
ร.9 ทรงเป็นศิษย์พระสายปฏิบัติ มุ่งมั่นศึกษาธรรม
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงปฏิบัติพระองค์เช่นนี้ตลอดมา
โดย เอกชัย จั่นทอง
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงปฏิบัติพระองค์เช่นนี้ตลอดมา หากเป็นคนธรรมดาทำได้ไม่เกิน 3-4 วันก็ต้องเลิกแน่ แต่ที่พระองค์ท่านทรงปฏิบัติธรรม ประกอบด้วยพระราชจริยวัตรที่พิเศษอีกประการหนึ่ง ซึ่งคนทั่วไปทำได้ยากคือ "ในคืนวันอุโบสถ" (วันพระ) พระองค์จะทรงรักษาศีลอย่างเคร่งครัด (ต่อจากบทความครั้งที่แล้ว)
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสนพระทัยการปฏิบัติภาวนา ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระตำหนักบำเพ็ญธรรมส่วนพระองค์ไว้ในบริเวณพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน เป็นสถานที่วิเวกเหมาะแก่การเจริญภาวนา ปฏิบัติสมาธิเป็นประจำและนั่งได้ครั้งละนานหลายชั่วโมง จากความสนใจในธรรมะปฏิบัตินี้ ยังได้เสด็จฯ ไปกราบนมัสการพระอาจารย์รูปต่างๆ เพื่อสนทนาธรรมและศึกษาธรรมะปฏิบัติอยู่เนืองๆ
เช่น หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ วัดดอยแม่ปั๋ง อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ หลวงปู่ขาว อนาลโย วัดถ้ำกองเพล อ.หนองบัวลำภู จ.อุบลราชธานี พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร วัดป่าอุดมสมพร อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร พระราชนิโรธรังสีฯ หรือหลวงปู่เทสก์ เทสรังสี วัดหินหมากเป้ง อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย พระอาจารย์วัน อุตตโม วัดถ้ำอภัยดำรงธรรม จ.สกลนคร พระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ วัดภูทอก จ.หนองคาย พระอาจารย์มหาบัว ญาณสัมปันโน วัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานี พระอาจารย์แบน วัดดอยธรรมเจดีย์ จ.สกลนคร ฯลฯ และพระอาจารย์ที่มีวัตรปฏิบัติน่าเลื่อมใสอีกหลายรูป
ในวาระแรกที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไปกราบนมัสการพระอาจารย์ฝั้น อาจาโร ขณะนั้นธาตุขันธ์ท่านยังดีอยู่และพระอาจารย์มหาบัว หรือหลวงตามหาบัว โดยมีสมเด็จพระญาณสังวร ครั้งดำรงสมณศักดิ์ พระศาสนโศภน เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศฯ ร่วมอยู่ด้วยเพื่อสนทนาเกี่ยวกับธรรมะปฏิบัติ ต่อมาทราบว่าได้เสด็จฯ ไปถวายผ้าพระกฐินที่วัดป่าอุดมสมพร โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จฯ ไปทรงศึกษาธรรมะปฏิบัติกับพระอาจารย์ฝั้น ที่วัดดังกล่าวหลายครั้งด้วยความเลื่อมใสศรัทธา
เมื่อพระอาจารย์ฝั้นเข้ามาในกรุงเทพฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้อาราธนาพระอาจารย์ฝั้นเข้าไปแสดงธรรมในพระราชฐาน บางครั้งรับสั่งสนทนากับพระอาจารย์ฝั้นอยู่จนดึกมาก พระอาจารย์ฝั้นลุกขึ้นเองไม่ได้เพราะนั่งอยู่ในอิริยาบถเดียวนานเกินควร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงช่วยพยุงพระอาจารย์ฝั้นด้วยพระองค์เอง
พระอาจารย์บางรูปปรารภว่า เป็นหน้าที่ของอาจารย์ต้องไปเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวถึงในวัง ขอพระองค์ทรงอย่าได้เสด็จพระราชดำเนินมาวัดให้ลำบาก เพราะทรงมีพระราชภารกิจมาก ทว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงวางพระองค์เป็นศิษย์ จึงเสด็จพระราชดำเนินมากราบนมัสการพระอาจารย์เป็นการส่วนพระองค์ ด้วยทรงเป็นกษัตริย์ที่ถึงพร้อมด้วยพระคุณธรรมเปรียบเสมือนไม้ผลดกฉันใด สาขาย่อมอ่อนโยนฉันนั้น
ครั้งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ไปยังวัดแห่งหนึ่งในภาคอีสาน พระองค์ทรงไปกราบพระประธานวัดก่อน แล้วจึงไปกราบนมัสการพระอาจารย์ที่กุฏิ เพื่อสนทนาธรรมและศึกษาธรรมะปฏิบัติเช่นนี้ทุกครั้ง และหากเสด็จแปรพระราชฐานไปประทับ ณ พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ จ.สกลนคร โปรดที่จะเสด็จฯ ไปกราบนมัสการพระอาจารย์รูปหนึ่ง ทั้งนี้เนื่องจากวัดนั้นร่มรื่นเหมาะแก่การปฏิบัติธรรม และอยู่ไม่ไกลจากพระตำหนักภูพานฯ บางครั้งพระองค์ประทับนั่งอยู่ที่ลานหิน ในขณะที่ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯ ไปทอดพระเนตรสวนดอกไม้
โอกาสที่เสด็จฯ ไปกราบนมัสการและทรงศึกษาธรรมะปฏิบัติกับพระอาจารย์ที่ชราภาพแล้ว เช่น หลวงปู่ขาว หลวงปู่แหวน และพระอาจารย์รูปอื่นๆ อีกมาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงวางพระองค์เป็นศิษย์ทรงประคองจูงมือพระอาจารย์เวลาเดินเป็นพระราชจริยวัตรอันอ่อนโยนเป็นที่จับใจแก่ผู้ที่ได้พบเห็นอย่างยิ่ง หรือครั้ง พระเถระผู้ใหญ่อาพาธก็ทรงเป็นธุระเสด็จฯ ไปกราบเยี่ยมพระอาการและถวายยาแก่พระอาจารย์ด้วยพระองค์เอง
เมื่อคราวพระอาจารย์ฝั้น อาจาโร มรณภาพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินไปสรงน้ำศพพระอาจารย์ฝั้นที่วัดป่าอุดมสมพร ตามราชประเพณีแล้วผู้อื่นจะสรงน้ำศพอีกไม่ได้ แต่ก็พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนสรงน้ำศพได้ ไม่ปิดกั้นศรัทธาประชาชนที่ตั้งใจมากราบนมัสการเป็นครั้งสุดท้าย
พระองค์ทรงมีพระราชกระแสรับสั่งว่า "ขออย่าได้ห้ามประชาชนสรงน้ำศพท่านอาจารย์ จงให้เขาสรงน้ำกันต่อไปตามศรัทธา"
จึงเห็นได้ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงร่วมปฏิบัติธรรมประกอบพระราชกรณียกิจให้เป็นหนึ่งเดียวกัน แม้ทรงงานหนักเพียงใดก็ไม่เคยว่างเว้นการปฏิบัติธรรม







