
ปัญญานันทภิกขุ ต้นแบบการปฏิรูปพุทธศาสนา
เรื่องที่คณะสงฆ์ไทยทั่วทุกภาคกำลังทุ่มเททำงานในขณะนี้ คือ การจัดทำแผนยุทธศาสตร์การปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา
โดย สมาน สุดโต
เรื่องที่คณะสงฆ์ไทยทั่วทุกภาคกำลังทุ่มเททำงานในขณะนี้ คือ การจัดทำแผนยุทธศาสตร์การปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา สู่การปฏิบัติ ซึ่งพระพรหมบัณฑิตได้มอบนโยบายในที่ประชุมเมื่อวันที่ 1 พ.ย. ที่วัดพนัญเชิง จ.พระนครศรีอยุธยา ไปแล้ว พร้อมทั้งเตือนว่าแผนยุทธศาสตร์ที่วางไว้จะสำเร็จได้ก็ต่อเมื่อทุกท่านร่วมกันคิดและถือปฏิบัติเท่านั้น ถ้ากลางคืนบังหวนควัน กลางวันไม่ลุกเป็นไฟ แผนนี้ก็จะเป็นเพียงเอกสารหรือหนังสือเล่มหนึ่งที่ไม่มีประโยชน์อันใด คำอธิบายสำนวนนี้อยู่ที่ พรปีใหม่ 2554 คือ กลางคืนนอนวางแผนก่ายหน้าผาก คิดแล้วคิดอีกว่าพรุ่งนี้จะทำอะไร วางแผนทั้งคืน เหมือนกับบังหวนควัน ควันโขมงเลย พอตกตอนเช้าขึ้นมา ไฟไม่ลุกไหม้ ทั้งๆ ที่ควันเยอะอยู่แล้ว การบังหวนควันก็เหมือนกับการสร้างจินตนาการว่าเราจะทำนู่นทำนี่ เป็นโน่นเป็นนี่ แต่ถึงเวลาทำ ไม่ลงมือทำ ก็คือ ไม่ลุกเป็นไฟ
ถ้าคิดตามที่ท่านคอมเมนต์ ก็น่าวิตกว่าแผนปฏิรูปที่คิดและวางกันมาเป็นปี น่าจะเกิดเป็นรูปเป็นร่างได้ยากถ้าไม่ได้ปฏิรูปตัวพระภิกษุก่อน จะปฏิรูปแบบไหน ต้องปฏิรูปให้เกิดความกล้า ดังที่พระพรหมมังคลาจารย์ (ปัญญานันทภิกขุ) แห่งวัดชลปประทานฯ ทำเป็นตัวอย่างไว้แล้ว พระพรหมบัณฑิตก็ยังกล่าวถึงเมื่อวันที่ 4 พ.ย.ที่ผ่านมา
และถ้าได้อ่านงานของหลวงพ่อปัญญาฯ ด้วยแล้วต้องประทับใจที่ท่านเป็นผู้คิดต่างจากพระภิกษุทั้งหลายในยุคนั้น ตลอดถึงยุคนี้ อาจเรียกสิ่งที่หลวงปัญญาฯ ปฏิบัติและสอนว่า เป็นการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา ก็ไม่ผิด
นอกจากกล้าหาญแล้ว ภาษาที่ท่านใช้เป็นเอกลักษณ์ แบบทองแดงนิดๆ แต่ฟังง่ายๆ ไม่อ้อมค้อม ฟังแล้วเข้าใจได้ทันที
พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี เขียนในหนังสือ 96 ปี ปูชนียบุคคลแห่งแผ่นดินไทย เมื่อวันที่ 11 พ.ค. 2550 ว่า การเล่าเรื่องประกอบธรรมะเป็นลักษณะเด่นของพระพรหมมังคลาจารย์ ทำให้ผู้ฟังธรรมะอย่างเพลิดเพลิน
การใช้ภาษาในลักษณะที่พูดของยากให้เข้าใจได้ง่ายนี้ นอกจากจะต้องมีความรู้หลักพระพุทธศาสนาอย่างดีแล้ว ภาษาก็ต้องดีด้วย ตลอดเวลาที่ผ่านมาหลายสิบปี ญาติโยมยังศรัทธาไปฟังปาฐกถาธรรมของพระพรหมมังคลาจารย์อย่างสม่ำเสมอ ปรากฏการณ์เช่นนี้เป็นปรากฏการณ์พิเศษสำหรับการเผยแผ่ธรรมะในประเทศไทย และปรากฏการณ์ดังกล่าวก็เนื่องมาจากความสามารถพิเศษในด้านการใช้ภาษาไทยของพระพรหมมังคลาจารย์เป็นสำคัญ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ยังกล่าวต่อว่า ความสามารถรอบด้านของท่านปัญญาฯ นั้นนับเป็นพระมหาเถระที่สำคัญยิ่งรูปหนึ่งของคณะสงฆ์ไทยที่สมควรได้รับยกย่องสรรเสริญ ในฐานะ “พระนักเผยแผ่ธรรมะร่วมสมัย” เพื่อเป็นเกียรติประวัติสืบไป
ข้อเขียนของสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ. ปยุตฺโต) เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่ พระพรหมคุณาภรณ์ ในหนังสือ 96 ปี ปูชนียบุคคลแห่งแผ่นดินไทย บอกว่า การเปลี่ยนแปลงวิธีเทศนาธรรมมาเป็นปาฐกถาธรรม ตามแบบหลวงพ่อปัญญาฯ นั้น ช่วยแก้สถานการณ์ การเผยแผ่ศาสนาที่คนขาดความสนใจ ดังที่ได้กล่าวว่า จืดชืด ขาดชีวิตชีวา จนจะกลายเป็นเงียบเหงาวังเวง สภาพเช่นนี้ย่อมอาจเป็นอันตราย แม้ต่อความดำรงมั่นของพระพุทธศาสนา สภาพที่กล่าวนี้ได้เป็นอยู่นานทีเดียว จนกระทั่งประมาณ 50 ปีเศษมานี้ ก็ได้ปรากฏมีพระภิกษุรูปหนึ่งแหวกวง ก้าวออกมาจากแบบแผนประเพณี
แทนที่จะขึ้นนั่งแสดงพระธรรมเทศนาบนธรรมาสน์ ท่านพระภิกษุรูปนี้ยืนแสดงปาฐกถาธรรมบนเวที และใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ คือ ไมโครโฟนและเครื่องขยายเสียง
แทนที่จะใช้ตาลปัตรและถือคัมภีร์ ท่านพระภิกษุรูปนี้พูดปากเปล่า ด้วยมือเปล่าหรือถือไมโครโฟน
แทนที่จะกล่าวคำบรรยายที่เต็มไปด้วยข้อความภาษาบาลี และคำศัพท์ พร้อมทั้งสำนวนโบราณที่ชาวบ้านไม่รู้ หรือเข้าใจได้ยาก ท่านพระภิกษุรูปนี้พูดด้วยภาษาและถ้อยคำสามัญ ตามโวหารแห่งยุคสมัยที่ประชาชนใช้กันทั่วไป
แทนที่จะเอ่ยอ้างถึงเรื่องไกลตัว ว่าด้วยสวรรค์บนฟากฟ้า และนรกใต้ดิน หรือนิทานยุคเมืองพาราณสี หรือความหวังในอนาคต สมัยพระศรีอาริย์ ท่านพระภิกษุรูปนี้เอาธรรมะประยุกต์เข้ากับเหตุการณ์ปัจจุบันโดยสอนเกี่ยวกับความเป็นอยู่ การประกอบอาชีพและการดำเนินชีวิตประจำวันของบ้านเมืองและประชาชน
มีเสียงติเตียนต่อต้านคัดค้านจากบางกลุ่มที่ยึดถือเหนียวแน่นในประเพณี แต่เสียงที่นิยมชมชื่นเห็นชอบเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว และกลายเป็นเสียงข้างที่มากกว่า
ท่านพระภิกษุรูปนี้ประสบความสำเร็จในการเผยแผ่ด้วยวิธีแสดงธรรมแบบใหม่ แล้ววิธีนี้ก็ค่อยๆ ได้รับการยอมรับกว้างขวางออกไปจนทั่วประเทศ
พระภิกษุผู้แหวกวงล้อมแห่งประเพณี และนำการแสดงธรรมะแบบใหม่เข้ามาใช้อย่างได้รับผลสำเร็จท่านนี้ มีนามว่า ภิกขุปัญญานันทะ หรือปัญญานันทภิกขุ ซึ่งมีชื่อเป็นทางการว่า พระมหาปั่น ปญฺญานนฺโท หรือที่ในปัจจุบันทรงสมณศักดิ์ที่พระพรหมมังคลาจารย์
การที่หลวงพ่อปัญญาฯ นำวิธีการแสดงธรรมะแบบใหม่มาใช้ จนเป็นที่นิยมแพร่หลายทั่วไปได้ ก็เพราะท่านมีความอาจหาญ กระทำในสิ่งที่เห็นว่าถูกต้อง ดีงาม เป็นประโยชน์ ดังนั้นท่านคือต้นแบบการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนาที่แท้จริง







