posttoday
การกลับมาของสินเชื่อเช่าซื้อ

การกลับมาของสินเชื่อเช่าซื้อ

08 พฤศจิกายน 2560

ประกิต สิริวัฒนเกตุ & &ตัวเลขเศรษฐกิจไทยเดือน ก.ย. ภาพรวมดีขึ้นเกือบทุกด้าน โดยเฉพาะตัวเลขยอดขายและยอดการผลิตยานยนต์ ที่ออกมาเป็นตัวชี้ว่าอุตสาหกรรมนี้ได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว โดยยอดการผลิตยานยนต์เติบโตขึ้น 9.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนในเดือน ก.ย. นับเป็นการเติบโตติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3 สำหรับยอดขายรถยนต์ในประเทศในเดือน ก.ย. มีการเติบโตสูงที่สุดในเชิง จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ในปีนี้ที่ 21.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (เทียบการเติบโต 10.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ของช่วง 8 เดือนแรกของปี 2560)

ประกิต สิริวัฒนเกตุ & &

ตัวเลขเศรษฐกิจไทยเดือน ก.ย. ภาพรวมดีขึ้นเกือบทุกด้าน โดยเฉพาะตัวเลขยอดขายและยอดการผลิตยานยนต์ ที่ออกมาเป็นตัวชี้ว่าอุตสาหกรรมนี้ได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว โดยยอดการผลิตยานยนต์เติบโตขึ้น 9.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนในเดือน ก.ย. นับเป็นการเติบโตติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3 สำหรับยอดขายรถยนต์ในประเทศในเดือน ก.ย. มีการเติบโตสูงที่สุดในเชิง จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ในปีนี้ที่ 21.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (เทียบการเติบโต 10.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ของช่วง 8 เดือนแรกของปี 2560)

แรงหนุนหลักมาจากการฟื้นตัวของกลุ่มรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ (26.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนเทียบ 5.8% ของเดือน ส.ค.) และกลุ่มรถยนต์นั่งส่วนบุคคล(14.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เทียบ 8.5% ของเดือน ส.ค.) สำหรับปริมาณการส่งออกยานยนต์โตขึ้น 7.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (เทียบ 9.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนของเดือน ส.ค.) เป็นบวกตั้งแต่เดือน ก.ค. 2559

สำหรับยอดขายรถยนต์ในประเทศ 9 เดือนแรกของปี 2560 อยู่ที่ 6.20 แสนคัน+11.50% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนถือเป็นระดับที่สูงที่สุดในรอบ 3 ปีด้วยกัน ทั้งนี้เกิดจากการขยายตัวของยอดขายรถยนต์โดยสาร 2.44 แสนคัน+20.00% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (มากที่สุดในรอบ 3 ปี) และ รถยนต์เพื่อการพาณิชย์ 3.76 แสนคัน+6.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (มากที่สุดในรอบ 4 ปี) นอกจากนั้นสัญญาณการบริโภคในประเทศที่ดีขึ้น ยังสะท้อนออกมาผ่านยอดขายรถจักรยานยนต์ 9 เดือนแรกของปี 2560 1.39 ล้านคัน+4.34% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (มากที่สุดในรอบ 4 ปี)

ทั้งนี้ ยอดขายรถยนต์ที่ดีขึ้นมองว่ามาจาก ผลกระทบจากโครงการรถยนต์คันแรกที่ได้จบลงไปแล้ว (คืนเงินภาษีไม่เกิน 1 แสนบาทสำหรับผู้ที่ซื้อรถยนต์ไม่เกิน 1500 ซีซี รถกระบะไม่จำกัดซีซีราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท ซึ่งต้องถือครองรถ 5 ปีขึ้นไป) ซึ่งโครงการ ดังกล่าวเริ่มตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย. 2554 มีผู้จองใช้สิทธิประมาณ 1.25 ล้านคัน แต่ใช้จริงประมาณ 1.10 ล้านคัน รถสามารถส่งมอบได้จริงประมาณกลางปี 2555 ดังนั้นตั้งแต่กลางปี 2560 เป็นต้นไปผู้เข้าร่วมโครงการส่วนหนึ่งสามารถเริ่มขายรถคันเดิมและซื้อรถคันใหม่ได้ ซึ่งจะมีส่วนสำคัญที่ทำให้ยอดขาย ยานยนต์จะโตได้ต่อเนื่องถึงปีหน้า

ยอดขายรถยนต์ที่เกิดขึ้นในปี 2555 และ 2556 ปรับสูงขึ้นมากผิดปกติ ถึง 1.43 ล้านคัน (+81% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน) และ 1.33 ล้านคัน (-7%) ตามลำดับ จากระดับเฉลี่ยตลอด 5 ปีก่อนหน้าที่เพียง 6.78 แสนคันเท่านั้น โดยแบ่งเป็นรถยนต์โดยสาร 6.72 แสนคัน 6.31 แสนคัน ในปี 2555-2556 ตามลำดับ สำหรับรถยนต์เพื่อการพาณิชย์มียอดขายถึง 7.63 แสนคัน และ 6.99 แสนคัน ในปี 2555-2556 ตามลำดับยอดขายข้างต้นมีบางส่วนที่มาจากโครงการรถคันแรก

ในช่วงปี 2555-2556 กลุ่มหุ้นที่ได้ประโยชน์นอกจากกลุ่มยานยนต์แล้ว ยังเป็นกลุ่มหุ้นบริษัทที่ปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อด้วย โดยธนาคารที่มีสัดส่วนการปล่อยสินเชื่อรถยนต์สูงในพอร์ต เช่น TCAP ซึ่งมีสัดส่วนพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อ 52% ปรับเพิ่มขึ้น 37.8% ในปี 2555 ขณะที่ TISCO มีสัดส่วนสินเชื่อเช่าซื้อ 59% ของพอร์ต ราคาหุ้นปรับเพิ่มขึ้น 52% KKP มีสัดส่วนสินเชื่อเช่าซื้อ 57% ราคาปรับเพิ่มขึ้น 48.5% รวมไปถึงบริษัทสินเชื่อเช่าซื้ออื่นๆ เช่น ASK ที่มีสัดส่วนสินเชื่อเช่าซื้อ 100% ของพอร์ต (เป็นรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ 78.3%) ราคาหุ้นปรับเพิ่มขึ้น 19.4% และ TK ที่แม้ว่าจะเน้นการปล่อย สินเชื่อรถจักรยานยนต์ถึง 73.5% และมีสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์เพียง 1.2% เท่านั้นแต่ก็ยังได้ประโยชน์ในเชิง sentiment โดยราคาหุ้นปรับขึ้นมาได้ 16.5% ในปี 2555 ทั้งหมดจะเห็นได้ว่าราคาหุ้นล้วนให้ผลตอบแทนที่ดีในปี 2555 และแม้ว่าในปี 2556-2557 ผลตอบแทนจะลดลงแต่กลุ่มธนาคารที่ปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์สูงก็ยังให้ผลตอบแทนในระดับเกินกว่า 30%

KS Research คาดว่า หลังจากที่อุตสาหกรรมยานยนต์ซบเซามาตลอด 3-4 ปีที่ผ่านมา เมื่อโครงการรถยนต์คันแรกได้จบไปแล้ว กอปรกับเศรษฐกิจในประเทศที่มีสัญญาณการขยายตัวที่ดีขึ้นผู้ที่เคยซื้อรถยนต์ในโครงการบางส่วนมีโอกาสสูงที่จะทำการเปลี่ยนรถใหม่ ส่วนด้านรถจักรยานยนต์คาดว่าจะได้ประโยชน์จากที่ผู้ซื้อรถคันแรกบางส่วนหันกลับมาซื้อรถจักรยานยนต์ รวมถึงการบริโภคในประเทศที่ฟื้นตัวขึ้น ทำให้เชื่อว่าหุ้นในกลุ่มสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์จะสามารถ ดีกว่า ตลาด ได้จนถึงปีหน้า โดยเลือก TISCO KKP ASK TK เป็น Top picks ในธีมการลงทุนนี้ นอกเหนือจากการเติบโตแล้ว หุ้นกลุ่ม แนะนำ ที่เลือกล้วนแล้วแต่มีผลตอบแทนเงินปันผลสูงกว่า 4% ทั้งสิ้น

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน