posttoday
เทคนิคการสร้างทีมเวิร์ก 'รวมกันเราแกร่ง'

เทคนิคการสร้างทีมเวิร์ก 'รวมกันเราแกร่ง'

10 พฤศจิกายน 2560

เรื่อง ราตรีแต่งการทำงานแบบทีม (Work Teams) เป็นการทำงานร่วมกันและส่งเสริมกันไปในทางบวก งานรวมของทีมที่วัดผลออกมาแล้วนั้น ได้มากกว่าผลงานรวมของรายคนมารวมกัน และถ้าผลงานนั้นสามารถทำได้ดีขึ้น หากใช้คนมากกว่าหนึ่งคน จึงกลายเป็นบทสรุปการทำงานแบบทีม ซึ่งได้เข้ามามีบทบาทอย่างมากในการทำงานในปัจจุบัน

เรื่อง ราตรีแต่ง

การทำงานแบบทีม (Work Teams) เป็นการทำงานร่วมกันและส่งเสริมกันไปในทางบวก งานรวมของทีมที่วัดผลออกมาแล้วนั้น ได้มากกว่าผลงานรวมของรายคนมารวมกัน และถ้าผลงานนั้นสามารถทำได้ดีขึ้น หากใช้คนมากกว่าหนึ่งคน จึงกลายเป็นบทสรุปการทำงานแบบทีม ซึ่งได้เข้ามามีบทบาทอย่างมากในการทำงานในปัจจุบัน

ไม่มีอีกแล้วที่ต้องทำงานเพียงลำพัง เพราะทุกคนต้องมีส่วนร่วมในการทำงาน การสร้างทีมทำงานโดยมีแรงบันดาลใจร่วมกัน นอกจากช่วยทำให้เกิดความรู้สึกเปี่ยมพลังไปด้วยกันแล้ว จะนำไปสู่การความสำเร็จของการทำงานเป็นทีมอีกด้วย

เทคนิคง่ายๆ ก็จะทำให้การทำงานแบบทีมเวิร์กสำเร็จได้ไม่ยากเย็น

มีวัตถุประสงค์ชัดเจน

การสร้างทีมงานแกร่งต้องเริ่มสร้างจุดโฟกัส มีการกำหนดมีวัตถุประสงค์ (Purpose) ให้ชัดเจน คุณลักษณะของวัตถุประสงค์ที่ดี คือเขียนเป็นลายลักษณ์อักษร เข้าใจได้ง่าย สามารถปฏิบัติได้จริง และเห็นได้ชัดเจนว่าไม่ขัดต่อข้อบังคับ หรือนโยบายอื่นๆ ในหน่วยงาน

การทำงานที่มีการกำหนดเป้าหมายที่ตรงกัน จะส่งผลให้การทำงานเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่เสียเวลาไปกับสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ ซึ่งก็ควรกำหนดจุดมุ่งหมายไว้ให้ชัดเจนที่ผลงานมากกว่าการกระทำ ใช้เป็นแนวทางการปฏิบัติงานให้บรรลุภารกิจสำเร็จที่คาดหวังไว้ เมื่อทีมเข้าใจทิศทางของการทำงานได้ถูกต้องและครบถ้วนตรงกันแล้ว ก็จะทำให้การทำงานง่ายและสะดวกมากขึ้น

การสร้างเป้าหมายัดเจน ทำให้ได้รู้หน้าที่ของแต่ละคนอีกด้วยว่าใครจะต้องทำงานอย่างไร จึงจะทำให้ทีมก้าวไปสู่เป้าหมายได้อย่างสัมฤทธิผล สามารถใช้เป็นเครื่องมือในการรวมพลังในการทำงานและใช้เป็นเครื่องมือวัดความสำเร็จหรือความล้มเหลวในงานได้อีกด้วย

มีกฎ ระเบียบ มาตรฐานในการปฏิบัติงาน

เพื่อควบคุมและคุ้มครองให้สมาชิกได้ปฏิบัติร่วมกันได้อย่างมีผลดี ปลอดภัย และราบรื่น การสร้างแบบอย่างของความร่วมมือ และการมีส่วนร่วมจะช่วยสร้างแบบอย่างค่านิยมองค์กรให้เกิดพฤติกรรมทางบวก ซึ่งจะส่งผลดีต่อการสร้างความร่วมมือในองค์กร และชี้ให้เห็นว่าหากสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นกับองค์กรแล้ว จะมีผลดีต่อการปฏิบัติงาน และพนักงานในองค์กรอย่างไร

สร้างผู้นำที่เข้มแข็ง

ไม่เพียงการสร้างสมาชิกของทีมที่มีความรู้ ความสามารถ สิ่งสำคัญยิ่งกว่า คือการสร้างผู้นำที่เข้มแข็งและมีส่วนผลักดันในด้านความสัมพันธ์ สร้างความร่วมมือให้เป็นกลุ่มสุดแข็งแกร่ง ซึ่งไม่ได้หมายถึงเป็นเพียงหัวหน้างานโดยตำแหน่งเท่านั้น แต่เป็นผู้นำตามธรรมชาติในการสร้างความคิดทางบวก สานสัมพันธ์ที่ดีต่อผู้อื่น แล้วคอยผลักดัน คอยช่วยให้บรรยากาศในการทำงานร่วมกันดีขึ้น

การเป็นผู้นำทีมควรมีส่วนสร้างความสัมพันธ์ทีมงาน เปรียบเหมือนสร้างศูนย์บัญชาการให้รากฐานมั่นคง ถ้าฐานแกร่ง การงาน หรือธุรกิจก็ไปต่อได้ไม่ยาก และในส่วนความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในทีมงาน ผู้นำต้องทำให้สมาชิกในทีมงานมีความศรัทธาต่อกัน มีความจริงใจ และมีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี มีความสามัคคี รักใคร่ และเต็มใจช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

เปิดโอกาสให้ทุกคนแชร์ไอเดีย

ทุกๆ คนในทีมล้วนมีบทบาทต้องแสดงแตกต่างกันไป แต่ถ้าสมาชิกทุกคนได้ทำงานตามจุดแข็งตัวเอง มีวิสัยทัศน์เฉียบคม มีการเปิดโอกาสแชร์ไอเดียด้วยความคิดสร้างสรรค์ ความคิดแปลกๆ ใหม่ๆ และสามารถปฏิบัติได้ให้ประโยชน์จริง ก็จะได้ผลดีทั้งการสร้างทีมงานที่มีประสิทธิภาพ และเป็นการเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งที่ดีกว่า

การให้ทุกคนมีโอกาสเปิดหูเปิดตา แสดงศักยภาพทางความคิด นำส่วนดีมาเดินหน้า นำส่วนพลาดมาแก้ไข เคียงข้างไปพร้อมกัน ไอเดียคนหนึ่ง อาจทำให้ทีมแตกไอเดียดีๆ เพื่องานเดินหน้าได้ คือกุญแจแห่งความสำเร็จการทำงานเป็นทีม ควรนึกถึงคำกล่าวที่ว่า "รวมกันเราอยู่" จุดเด่นการทำงานร่วมกันเป็นทีม คือรู้สึกได้ถึงความปลอดภัย และความมั่นคงในการทำงาน

โดยเฉพาะเมื่อได้ร่วมกันทำงานที่เต็มไปด้วยอุปสรรค แล้วเราได้ร่วมกันแสดงความคิดเห็น ร่วมฝ่าฝันอุปสรรคไปด้วยกัน กลายเป็นความแข็งแกร่งของทีม ความรู้สึกภูมิใจในทีมของเรา

สร้างความสามัคคีในทีม

การทำงานเป็นทีมเป็นความร่วมมือร่วมใจของบุคคล เพื่อที่จะบรรลุเป้าหมายร่วมกัน เกิดความมั่นคงในการทำงาน ทีมทำงานที่เข้มแข็ง ควรเริ่มต้นจากการทำงานร่วมกันด้วยบรรยากาศเป็นกันเอง อบอุ่น มีความกระตือรือร้น ทุกคนช่วยกันสร้างสรรค์ผลงานอย่างจริงใจ และไม่มีสัญญาณของความขัดแย้ง ทำให้เห็นการแสดงออกถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน การรู้สึกเห็นอกเห็นใจกันของคนในทีม จะช่วยให้การสร้างทีมเวิร์กเพื่อขับเคลื่อนองค์กรนั้นราบรื่น

การแก้ปัญหาความขัดแย้งในการทำงานเป็นทีม ก็ควรใช้วิธีการแก้ปัญหาร่วมกัน ไม่พูดในลักษณะที่แปลความหรือมุ่งตัดสินความ ไม่พูดในเชิงวิเคราะห์ ไม่พูดในลักษณะที่แสดงตัวเหนือกว่า หรือไม่พูดในลักษณะที่ทำให้ผู้อื่นเจ็บปวด เสียหน้า อับอาย เจ็บใจ หรือการพยายาม พูดหาประเด็นของความขัดแย้ง ไม่กล่าวโจมตีว่าใครผิดใครถูก

เมื่อการทำงานนั้นสำเร็จผล การได้เปิดใจพูดคุยกันในทีม ก็ยิ่งจะทำให้เรารู้สึกปลอดภัยและมั่นคงมากยิ่งขึ้น เราจะรู้สึกว่าเราสามารถทำงานได้อย่างสบายใจมากขึ้น ไม่กลัวว่าจะเจออุปสรรคใหญ่ขนาดไหน เพราะมีทีมที่คอยช่วยเหลือเราอยู่ตลอดเวลา

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท