปัญหาดังกล่าว
ไม่บ่อยครั้งที่เกษตรกรชาวสวนยางซึ่งที่ผ่านมามีความเห็นกันหลากหลายกลุ่ม จะมารวมตัวกันยื่นข้อเสนอให้แก้ปัญหายางพาราราคาตกต่ำอย่างพร้อมเพรียง หลังการแก้ปัญหายางพาราได้รวมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไว้ตาม พ.ร.บ.การยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2558 ตามที่มีการเรียกร้องกันมากว่าสิบปี มีผลบังคับใช้ให้อำนาจบริหารจัดการตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง และปลายทาง แต่ในเชิงปฏิบัติกลับยังไม่เป็นไปตามที่หวังกันมาก จนล่าสุดมีการยื่นหนังสือให้แก้ปัญหาดังกล่าว
ตามที่ทราบกันเมื่อวันที่ 13 พ.ย.ที่ผ่านมา เครือข่ายเกษตรกรชาว สวนยางได้ยื่นหนังสือถึง รมว.เกษตรและสหกรณ์ เรียกร้องเช่น ให้ยกเลิกการตั้งบริษัทร่วมทุนระหว่างการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) กับ 5 เอกชนรายใหญ่วงการยางพารา เพราะไม่สามารถยกระดับราคายางพาราได้จริง เสนอนายกรัฐมนตรีใช้มาตรา 44 ปลด หรือบางกลุ่มให้พักงานผู้ว่า กยท. มีการเรียกร้องให้สอบเรื่องการซื้อปุ๋ยยางของ กยท. รวมทั้งให้รัฐบาลจริงจังกับการนำยางพาราไปใช้ในประเทศ
จากข้อเรียกร้องดังกล่าว ทาง รมว.เกษตรและสหกรณ์ สั่งให้ประธานกรรมการ กยท. ไปตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงตามข้อร้องเรียนของตัวแทนเกษตรกร และให้รายงานใน 7 วัน ใน 4 ประเด็น คือ 1.กรณีบริษัทร่วมทุนว่าเอื้อประโยชน์กับนายทุนหรือเอกชนที่ร่วมทุนหรือไม่ เนื่องจากแกนนำ เห็นว่าการบริหารของกองทุนอาจจะไม่ถูกต้อง เป็นการเข้าซื้อบางตลาด เลือกปฏิบัติ ทำให้เกิดความไม่โปร่งใส ทำให้การเก็บรักษายางที่ซื้อมาไม่ดี 2.การจัดซื้อปุ๋ยมอบให้เกษตรกรไม่โปร่งใสและล่าช้า 3.เสนอให้พักงานผู้ว่า กยท. และ 4.เสนอให้เร่งรัดการนำยางไปใช้ในประเทศเพิ่มมากขึ้น
ภาพรวมดังกล่าวผลสอบที่ออกมา ทางบอร์ด กยท.คงต้องดำเนินการตามข้อเท็จจริงต่อไป เพื่อให้นโยบายที่ครบในการบริหารจัดการเกี่ยวกับยางพาราเป็นไปตามเจตนารมณ์ของ พ.ร.บ. การยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2558 ที่มีการรวม 3 หน่วยงาน คือ สถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตร สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง และองค์การสวนยางเข้าด้วยกัน เพื่อภารกิจการบริหารจัดการยางในประเทศไทยแบบครบวงจรให้มีประสิทธิภาพและคล่องตัว
เมื่อการออกแบบบริหารจัดการเกี่ยวกับยางพารามีครบ ตั้งแต่ต้นทางเกษตรกรซึ่งมีการจูงใจลดการปลูกต้นยางด้วยการชดเชยรูปแบบต่างๆ ช่วยลดต้นทุนเพิ่มผลผลิต ขณะกลางทางมีการตั้งองค์กรเข้ามาแทรกแซงราคายาง มีการส่งเสริมเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำเพื่อการแปรรูปยางพาราขั้น พื้นฐาน เช่น รองเท้า ที่นอนยางพารา และปลายทางมีนโยบายให้หน่วยงานรัฐจัดซื้อหรือใช้ยางพาราในการทำโครงการต่างๆ เช่น นำไปผสมลาดผิวถนน นำไปใช้ป้องกันตลิ่งพัง หรือให้หน่วยงานรัฐจัดซื้อที่นอนยางสำหรับคนไข้ติดเตียงไม่ให้เกิดแผลกดทับ
อย่างไรก็ตาม แม้เครื่องมือแก้ปัญหายางที่ได้รับการบูรณาการดังกล่าว ดูแล้วน่าจะจัดการปัญหาได้มีประสิทธิภาพและคล่องตัว แต่ในทางปฏิบัติอย่างที่ทราบกันว่าปัญหาราคายางตกต่ำมาก จากต้นทุนผลิตเฉลี่ยอยู่ที่กิโลกรัมละกว่า 60 บาท ขณะที่ราคาขายจริงได้แค่ 40-50 บาท ทำให้ชาวสวนยางออกมาเคลื่อนไหว จริงอยู่ยางพาราเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ การบริหารจัดการยากตามความผันผวนของราคาน้ำมันโลก มีปัจจัยเหนือการควบคุมทั้งระดับโลกและในประเทศ แต่การบริหารงานแบบงานประจำไม่จริงจังแก้ไขทำให้การบูรณาการจึงไม่เป็นไปตามคาดหวัง ดังนั้นจึงอยากให้การสอบข้อเท็จจริงครั้งนี้ออกมาแล้วแก้ปัญหาได้ตรงจุดและเบ็ดเสร็จ







