posttoday
TTCL อนาคตรายได้มั่นคง

TTCL อนาคตรายได้มั่นคง

08 พฤศจิกายน 2560

ยินดี ฤตวิรุฬห์ทีทีซีแอล (TTCL) กับก้าวอันยิ่งใหญ่กำลังเกิดขึ้นภายหลังจากบริษัทได้เข้าไปลงนามกับรัฐบาลแห่งรัฐคะฉิ่น ในการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินขนาด 1,280 เมกะวัตต์ ด้วยมูลค่าเงินลงทุน 9.8 หมื่นล้านบาท ผลของการรุกเข้าไปในธุรกิจไฟฟ้าจะทำให้โครงสร้างรายได้ในอนาคตของ TTCL จากรายได้ก่อสร้างจะลดลงขณะที่รายได้จากเงินลงทุนและกำไรจากธุรกิจไฟฟ้าจะมีสัดส่วนมากขึ้น และจะทำให้โครงสร้างรายได้มีเสถียรภาพ

ยินดี ฤตวิรุฬห์

ทีทีซีแอล (TTCL) กับก้าวอันยิ่งใหญ่กำลังเกิดขึ้นภายหลังจากบริษัทได้เข้าไปลงนามกับรัฐบาลแห่งรัฐคะฉิ่น ในการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินขนาด 1,280 เมกะวัตต์ ด้วยมูลค่าเงินลงทุน 9.8 หมื่นล้านบาท ผลของการรุกเข้าไปในธุรกิจไฟฟ้าจะทำให้โครงสร้างรายได้ในอนาคตของ TTCL จากรายได้ก่อสร้างจะลดลงขณะที่รายได้จากเงินลงทุนและกำไรจากธุรกิจไฟฟ้าจะมีสัดส่วนมากขึ้น และจะทำให้โครงสร้างรายได้มีเสถียรภาพ

กอบชัย ธนสุกาญจน์ ประธาน เจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงินและบัญชี TTCL กล่าวว่า มองไป 5 ปีข้างหน้าหลังโรงไฟฟ้าถ่านหินคะฉิ่นสำเร็จบริษัทจะมีรายได้จากงานก่อสร้าง (อีพีซี) ต่างประเทศ 50% ในประเทศ 25% และรายได้จากเงินลงทุน 25% จากปัจจุบันน้อยกว่า 5% และงานก่อสร้างอยู่ที่ 95%

อย่างไรก็ตาม แม้ในการก่อสร้าง โรงไฟฟ้าถ่านหิน ซึ่งสร้างความกังวลแต่ในโลกที่เทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลง กระบวนการในการผลิตก็จะถูกนำเทคโนโลยีมาใช้ซึ่งถือว่าเป็นเทคโนโลยีที่สะอาดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ดังนั้นโครงการ โรงไฟฟ้าแห่งนี้ที่อยู่ระหว่างยื่นขออนุญาตทั้งในเรื่องสิ่งแวดล้อม และจะลงนามกับรัฐบาลกลางก็น่าจะเห็นได้ในต้นปีหน้า

"ในการก่อสร้างครั้งนี้จะใช้เทคโนโลยีถ่านหินสะอาด Ultra Supercritical Coal -firrd Thermal Power Plant จากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพสูงเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จะนำเข้าถ่านหินปีละ 4 ล้านตัน/ปี และจะใช้เวลาก่อสร้าง 5 ปี"

สำหรับรายได้ปีนี้จะลดลงจากปีที่ผ่านมา 40% ปีที่ผ่านมามีรายได้ 2 หมื่นล้านบาท แต่ปีหน้าคาดว่าจะดีจากปีนี้ 20-30% ซึ่งปีนี้รายได้น่าจะปิดที่ต่ำกว่า 2 หมื่นล้านบาท

"ผมอยากบอกนักลงทุนที่ลงทุนในหุ้น TTCL ว่าเราเป็นหุ้นที่จะเติบโตในระยะยาว ดังนั้นอยากให้นักลงทุนมองยาวๆ มั่นใจว่าจะสามารถจ่ายเงินปันผลที่ดีได้" กอบชัย กล่าว

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของแหล่งเงินทุน นั้นจะมาจากการกู้ 75% ทุน 25% ส่วนหนึ่งคือการตัดสินใจนำบริษัทลูกเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพราะด้วยโครงสร้างตลาดที่แข็งแกร่งกลุ่มนักลงทุนหลากหลาย จึงเชื่อมั่นว่าจะทำให้หุ้นของบริษัทเมื่อเข้าระดมทุนจะได้รับความสนใจ

ระหว่างนี้ บริษัทอยู่ระหว่างศึกษาแนวทางการระดมเงินทุน ซึ่งมีความจำเป็นต้องระดมเงินประมาณ 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้ศึกษาไว้ 4 แนวทาง คือ 1.นำบริษัททีทีซีแอล บริษัทย่อยที่ สิงคโปร์ เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นด้วยการเสนอขายหุ้นให้ประชาชนครั้งแรก (ไอพีโอ) 2.จัดตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน 3.เปิดทางพันธมิตรญี่ปุ่นถือหุ้น 40% ในโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน และ 4.TTCL เพิ่มทุน ซึ่งการ เพิ่มทุนจะเป็นหนทางสุดท้าย

บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) วิเคราะห์ว่า การได้โรงไฟฟ้าคะยิ่นมา ทำให้ความเสี่ยงของ TTCL ลดลง หากเป็นไปตามแผนคาดว่าจะหนุนมูลค่าเพิ่มได้ ขณะที่ทิศทางผลประกอบการมองว่าจะดีที่สุดในไตรมาส 4 ปีนี้ โดยงานใหม่ที่เข้ามาอยู่ที่ประมาณ 2.4 หมื่นล้านบาท จะหนุนปี 2561 ให้กำไรสุทธิต่อหุ้นฟื้นตัว 48% จากปีนี้

การเซ็นสัญญาครั้งนี้เป็นความคืบหน้าที่เร็วกว่าคาด โดยระยะเวลาหากได้ MOA ภายในปีนี้ ต่อไปคือสัญญาขายไฟ (PPA) ที่คาดว่าจะได้ประมาณเดือน มี.ค 2561 และเริ่มก่อสร้างกลางปี 2561 และสามารถจำหน่ายไฟเข้าระบบ (COD) ได้ประมาณปี 2566 และถ้าทุกอย่างเป็นตามนี้ก็จะต้องปรับเพิ่มประมาณการรายได้ TTCL ในช่วงปี 2561-2565 จากส่วนก่อสร้างอีพีซีมูลค่า 6.5 หมื่นล้านบาท ที่ TTCL จะเป็นผู้ก่อสร้างเองและจะมีน้ำหนักมาในช่วงปี 2562-2564 เบื้องต้นประเมินผลตอบแทนลงทุนที่ประมาณ 13% มูลค่าของโครงการตกประมาณ 4 บาท/หุ้น หาก TTCL ถือ 95% และหากลดสัดส่วนลงเป็น 60% จะเหลือมูลค่าประมาณ 2.60 บาท/หุ้น

TTCL ได้งานอีพีซีรับเหมาก่อสร้างโรงไฟฟ้ามูลค่างานประมาณ 9 หมื่นล้านบาท เป็นเวลา 5 ปี หนุนการสร้างรายได้ไปอีก 5 ปีข้างหน้า นอกจากนี้ TTCL ยังมีงานในมือ ณ ปัจจุบันที่ 1.5 หมื่นล้านบาท และเตรียมหาเพิ่มอีกราว 2.5 หมื่นล้านบาท โดยเป็นงานที่มาจากต่างประเทศราว 60% มีแนวโน้มว่าเป็นงานจากธุรกิจปิโตรเคมีที่เวียดนามประมาณ 400 ล้านดอลลาร์ ในส่วนของธุรกิจรับเหมาก่อสร้างเรายัง ตั้งเป้าหมายว่า TTCL จะทำกำไรจาก ส่วนนี้ได้ประมาณ 200 ล้านบาท/ปี

โครงการโรงไฟฟ้าคะฉิ่นให้ผลตอบแทน 10-13% ระยะเวลาคืนทุน 12-13 ปี ซึ่ง TTCL จะต้องเตรียมทำแผนการจัดการเงินทุน ซึ่งโครงสร้างเงินทุนอัตรา 3:1 ธนาคารญี่ปุ่นเป็นที่ปรึกษาและสนับสนุนโครงการ

ข้อดีคือคาดว่าจะได้ต้นทุนการเงินที่ต่ำจากประเทศญี่ปุ่น อย่างไรก็ตาม TTCL ยังต้องหาเงินส่วนทุนดำเนินโครงการนี้มากถึง 2.5 หมื่นล้านบาท คาดว่า จะเลือกทุกวิธี ตั้งแต่หาร่วมทุน ซึ่ง คาดว่าเป็นบริษัทญี่ปุ่น การเพิ่มทุน ออกหุ้นกู้ การนำหุ้นจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทย

อนาคต TTCL กับโรงไฟฟ้าถ่านหินที่คะยิ่นจะเป็นจุดพลิกให้ผลการดำเนินงานกับมาแข็งแกร่ง

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง